ก่อนถึงวันนั้น.. เขาจะสอน หนิงซวง เพิ่มเติมเป็นพิเศษเอง

“ท่านคณบดีฉินค่ะ ที่จริงแล้ว ในบางแง่ ฉันก็นับว่าเป็นลูกศิษย์ของ เย่เฉิน นะคะ ฉันสามารถเป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยในการแข่งขันครั้งนี้ได้”

ซู หนิงซวง เอ่ยขึ้นมาเอง

ตั้งแต่เด็ก ซู หนิงซวง เรียนวาดภาพมาตลอด ฝีมือของเธอถือว่าอยู่ในระดับสูงมากแล้ว

ถ้าหากที่บ้านไม่ได้คาดหวังให้เธอเรียนด้านบริหารธุรกิจ เพื่อให้สามารถบริหารบริษัทในอนาคตได้ ด้วยฝีมือของเธอ เธอสามารถสอบเข้าคณะศิลปกรรมศาสตร์ หรือแม้แต่สถาบันดนตรีได้อย่างสบายๆ

ซู หนิงซวง มีพรสวรรค์ด้านศิลปะในหลายแขนง ยกเว้นการเต้นรำที่ยังไม่ค่อยดีนัก เพราะพ่อแม่ของเธอไม่เคยให้เรียนเต้นเลย

แต่เนื่องจากร่างกายของ ซู หนิงซวง มีความยืดหยุ่นดีมาก จุดอ่อนในด้านการเต้นของเธอก็กำลังได้รับการแก้ไข

“หืม?”

คณบดีฉิน ตกตะลึง และรู้สึกประหลาดใจเมื่อได้ยิน ซู หนิงซวง พูดแบบนั้น

“เพื่อนนักเรียน ซู ศาสตราจารย์เย่ เคยสอนคุณวาดภาพมาก่อนหรือ?”

คณบดีฉิน ถามด้วยความสงสัย

“ค่ะ เขาสอนฉันมาหลายครั้งแล้ว”

ซู หนิงซวง พยักหน้า

นานมาแล้ว เย่เฉิน เคยมอบ สมุดภาพวาด ที่เขาวาดด้วยมือตัวเองให้ ซู หนิงซวง เป็นของขวัญ ภายในบันทึกช่วงเวลาที่พวกเขาอยู่ด้วยกัน

แม้ว่าฝีมือการวาดภาพของ ซู หนิงซวง จะถือว่าโดดเด่นในหมู่คนวัยเดียวกัน แต่ก็ยังห่างไกลจากระดับของ เย่เฉิน ผู้ซึ่งได้ [ทักษะการวาดภาพระดับสูง] จากเกม

ในตอนนั้น สมุดภาพที่ เย่เฉิน มอบให้เธอ ยังวาดไม่เสร็จดี ยังมีหน้าเปล่าเหลืออยู่มากมาย

ซู หนิงซวง อยากเติมเต็มสมุดภาพเล่มนั้นไปพร้อมกับ เย่เฉิน แต่ก็รู้สึกว่าฝีมือของตัวเองยังไม่ดีพอ

ดังนั้น ซู หนิงซวง จึงขอให้ เย่เฉิน ช่วยสอนเธออยู่หลายครั้ง

ในอีกแง่หนึ่ง ตัวเธอเองก็นับว่าเป็นลูกศิษย์ครึ่งหนึ่งของ เย่เฉิน ได้(ศิษย์กึ่งทางการ)

ถึงแม้เธอจะไม่ได้เรียนในคณะศิลปกรรมศาสตร์โดยตรง แต่เธอก็ยังเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ ดังนั้น ซู หนิงซวง จึงมีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันนี้ได้

ที่สำคัญ ซู หนิงซวง เองก็ไม่ชอบคณะศิลปกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยชิงเป่ยอยู่แล้ว ในเมื่อ เย่เฉิน ลงแข่ง เธอในฐานะแฟนสาวของเขาก็อยากเข้าร่วมด้วยเช่นกัน

แม้ว่าเธอจะไม่กล้ารับประกันว่าจะชนะ แต่อย่างน้อยที่สุด เธอจะไม่ทำให้แฟนหนุ่มของเธอ หรือมหาวิทยาลัยต้องขายหน้าเด็ดขาด!!!

