ชื่อที่สำคัญมาก

“หืม?”

เมื่อได้ยินชายหัวล้านพูดแบบนั้น จ้าว สงอี้ ก็เบิกตากว้างทันที ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย

นั่นไม่ถูกต้องสิ ทำไมตัวเขาต้องเล่นงาน เย่เฉิน ทำไมเขาต้องการสมบัติประจำตระกูลของ เย่เฉิน เขาจำได้อย่างชัดเจนว่าเขาไม่เคยบอกเรื่องนี้กับใครเลย..

แล้วทำไมไอ้หัวล้านคนนี้ถึงรู้เรื่องนี้ล่ะ?

สมองของ จ้าว สงอี้ หมุนอย่างรวดเร็ว และในไม่ช้า เขาก็นึกถึงคำอธิบายที่สมเหตุสมผลได้

คงเป็นเพราะไอ้พวกที่ลอยไปลอยมาแบบนี้มันต้องการเอาตัวรอด เลยแต่งเรื่องโกหกขึ้นมาเพื่อหลอกลวง เย่เฉิน

ในเมื่อเป็นแบบนี้ ฉันก็ไม่ต้องกลัวแล้ว

เมื่อคิดได้แบบนี้ จ้าว สงอี้ ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกในใจ

จ้าว สงอี้ มองชายหัวล้านด้วยสีหน้าราวกับดูละครเรื่องหนึ่ง พร้อมกับรอคอยการแสดงของอีกฝ่าย

“คุณชายเย่ ครั้งก่อนที่ จ้าว สงอี้ ติดต่อฉันให้ไปหา เขาดื่มไปนิดหน่อยแล้วก็หลงระเริงภาคภูมิใจตัวเองไปหน่อย โดยไม่ตั้งใจ เขาเผลอพูดเรื่องสำคัญออกมา..”

ชายหัวล้านพูดตามความจริง

ตอนนี้เขาอยู่ในมือของ คุณชายเย่ และเขาก็เป็นเพียงเครื่องมือที่ทำตามคำสั่งของ จ้าว สงอี้ เท่านั้น

เขาไม่อยากรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดไว้เอง

โทสะของ คุณชายเย่ นั้น เขาไม่มีทางรับมือไหวแน่

ตอนนั้นเขาแค่บังเอิญได้ยินเรื่องนี้จากปากของ จ้าว สงอี้ อย่างไปได้ตั้งใจ เลยจดจำมันเอาไว้

และตอนนี้ก็คือเวลาที่คำพูดนั้นจะได้แสดงบทบาทของมันแล้ว

เมื่อได้ยินคำพูดของชายหัวล้าน จ้าว สงอี้ ก็หรี่ตาลงทันที ทำไม ฉันจำไม่ได้เลยว่าเคยพูดอะไรแบบนั้น ..ออกไป?

แต่เขาก็อยากจะฟังดูว่า ไอ้คนที่เปลี่ยนข้างไปมาอย่างไอ้ชายหัวล้านนี่จะพูดเรื่องที่เป็นประโยชน์อะไรออกมาได้บ้าง

“คุณชายเย่ ครั้งก่อน จ้าว สงอี้ ได้บอกเป็นนัยๆ กับฉันว่า จริงๆ แล้วเรื่องนี้เขาเป็นแค่ตัวกลางเท่านั้น มีคนอื่นที่สั่งให้เขาทำ”

ชายหัวล้านอธิบายให้ เย่เฉิน ฟังอย่างละเอียด

“จ้าว สงอี้ บอกว่ามีอำนาจมืดที่น่ากลัวอยู่เบื้องหลังเขา เป็นตระกูลใหญ่ระดับประเทศ!!”

“และคนที่สั่งเขา ก็คือบุคคลสำคัญคนหนึ่งของตระกูลใหญ่นั้น”

“ชื่อของคนนั้นคือ...ใช่แล้ว...เย่-เย่ กว่างอวี่”

ในที่สุด ชายหัวล้านก็เอ่ยชื่อที่สำคัญมากออกมา

“เย่ กว่างอวี่?”

เย่เฉิน พึมพำเบาๆ แซ่เย่...และยังเป็นคนของตระกูลใหญ่ระดับประเทศ

แบบนี้ก็ไม่ต้องสงสัยอะไรแล้ว เรื่องนี้เบื้องหลังต้องเป็นตระกูลเย่ในปักกิ่งแน่นอน

“หุบปาก! หุบปากของแกเดี๋ยวนี้ซะ...!!!”

