คืนเงิน

ก่อนหน้านี้ เย่เฉิน ได้นัดกับ ซู หนิงซวง ล่วงหน้าไว้แล้ว

หลังจากปิดเทอมฤดูหนาว เย่เฉิน และซู หนิงซวง ตั้งใจจะออกไปเที่ยวด้วยกัน

แต่แล้วก็เกิดเรื่องของนักข่าวลึกลับขึ้น ดังนั้น เย่เฉิน จึงตัดสินใจกลับบ้านเกิดของเขาเสียก่อน เพื่อถามคุณปู่ของเขาว่ามีความลับอะไรปิดบังเขาไว้หรือไม่

พร้อมกับกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ของเขาด้วย

ประมาณยี่สิบนาทีต่อมา เย่เฉิน ก็มาถึงมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ และได้พบกับ ซู หนิงซวง

ซู หนิงซวง ยังเหลือสอบอีกหนึ่งวิชาที่ต้องสอบให้เสร็จในอีกสองวันข้างหน้า เมื่อเห็นว่า เย่เฉิน มาแล้ว เธอจึงลงบันไดมาหาเขา

เย่เฉิน บอกกับ ซู หนิงซวง ว่าเขาตั้งใจจะกลับไปที่บ้านเกิดที่หลินไห่เพื่อเยี่ยมพ่อแม่ของเขา

“ก็ควรกลับไปเยี่ยมคุณลุงคุณป้าก่อนนะ คราวที่แล้วที่เจอกันก็นานมาแล้ว พวกท่านคงจะคิดถึงคุณมากแน่ๆ”

หลังจากฟัง เย่เฉิน แล้ว ซู หนิงซวง ตอบอย่างเข้าอกเข้าใจ และเห็นด้วยกับ เย่เฉิน

“งั้นเอาแบบนี้ เย่เฉิน คุณกลับไปก่อนนะ พอฉันสอบเสร็จ จะกลับบ้านไปเอาเสื้อผ้า แล้วก็เตรียมของฝากให้คุณลุงคุณป้า จากนั้นฉันจะรีบตามไปที่หลินไห่ทันที”

ซู หนิงซวง คิดอยู่ครู่หนึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก่อนจะตัดสินใจกลับไปพร้อม เย่เฉิน

แต่กว่าที่เธอจะสอบเสร็จในวันมะรืนนี้ และจัดการธุระอีกหนึ่งถึงสองวัน ก็อาจจะช้าเกินไปหน่อย

ดังนั้น ซู หนิงซวง จึงให้ เย่เฉิน กลับไปก่อน แล้วเธอจะตามไปทีหลัง

“ได้ ผมจะทิ้งเครื่องบินส่วนตัวไว้ให้หนึ่งลำ ให้พวกเขาเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าคุณจะไปหลินไห่ หรือหางโจว ก็ติดต่อพวกเขาล่วงหน้าได้เลย”

เย่เฉิน พยักหน้า แล้วให้เบอร์ติดต่อของกัปตันเครื่องบินส่วนตัวของเขากับ ซู หนิงซวง

เย่เฉิน มีเครื่องบินส่วนตัวสองลำ และตอนนี้ก็ได้ใช้ประโยชน์พอดี

“โอเค”

ซู หนิงซวง ยิ้มก่อนจะพยักหน้า และจดเบอร์ติดต่อของกัปตันไว้

ตอนเย็นหลังจากกลับถึงบ้าน เย่เฉิน เก็บกระเป๋าเดินทางอย่างง่ายๆ และแจ้งกัปตันให้เตรียมเครื่องบินลำหนึ่งสำหรับบินไปหลินไห่ในวันรุ่งขึ้น

ตอนเที่ยงของวันถัดมา เย่เฉิน มุ่งหน้าไปสนามบินทันที

ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา เครื่องบินส่วนตัวของเขาก็ออกเดินทางจากสนามบินเซี่ยงไฮ้ มุ่งหน้าตรงไปยังสนามบินหลินไห่