“อืมม.. ให้ หนิงซวง ลงแข่งได้”

เย่เฉิน กล่าวขึ้นมาเช่นกัน

หลังจากที่ได้รับการฝึกสอนจากเขาหลายครั้ง ฝีมือการวาดภาพของ หนิงซวง พัฒนาไปไกลมากแล้ว

ฝีมือของ หนิงซวง ไม่ได้ด้อยไปกว่าลูกศิษย์ของศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยชิงเป่ย เลยแม้แต่น้อย!

พรุ่งนี้ เขาจะร่วมมือกับ หนิงซวง บดขยี้พวกนั้นให้ราบคาบ!!!

และก่อนถึงวันนั้น… เขาจะสอน หนิงซวง เพิ่มเติมเป็นพิเศษเอง!!

“เพื่อนนักเรียน ซู ขอบคุณมากนะ”

คณบดีฉิน กล่าวตอบรับด้วยน้ำเสียงขอบคุณ

พูดตามตรง คณบดีฉิน ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนักกับ ซู หนิงซวง เพราะเธอไม่ได้เป็นนักศึกษาจากคณะศิลปกรรมศาสตร์โดยตรงนั่นเอง

แต่เพราะ ซู หนิงซวง เป็นแฟนสาวของ ศาสตราจารย์เย่ และเธอเป็นฝ่ายอาสาเอง คณบดีฉิน จึงไม่กล้าปฏิเสธ

ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่า ศาสตราจารย์เย่ และซู หนิงซวง จะสามารถทำผลงานได้ดีในวันพรุ่งนี้เท่านั้น

หลังจากนั้น คณบดีฉิน ก็อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการแข่งขันในวันพรุ่งนี้ให้ เย่เฉิน และซู หนิงซวง ฟังโดยคร่าวๆ

เมื่อพูดคุยกันเสร็จ เย่เฉิน และซู หนิงซวง ก็ออกจากสำนักงานของคณบดีฉิน จากนั้น เย่เฉิน ก็เริ่มถ่ายทอดเทคนิคการวาดภาพของเขาให้กับ ซู หนิงซวง เพิ่มเติม

เวลาค่อยๆ ผ่านไป จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น เย่เฉิน ได้มาถึงคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ เป็นคนแรก

ในขณะนี้ คนของมหาวิทยาลัยชิงเป่ยก็เดินทางมาถึงแล้วเช่นกัน ทั้งสองฝ่ายต่างจับกลุ่มพูดคุยกันเป็นคู่ๆ หรือกลุ่มเล็กๆ กลุ่มละสาม หรือสี่คน

คนที่กำลังสนทนากับ คณบดีฉิน คือชายวัยอายุประมาณห้าสิบปีที่ไว้ผมลอนยาวถึงต้นคอ เพียงแค่ดูจากรูปลักษณ์ก็รู้ได้ทันทีว่าเขาเหมือน ศิลปิน

เขาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น ศาสตราจารย์จู, จู เซิ่งคัง จากคณะศิลปกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยชิงเป่ย ผู้ซึ่งมีชื่อเสียง ‘โด่งดัง’(ในทางลบ)

และชายหนุ่มลูกครึ่งหน้าตาหล่อเหลา ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็คือศิษย์เอกของเขา นักศึกษาหัวกะทิของมหาวิทยาลัยชิงเป่ย – ไต้ โอเว่น(戴欧文)

เมื่อเห็น เย่เฉิน มาถึง คณบดีฉิน รีบส่งสัญญาณเรียก เย่เฉิน ให้เข้ามาทันที

จู เซิ่งคัง และไต้ โอเว่น หันไปมอง เย่เฉิน พร้อมกัน

เมื่อเห็นว่า เย่เฉิน ยังหนุ่มแน่น จู เซิ่งคัง หันไปมองศิษย์ของตน เป็นเชิงส่งสัญญาณว่า :

น่าจะเป็นคู่แข่งของแกล่ะ มีความมั่นใจไหม?

“อาจารย์วางใจเถอะครับ ผมชนะแน่นอน!!!”

ไต้ โอเว่น เข้าใจความหมายของอาจารย์ จึงตอบกลับไปอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม

เมื่อ เย่เฉิน เดินตรงเข้ามาห่างจากพวกเขาเพียงสี่ถึงห้าเมตร ไต้ โอเว่น ก็รีบก้าวไปข้างหน้า หยุดขวางทาง เย่เฉิน ไว้ทันที

“สวัสดี ว่าที่ผู้แพ้ของฉัน”

ไต้ โอเว่น ทักทาย เย่เฉิน ด้วยท่าทีไร้มารยาทอย่างที่สุด

จากนั้น ไต้ โอเว่น ก็แนะนำตัวเองอย่างภาคภูมิใจอีกครั้ง ก่อนจะก้าวขึ้นไปหนึ่งก้าวเข้าประชิดตัว เย่เฉิน

“ขอแนะนำตัวเองสักหน่อย ฉันคือศิษย์ของ ศาสตราจารย์จู หรือก็คือคู่แข่งของนายในวันนี้ และก็เป็นคนที่จะเอาชนะนาย..”