พอได้ยินชื่อ เย่ กว่างอวี่ สีหน้าที่กำลังนั่งนิ่งรอดูละครของ จ้าว สงอี้ ก็เปลี่ยนไปทันที เขาลุกขึ้นตะโกนออกมาอย่างคนเสียสติ

การดื่มสุราทำให้เสียเรื่องจริงๆ

เขาไม่มีความทรงจำเลยว่า เขาไปหลุดปากบอกเรื่องสำคัญแบบนี้กับชายหัวล้านตั้งแต่เมื่อไหร่

จบกันแล้ว...เขาจบสิ้นแล้วจริงๆ

จ้าว สงอี้ รู้สึกสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด

ตอนที่ คุณชายเย่ กว่างอวี่ มาพบเขาครั้งแรก เขาได้กำชับเขาอย่างเคร่งครัดว่าห้ามให้เรื่องนี้รั่วไหลออกไปเด็ดขาด ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ห้ามเปิดเผยเรื่องนี้กับใครทั้งสิ้น

ไม่อย่างนั้น เขาจะต้องเผชิญกับผลลัพธ์ที่น่าสะพรึงกลัว!!!

แต่ตอนนี้ ความลับของ คุณชายเย่ กว่างอวี่ กลับถูกไอ้หัวล้านบัดซบนี่.. เปิดโปงหมดแล้ว!!!

เขาจบสิ้นจริงๆ แล้ว..

“คุณชายเย่ ฉันบอกทุกอย่างที่ฉันรู้หมดแล้ว ได้โปรดไว้ชีวิตฉันด้วยเถอะ”

ชายหัวล้านร้องขอความเมตตาจาก เย่เฉิน

“ไว้ชีวิตงั้นเหรอ?”

เย่เฉิน เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“เห็นว่าแกให้ความร่วมมือดี ฉันจะส่งแกไปในที่ที่ไม่ไกลมากก็แล้วกัน”

เย่เฉิน เอ่ยขึ้น

ไอ้หมอนี่เคยข่มขู่คุณปู่คุณย่าของเขา จะให้ปล่อยไปง่ายๆ ได้อย่างไร?

เย่เฉิน ไม่มีวันยอมให้ใครมาคุกคามคนในครอบครัวของเขาเด็ดขาด!!!

“หา?”

เมื่อได้ยิน เย่เฉิน พูดแบบนั้น ดวงตาของชายหัวล้านก็สว่างวาบขึ้นมาทันที

เขาคิดไม่ถึงว่า เย่เฉิน จะยอมปล่อยเขาไป แต่แล้วประโยคถัดไปของ เย่เฉิน ก็ทำให้เขาหน้ามืดจนแทบจะเป็นลม

“ฉันจะไม่ส่งแกไปแอฟริกาแล้ว แต่ให้ไปปลูกมันฝรั่งที่ไซบีเรียแทนละกัน”

เย่เฉิน มองชายหัวล้านด้วยสายตา ‘เมตตา’

เขาไม่ส่งไอ้หมอนี่ไปแอฟริกาให้ไปอยู่กับพวกพี่น้องผิวดำ แค่ให้คนพามันไปปลูกมันฝรั่งที่ไซบีเรีย ก็นับว่าเป็นการเว้นโทษให้แล้ว

“ไปไซบีเรียปลูกมันฝรั่ง?”

เมื่อรู้ถึงชะตากรรมของตัวเอง ขาของชายหัวล้านก็อ่อนยวบทันที นี่มันเป็นบทลงโทษบ้าบออะไรกัน?

ไซบีเรีย ที่ที่อุณหภูมิติดลบเป็นสิบๆ องศา ส่งเขาไปที่นั่นให้ปลูกมันฝรั่ง นี่มันคือความทรมานจากนรกชัดๆ (นรกเยือกแข็ง)

“คุณชายเย่ ฉันผิดไปแล้ว ได้โปรดไว้ชีวิตฉันเถอะ……”

ชายหัวล้านยังพยายามอ้อนวอน เขาไม่อยากไปเผชิญกับความหนาวเหน็บที่ไซบีเรีย

“พาตัวมันออกไป”

เย่เฉิน ไม่อยากฟังเสียงโอดครวญของมันอีก จึงโบกมือสั่งการทันที

ทันทีหลังจากนั้น ลูกน้องของ เย่เฉิน ก็เข้ามาลากตัวชายหัวล้านออกไปทันที

หลังจากจัดการกับชายหัวล้านแล้ว เย่เฉิน ก็หันไปมอง จ้าว สงอี้ ที่ปรากฏอยู่บนจออีกครั้ง

ในขณะนี้ ใบหน้าของ จ้าว สงอี้ ซีดเผือดเหมือนคนเพิ่งคลานขึ้นมาจากหลุมศพ

ไม่เพียงเท่านั้น หากสังเกตดีๆ ร่างกายของเขายังสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เห็นได้ชัดว่าเขากลัวจนถึงขีดสุด

เขาได้เห็นกับตาแล้วว่า วิธีที่ เย่เฉิน จัดการลงโทษชายหัวล้านเมื่อกี้นี้นั้น..เป็นอย่างไร

จ้าว สงอี้ ไม่กล้าคิดเลยว่า หากตัวเองต้องไปปลูกมันฝรั่งที่ไซบีเรียบ้าง มันจะเป็นอย่างไร

นั่น..น่ากลัวเกินไปแล้ว!!!