ช่วงบ่ายวันนั้น เครื่องบินส่วนตัวของเขาก็มาถึงหลินไห่ เย่เฉิน เรียกรถแท็กซี่เพื่อเดินทางกลับบ้าน

ครั้งที่แล้วที่เขากลับมา เขาได้ซื้อคฤหาสน์ไว้หลายหลัง เพื่อให้พ่อแม่ และคุณปู่คุณย่าของเขาได้พักอาศัยโดยเฉพาะ

และตอนนี้ที่หน้าคฤหาสน์ของคุณปู่คุณย่าของเขา ..ก็มีผู้คนอยู่มากเป็นพิเศษ

แต่ครั้งนี้ต่างจากปกติ เพราะแต่ก่อน คนที่มาทำให้บ้านคึกคัก ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนของคุณปู่คุณย่า ซึ่งเป็นผู้สูงวัยเหมือนกัน

แต่คราวนี้ คนที่ปรากฏตัวในบ้านของคุณปู่คุณย่าของ เย่เฉิน กลับเป็นกลุ่มชายในชุดดำ และชายที่เป็นหัวหน้าของกลุ่มนี้ คือชายวัยกลางคนศีรษะล้านรูปร่างอ้วนท้วม

“ท่านผู้เฒ่า คิดว่ายังไงล่ะ คืนเงินได้หรือยัง?”

ชายวัยกลางคนอ้วนท้วมพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

แม้ว่าใบหน้าเขาจะดูเหมือนยิ้มแย้มแจ่มใส แต่รอยแผลเป็นสองเส้นบนใบหน้าของเขาบ่งบอกได้เลยว่า คนๆ นี้ไม่ใช่คนธรรมดาที่จะไปมีเรื่องด้วยง่ายๆ

“คืนเงิน? พวกแกกำลังโกงฉันอยู่นะ!”

คุณปู่ของ เย่เฉิน ปฏิเสธชายวัยกลางคนอ้วนท้วมคนนั้นทันที

ก่อนหน้านี้ เพื่อนเก่าของคุณปู่มาขอความช่วยเหลือ บอกว่าครอบครัวของเขากำลังเจอปัญหา และต้องการเงินอย่างเร่งด่วน

ตอนนั้น เพื่อนของคุณปู่ยังได้นำหุ้นบางส่วนของบริษัทเล็กๆ ในครอบครัวเขามาวางเป็นหลักประกันไว้ให้กับคุณปู่ของ เย่เฉิน ด้วย

ในฐานะที่พวกเขาเป็นเพื่อนกันมานานหลายสิบปี อีกทั้งอีกฝ่ายยังแสดงความจริงใจ โดยยอมใช้หุ้นของบริษัทตัวเองเป็นหลักประกัน และพอดีกับที่คุณปู่มีเงินเก็บอยู่บ้าง จึงตกลงให้ความช่วยเหลือ

คุณปู่รู้จักบริษัทนี้ดี แม้จะเป็นบริษัทขนาดเล็ก แต่ก็มีความมั่นคงมาตลอด ที่สำคัญ.. ครอบครัวของเพื่อนคุณปู่ของเขาคนนี้ก็ถือว่าร่ำรวยที่สุดในหมู่เพื่อนๆ และเป็นครอบครัวเดียวที่อาศัยอยู่ในคฤหาสน์

ถ้าหากไม่ใช่เพราะ เย่เฉิน ร่ำรวยขึ้นมากในช่วงสองปีที่ผ่านมา ครอบครัวของพวกเขาก็คงยังรวยกว่าบ้าน เย่เฉิน

แต่ใครจะไปคิดว่า ปัญหาจะอยู่ที่หุ้นที่ถูกนำมาค้ำประกันไว้

เนื่องจากหุ้นพวกนั้นถูกโอนมาเป็นของคุณปู่ของ เย่เฉิน ทำให้ คุณปู่ของ เย่เฉิน กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัทนี้

แล้วจู่ๆ เมื่อไม่กี่วันก่อน ครอบครัวของเพื่อนคุณปู่ก็โกยเงินหนีไปต่างประเทศ

และหนี้สินของบริษัทส่วนใหญ่ก็ตกมาที่คุณปู่ของ เย่เฉิน ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งเป็นจำนวนมหาศาลถึงพันกว่าล้านเลยทีเดียว!!!

