โชคดี?(ในความโชคร้าย)

“บอสจ้าว?”

เย่เฉิน ได้ยินคำพูดของไอ้หัวล้านแล้วอดหัวเราะออกมาไม่ได้

“แกคิดว่า บอสจ้าว..ของแกเก่งมาก และคิดว่าเขาแข็งแกร่งมาก ใช่ไหม?”

เย่เฉิน ถามขึ้น

“แน่นอนอยู่แล้ว! บอสจ้าว เป็นมหาอำนาจตัวจริง เขาควบคุมบริษัทรักษาความปลอดภัยหลายแห่ง…”

พอพูดถึงเรื่องนี้ ไอ้หัวล้านก็อดไม่ได้ที่จะโอ้อวด

หลายปีมานี้ เขาไม่เคยพึ่งพาคนที่ทรงอำนาจได้ขนาดนี้มาก่อน ในใจเขาตื่นเต้นจนแทบปิดไม่มิด

“แต่แกเคยคิดไหมว่า ตอนนี้ไอ้บอสจ้าวของแก ก็อาจจะอยู่ในสภาพเดียวกับแก?”

เย่เฉิน พูดต่อ

“แกพูดอะไรนะ?”

ไอ้หัวล้านที่ยังอวดดีอยู่เมื่อครู่ จู่ๆ ก็รู้สึกไม่มั่นคงขึ้นมาทันที

บอสจ้าว จะตกอยู่ในสภาพเดียวกับเขา?

มันจะเป็นไปได้อย่างไร?!

บอสจ้าว คือใคร? ถึงแม้ว่า เย่เฉิน จะร่ำรวยแค่ไหน มันก็ไม่มีทางแตะต้อง บอสจ้าว ได้หรอก!

“ฉันไม่เชื่อ!”

ไอ้หัวล้านส่ายหัวอย่างหนักแน่น

แต่แล้ว...ลูกน้องคนหนึ่งของ เย่เฉิน เดินเข้ามา พร้อมถือแท็บเล็ตเครื่องหนึ่ง

“บอสครับ วิดีโอคอลมาแล้ว”

เมื่อเข้ามาแล้ว ลูกน้องรายงานอย่างนอบน้อม

“เมื่อกี้แกบอกว่าไม่เชื่อใช่ไหม? งั้นฉันให้แกดูเองเลย”

เย่เฉิน ส่งสัญญาณให้ลูกน้องของเขา แล้วหันไปมองไอ้หัวล้านที่ยังคงส่ายหน้าอย่างไม่ยอมเชื่อ

ลูกน้องเข้าใจทันทีว่า เย่เฉิน หมายถึงอะไร เขาหันหน้าจอแท็บเล็ตไปทางชายหัวล้าน ก่อนจะกดรับสายวิดีโอคอล

ถัดไปเพียงเสี้ยววินาที ภาพบนหน้าจอแสดงให้เห็นชายวัยกลางคนในชุดสูทสุดหรูที่ถูกตัดเย็บมาอย่างประณีต...แต่ตอนนี้กลับถูกควบคุมตัวไว้!

เมื่อเห็นภาพนี้ ชายหัวล้านก็หน้าถอดสี ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความตกใจ

ชายวัยกลางคนในชุดสูทหรูนั้น ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น จ้าว สงอี้ – เจ้านายของเขา!

และเป็น บอสจ้าว ที่เขาเพิ่งอวดไปเมื่อกี้นี้ด้วย!

เป็นเรื่องบังเอิญที่... บอดี้การ์ดจากบริษัท หยิงหลง ซีเคียวริตี้ กรุ๊ปของ เย่เฉิน มีทีมหนึ่งประจำอยู่ในเมืองที่ จ้าว สงอี้ อยู่พอดี

ก่อนจะมาที่นี่ เย่เฉิน ได้ติดต่อทีมนี้ไปแล้ว และออกคำสั่งให้พวกเขาลงมือทันที

แม้ว่า จ้าว สงอี้ จะมีกองกำลังมากมายอยู่ใต้บัญชา แต่พวกมันจะไปสู้กับบอดี้การ์ดมืออาชีพจากบริษัท หยิงหลง ซีเคียวริตี้ กรุ๊ปได้อย่างไร?

และแน่นอนว่า ในเวลาไม่นาน... จ้าว สงอี้ ก็ถูกควบคุมตัวได้สำเร็จ โดยบรรดาลูกน้องของ เย่เฉิน

ตอนนี้ ไอ้หัวล้านมองไปที่ จ้าว สงอี้ บนหน้าจอ ซึ่งตกอยู่ในสภาพคล้ายกับเขา หรืออาจจะย่ำแย่กว่าเขาเสียอีก ภาพตรงหน้านี้ทำเขาอึ้งจนแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง!