“แกก็แซ่เย่ ตกลงว่าแกเป็นใครกันแน่ มีความสัมพันธ์ หรือความแค้นอะไรกับตระกูลเย่ในปักกิ่ง?”

จ้าว สงอี้ อดไม่ได้ที่จะถามออกไปตรงๆ

“เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่แกควรรู้…”

เย่เฉิน ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“แล้วบอกฉันหน่อยได้ไหมว่าลูกน้องของแกเป็นใคร? ทำไมพวกนักสู้ที่ฉันฝึกมาอย่างดี ถึงกลายเป็นแค่ลูกไก่ตัวน้อยๆ ต่อหน้าพวกมัน เพียงไม่กี่กระบวนท่าก็โดนจัดการจนราบคาบหมดแล้ว?”

ในเรื่องนี้ จ้าว สงอี้ รู้สึกไม่เข้าใจอย่างมาก

นักสู้ที่เขาเลี้ยงดูมา ล้วนมีฝีมือระดับสูง หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น คนเหล่านี้สามารถรับมือกับคู่ต่อสู้สองคนพร้อมกันได้อย่างไม่ลำบาก

พวกเขาเหล่านี้คือสิ่งที่ จ้าว สงอี้ พึ่งพาได้มากที่สุด ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนก็มักจะพาพวกเขาติดตัวไปเสมอเพื่อปกป้องความปลอดภัยของตัวเอง

แต่เมื่อนักสู้ที่เขาภูมิใจต้องมาเผชิญหน้ากับลูกน้องของ เย่เฉิน กลับโดนจัดการจนราบคาบในพริบตาเดียว

“พวกเขาคือบอดี้การดชั้นยอดของบริษัท หยิงหลง ซีเคียวริตี้ กรุ๊ป”

เย่เฉิน ตอบ

เรื่องนี้เขาสามารถบอกให้ จ้าว สงอี้ รู้ได้

“อะไรนะ?!!!”

“แกบอกว่าพวกเขาเป็นบอดี้การดชั้นยอดของบริษัท หยิงหลง ซีเคียวริตี้ กรุ๊ป?!!”

เมื่อได้ยินคำตอบของ เย่เฉิน จ้าว สงอี้ ถึงกับกรีดร้องออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ

ชื่อของกลุ่มบริษัทรักษาความปลอดภัย หยิงหลง นั้นเขาเคยได้ยินมานานแล้ว!!!

นี่คือหนึ่งในกลุ่มบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนที่ดีที่สุดในประเทศ!!! การจะเข้าทำงานที่นี่ต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกที่เข้มงวดมาก

ว่ากันว่าบอดี้การดชั้นยอดของ หยิงหลง ซีเคียวริตี้ กรุ๊ป ล้วนเป็นอดีตทหารหน่วยรบพิเศษที่ปลดประจำการ หรือไม่ก็เป็นผู้ที่มีฝีมือการต่อสู้ที่ไม่ธรรมดา

ไม่น่าแปลกใจเลยที่นักสู้ที่เขาฝึกมาถึงสู้คนพวกนี้ไม่ได้

ไม่ใช่แค่เขาหรอก แต่ในประเทศนี้มีนักสู้ หรือบอดี้การดสักกี่คนกันที่จะสามารถต่อกรกับบอดี้การดชั้นยอดของ หยิงหลง ซีเคียวริตี้ กรุ๊ป ได้?

เขาแพ้แล้ว และแพ้อย่างสิ้นเชิง

“แต่แล้วทำไมแกถึงสามารถเรียกใช้บอดี้การดชั้นยอดของ หยิงหลง ได้ตามใจชอบ?”

จ้าว สงอี้ มอง เย่เฉิน อย่างไม่อยากเชื่อ

ตั้งแต่ที่ไอ้หัวล้านนั่นรายงานว่าภารกิจล้มเหลว มาจนถึงตอนนี้ เวลาก็ผ่านไปแค่หนึ่งถึงสองชั่วโมงเท่านั้น

แต่ในช่วงเวลาสั้นๆ แค่นี้ เย่เฉิน มันกลับสามารถติดต่อ หยิงหลง ซีเคียวริตี้ กรุ๊ป และจัดการให้บอดี้การดชั้นยอดของพวกเขาบุกเข้ามาที่ฐานลับของเขาได้อย่างไร?

มันไม่สมเหตุสมผลเลย!!!

และเห็นชัดว่าเวลามันไม่น่าพอ!!!

เช่นนั้นแล้ว.. มันเพราะอะไรกัน?!

ตอนก่อน

จบบทที่ ชื่อที่สำคัญมาก

ตอนถัดไป