ทันทีที่ครอบครัวเพื่อนของคุณปู่เขาหนีไป เจ้าหนี้ก็ติดต่อคุณปู่ของ เย่เฉิน ทันที เพื่อให้ชำระหนี้คืน

เมื่อคุณปู่ลองวิเคราะห์ดู ก็เริ่มสงสัยว่าเรื่องนี้อาจเป็นแผนของเพื่อนเก่า ที่พอเจอวิกฤติแล้วก็คิดจะหลอกครอบครัว เย่เฉิน เพราะรู้ว่า เย่เฉิน ร่ำรวยขึ้นมา

แถมคนตรงหน้าอาจจะเป็นพวกเดียวกันกับเพื่อนคนนั้นด้วย

เพราะบริษัทเล็กๆ แค่บริษัทเดียว ไม่น่าจะมีหนี้สินมากมายถึงระดับพันล้านได้

แม้ว่าคุณปู่ของ เย่เฉิน จะมีเงินเก็บอยู่บ้าง แต่ถึงจะเป็นเศรษฐีในเมืองหลินไห่ ก็ใช่ว่าจะสามารถหาเงินจำนวนขนาดนี้มาได้ในทันที

ก่อนหน้านี้ เย่เฉิน เคยคิดจะโอนเงินให้คุณปู่คุณย่าไว้ใช้เป็นเงินบำนาญ

แต่กลัวว่าพวกท่านจะไม่ยอมรับ เย่เฉิน จึงไม่ได้คิดจะให้เยอะ แค่หลักพันล้านเท่านั้นเอง แต่สุดท้ายก็ถูกคุณปู่คุณย่าของเขาปฏิเสธอย่างหนักแน่น พอถูกปฏิเสธ เย่เฉิน ก็ไม่ได้ยืนกรานอะไรต่อ เพราะคิดว่าท่านทั้งสองก็ไม่ได้ใช้เงินอะไรมากมายอยู่แล้ว

“ฮึ่ม! คิดจะไม่จ่ายงั้นเหรอ?”

เมื่อเห็นว่าคุณปู่ของ เย่เฉิน ปฏิเสธ รอยยิ้มบนใบหน้าของชายหัวล้านอ้วนท้วมก็หายไปในทันที กลายเป็นสีหน้าดุดันขึ้นมาแทน

“อืม”

ชายหัวล้านส่งสัญญาณด้วยสายตาไปให้บอดี้การ์ดร่างใหญ่ที่อยู่ด้านหลังเขา

เหล่าบอดี้การ์ดก้าวขึ้นมาหนึ่งก้าว และมองไปที่คุณปู่ของ เย่เฉิน ด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร

“ผู้เฒ่าก็คงเห็นแล้วใช่ไหม? ลูกน้องของฉันก็ต้องกินต้องใช้เหมือนกัน ฉันเองก็ไม่มีทางเลือกนะ”

“แต่ฉันพึ่งคิดหาทางออกที่สมบูรณ์แบบเจอ และคิดว่าทุกคนคงจะเห็นด้วย”

ชายหัวล้านแสร้งทำเป็นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดขึ้นมาอย่างจงใจ

“ทางออกอะไร?”

“พวกคุณเป็นตระกูลใหญ่ มีบ้านหลังโตแบบนี้ น่าจะเป็นมหาเศรษฐีเก่าแก่แน่ๆ ไม่ทราบว่าพวกคุณมีสมบัติตกทอดอะไรบ้างไหม?”

ตอนก่อน

จบบทที่ คืนเงิน

ตอนถัดไป