ปรากฏว่า เย่เฉิน ไม่ได้พูดโม้...และที่พูดเมื่อกี้ก็ไม่ได้เป็นการโอ้อวด แต่เป็นเรื่องจริงทั้งหมด!

เย่เฉิน มีอำนาจมากถึงขนาดนี้เลยงั้นหรือ?!

แม้แต่ จ้าว สงอี้ ก็ถูกเขาจัดการได้อย่างง่ายดายภายในเวลาอันสั้นแค่นี้... นี่มันเหลือเชื่อเกินไป!

อีกด้านหนึ่ง จ้าว สงอี้ เองก็ตะลึงไปชั่วขณะเมื่อเห็นชายหัวล้านอยู่ในสายวิดีโอ

เขารู้ตัวทันทีว่า... งานเข้าแล้ว!

ความลับนั้น... อาจจะถูกเปิดเผยแล้ว!!!

แต่ จ้าว สงอี้ ก็เป็น ‘เสือเฒ่า’ เช่นกัน แม้ว่าในใจจะเริ่มตึงเครียดขึ้นมา แต่สีหน้าของเขายังคงแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง

“แกเป็นใคร? ทำไมถึงส่งคนมาทำร้ายพวกเรา?”

จ้าว สงอี้ กล่าวตำหนิ เย่เฉิน อย่างหนักแน่นราวกับตนเองเป็นฝ่ายถูกกระทำ

“แกกล้าทำกับฉันแบบนี้ ระวังเถอะ! แกจะต้องถูกตอบโต้แน่!”

จ้าว สงอี้ ไม่เชื่อว่าชายหัวล้านจะกล้าหักหลังตนเอง ดังนั้นเขายังคงมั่นใจ และคิดว่า เย่เฉิน ไม่มีทางทำอะไรเขาได้

แต่เสียดาย...เขาคิดผิด ไม่ทันที่คำพูดของ จ้าว สงอี้ จะจบลง… ชายหัวล้านกลับทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้า เย่เฉิน ทันที!

“คุณชายเย่! ฉันจะพูดความจริง... ฉันจะพูดทุกอย่าง!”

เสียงของไอ้หัวล้านสั่นเครืออย่างชัดเจน :

“คุณชายเย่! ฉันเป็นคนไปหลอกเงินจากคุณปู่ของคุณ และพยายามเอาสมบัติตกทอดของตระกูล ก็เพราะว่า จ้าว สงอี้ เป็นคนสั่ง เป็น จ้าว สงอี้ ทั้งหมด!”

เมื่อเห็นไอ้หัวล้านเริ่มหักหลังตัวเอง จ้าว สงอี้ ก็รีบตวาดเสียงดังเพื่อข่มขู่เขาทันที

“ไอ้บัดซบเอ้ย.. ถ้าหากแกกล้าพูดอีกคำเดียว แกไม่ตายดี อั๊ก…”

แต่ก่อนที่ จ้าว สงอี้ จะพูดข่มขู่ชายหัวโล้นเสร็จ...บอดี้การ์ดจากบริษัท หยิงหลง ซีเคียวริตี้ กรุ๊ปที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาก็เอาผ้ามาปิดปากเขาไว้ทันที!

ต่อหน้าบอสของพวกเขา ใครมันจะปล่อยให้ จ้าว สงอี้ มันพูดพล่อยๆ ได้ล่ะ?

เมื่อได้ยินคำขู่ของ จ้าว สงอี้ ไอ้หัวล้านกลับยิ้มเยาะอย่างดูถูก

ตอนนี้ตัวเองยังเอาตัวไม่รอดแท้ๆ ยังกล้ามาขู่คนอื่นอีก? ไอ้โง่.. ปล่อยให้มันขู่ฉันตามใจชอบเถอะ

แล้วอีกอย่าง คำขู่ของ จ้าว สงอี้ มันเป็นเรื่องของ ‘อนาคต’...แต่ตอนนี้ ฉัน กับเขาต่างยังเป็น ‘นักโทษ’ อยู่เลย! ไอ้ประสาทกลับเอ้ย!!!

สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ คือการหาทางช่วยตัวเองให้รอดก่อน..