หลังจากทักทายเสร็จ ไต้ โอเว่น ก็ถอยออกมา เวลานี้เขาเริ่มคึกคะนอง อยากแข่งขันทันทีแล้ว

“ว่าไง เรามาประลองกันเลยไหม?”

ไต้ โอเว่น ถามด้วยท่าทีตื่นเต้น

แต่ เย่เฉิน เพียงแค่ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ :

“นายยังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะแข่งกับฉัน”

หลังจากพูดจบ เย่เฉิน ก็เดินผ่านเขาไปโดยไม่แม้แต่จะสนใจ

ฉันไม่มีคุณสมบัติพอ?

ประโยคของ เย่เฉิน จุดไฟโทสะในใจของ ไต้ โอเว่น ทันที

ไอ้หมอนี่มันหยิ่งกว่าฉันอีกเหรอ!?

ไต้ โอเว่น หมุนตัวกลับมา เตรียมจะโต้เถียงกับ เย่เฉิน แต่ในตอนนั้นเอง คณบดีฉิน ก็พูดขึ้นมาก่อน :

“ขอแนะนำให้ทุกท่านรู้จัก ท่านนี้ก็คือ ศาสตราจารย์เย่ ที่ฉันเพิ่งพูดถึงไป และเป็นตัวแทนของคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ ในการแข่งขันครั้งนี้”

ศาสตราจารย์เย่?!

เขาคือศาสตราจารย์ของคณะศิลปกรรมศาสตร์ และเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้!?

เมื่อได้รู้ตัวตนที่แท้จริงของ เย่เฉิน ทั้ง ไต้ โอเว่น และจู เซิ่งคัง ถึงกับอึ้งไป

ตอนนี้เอง ไต้ โอเว่น ถึงเข้าใจแล้วว่าทำไม เย่เฉิน ถึงบอกว่า – ‘นายยังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะแข่งกับฉัน’

มันก็จริงอยู่.. เพราะคู่แข่งของ เย่เฉิน คืออาจารย์ของเขา ไม่ใช่ตัวเขา และเขาก็ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะแข่งกับ เย่เฉิน ได้เลยจริงๆ

แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังอดสงสัยไม่ได้ – ‘ทำไมเขาถึงได้เป็นศาสตราจารย์ตั้งแต่อายุยังน้อยแบบนี้!?

ไต้ โอเว่น ได้แต่ยืนอึ้งอยู่ที่เดิม คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก

แต่ จู เซิ่งคัง ที่ผ่านโลกมามาก เขามีสติ และควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่า แม้เขาจะตกใจไปสองสามวินาที แต่เขาก็กลับมามีท่าทีปกติ แล้วเดินเข้ามากล่าวทักทาย เย่เฉิน

“ศาสตราจารย์ เย่”

“ศาสตราจารย์ จู”

ทั้งสองฝ่ายกล่าวทักทายกันด้วยมารยาทพื้นฐาน

หลังจากนั้น จู เซิ่งคัง ก็กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยการหยั่งเชิง

“ศาสตราจารย์เย่ คุณได้เป็นศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยตั้งแต่อายุยังน้อยเช่นนี้ น่าชื่นชมจริงๆ”

“ขอถามสักหน่อย คุณเชี่ยวชาญการวาดภาพประเภทไหนเป็นพิเศษหรือไม่?”

จากนั้น จู เซิ่งคัง ก็ถามด้วยน้ำเสียงเจือความสงสัย

พอได้ยินคำถามนี้จากอีกฝ่าย เย่เฉิน ตอบกลับด้วยท่าที ‘ถ่อมตัว’ ไปว่า :

“ผมไม่ได้เชี่ยวชาญอะไรเป็นพิเศษหรอกครับ แค่รู้จักมันทั้งหมดนิดหน่อยเท่านั้นเอง”

ตอนก่อน

จบบทที่ ก่อนถึงวันนั้น.. เขาจะสอน หนิงซวง เพิ่มเติมเป็นพิเศษเอง

ตอนถัดไป