ดังนั้น ชายหัวล้านจึงเล่าทุกแผนการของ จ้าว สงอี้ ให้ เย่เฉิน ฟัง

“ตอนขากลับมา จ้าว สงอี้ ยังสั่งให้ฉันส่งคนให้แอบเข้าไปในบ้านของคุณปู่คุณพรุ่งนี้ เพื่อค้นหาสมบัติตกทอดของตระกูลเย่ให้เจอให้ได้!”

ในที่สุด ชายหัวล้านก็เสริมอีกหนึ่งเรื่องสำคัญเข้าไปอีก

ถึงแม้ว่าเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไม จ้าว สงอี้ ถึงสนใจสมบัติตกทอดของตระกูลเย่ขนาดนั้น แต่เขาก็แค่ทำตามคำสั่งของ จ้าว สงอี้ เท่านั้น

หากเขาไม่ถูก เย่เฉิน ควบคุมเอาไว้เสียก่อน ตอนนี้เขาคงกำลังหาลูกน้องที่เหมาะจะไปทำงานสกปรกนี้ในวันพรุ่งนี้ไปแล้ว

“หึๆ!”

เย่เฉิน แสยะยิ้มอย่างเย็นชา

การที่เขาตัดสินใจลงมือก่อน ควบคุมทั้งไอ้หัวล้าน และจ้าว สงอี้ ไว้ได้ ทำให้สามารถหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้..

แต่เอาเข้าจริง ต่อให้เขาไม่ลงมือก่อน...ต่อให้ไอ้หัวล้านส่งคนไปค้นหาสมบัติในคฤหาสน์ของคุณปู่ของเขาตามคำสั่งของ จ้าว สงอี้...ก็ไม่มีทางสำเร็จอยู่ดี!

เพราะอะไรน่ะเหรอ?

เพราะว่าคืนนี้..บอดี้การ์ดของบริษัท หยิงหลง ซีเคียวริตี้ กรุ๊ปที่เขาสั่งไว้ กำลังเดินทางมาถึงเมืองหลินไห่ พอถึงเวลานั้น พวกบอดี้การ์ดมืออาชีพจะคอยปกป้องครอบครัวของเขาอย่างลับๆ

ต่อให้ไอ้หัวล้านหามือดีแค่ไหน ก็อย่าหวังว่าจะทำสำเร็จ!

“แล้วแกพอจะรู้ไหมว่า จ้าว สงอี้ ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร?”

เย่เฉิน ตั้งใจจะเค้นเอาข้อมูลเพิ่มจากไอ้หัวล้าน

ในขณะที่ จ้าว สงอี้ ยังทำท่า ‘ปากแข็ง’ และปฏิเสธไม่ยอมพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้

“อืมม... อืมม!”

อีกด้านหนึ่งของสาย จ้าว สงอี้ ที่ปากถูกปิด กำลังเดือดดาลอยู่ในใจ

ไอ้สารเลว! มันกล้าหักหลังฉัน! มันกล้าเปิดเผยแผนการของฉันให้ไอ้เด็กเวรนี่รู้ได้อย่างไร!!!

จ้าว สงอี้ พยายามดิ้นรน และต้องการจะพูด

“ปล่อยเขา”

เย่เฉิน สั่งบอดี้การ์ดของหยิงหลง ซีเคียวริตี้ กรุ๊ป

บอดี้การ์ดจึงปลดสิ่งที่อุดปาก จ้าว สงอี้ ออก

“ฉันไม่ได้มีจุดประสงค์อะไรหรอก ก็แค่อยากหาเงินจากแกก็เท่านั้น ฉันคิดว่าพวกมหาเศรษฐีอย่างพวกแก คงมีสมบัติตกทอดราคาแพงๆ อยู่บ้าง ก็เลยลองเสี่ยงดู”

จ้าว สงอี้ หาข้ออ้างมาพูด

เขาคิดว่า ตราบใดที่เขาไม่พูดความจริง เย่เฉิน ก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าความลับเบื้องหลังของเรื่องนี้คืออะไร…

เพราะท้ายที่สุดแล้ว.. ความลับเบื้องหลังเรื่องนี้ มีเพียงแค่เขาเท่านั้นที่รู้!

แต่ก่อนที่ จ้าว สงอี้ จะได้โล่งใจไปมากกว่านี้...ชายหัวล้านก็พูดแทรกขึ้นมาว่า :

“คุณชายเย่! ฉันขอไถ่โทษตัวเองจากความผิดที่ก่อขึ้น! ฉันรู้เรื่องบางอย่างเกี่ยวกับสาเหตุที่ จ้าว สงอี้ ทำแบบนี้!”

ตอนก่อน

จบบทที่ โชคดี?(ในความโชคร้าย)

ตอนถัดไป