แม้อยากช่วยแต่ก็ช่วยไม่ได้?
“แค่กล้วยไม้ต้นเดียว?”
“เย่เฉิน นายมันขี้เหนียวเกินไปแล้ว!”
“ถึงนายจะไม่อยากซื้อของแพงๆ แต่ก็ไม่น่าจะเอากล้วยไม้ห่วยๆ ต้นเดียวมาหลอก ครูซ่ง แบบนี้นะ?”
“นี่มันไม่ให้เกียรติ ครูซ่ง เลย!”
เพื่อนร่วมชั้นหลายคนพากันส่ายหน้า
ข้างๆ กันนั้น สวี่ หว่านหรง มีสีหน้าสะใจสุดๆ อย่างเห็นได้ชัด
นับตั้งแต่ที่ เย่เฉิน กับซู หนิงซวง ปรากฏตัว สีหน้าของ สวี่ หว่านหรง ก็เริ่มไม่ค่อยดีนัก
สวี่ หว่านหรง เกลียด เย่เฉิน กับซู หนิงซวง มาก และเมื่อกี้เธอยังแอบกังวลว่า เย่เฉิน อาจจะเอาของขวัญที่แพงมากๆ มา จนบดบังภาพวาดของ จาง ต้าเชียน ที่เธอนำมา
แต่ตอนนี้ สวี่ หว่านหรง โล่งใจแล้ว สุดท้าย.. เธอก็คิดมากไปเองจริงๆ
แม้ว่า เย่เฉิน จะร่ำรวย แต่ก็ยัง ‘งก’ อยู่ดี เอาแค่กล้วยไม้ต้นเดียวมาให้ ครูซ่ง เนี่ยนะ?
เย่เฉิน นายไม่น่าอายไปหน่อยเหรอไง?
นี่มันเป็นการดูถูก ‘คนรวย และประสบความสำเร็จ’ อย่างพวกเธอชัดๆ!
แต่ในตอนนั้นเอง ครูซ่ง ก็พูดขึ้นมา :
“ไม่เป็นไรๆ ฉันชอบต้นกล้วยไม้ที่ เสี่ยวเฉิน ให้มาก”
แล้ว ครูซ่ง ก็หันไปทาง สวี่ หว่านหรง
“หว่านหรง ภาพวาดของ จาง ต้าเชียน มันแพงเกินไป เธอเอากลับไปเถอะ…”
“ต้นกล้วยไม้ต้นนี้ไม่ใช่แค่กล้วยไม้ธรรมดานะ และก็ไม่ใช่กล้วยไม้ห่วยๆ ด้วย นี่คือ ‘ซู่กวนเหอติ่ง’”
เมื่อเห็นคนโง่เขลาเหล่านี้พูดว่า ‘กล้วยไม้ห่วยๆ’ ซู หนิงซวง สวนกลับทุกคนทันที ในฐานะแฟนสาวของ เย่เฉิน แน่นอนว่าเธอต้องปกป้องเขาเป็นอันดับแรก
“ซู่กวนเหอติ่ง? คืออะไร? ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย”
“ฉันก็ไม่เคยได้ยินเหมือนกัน”
เพื่อนร่วมชั้นหลายคนพากันส่ายหน้า แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
ก็แค่กล้วยไม้ต้นเดียวเอง ไม่ใช่เหรอไง?!
พวกเขาไม่เชื่อหรอกว่ามันจะมีอะไรพิเศษไปกว่าภาพวาดของ จาง ต้าเชียนได้
แม้แต่ สวี่ หว่านหรง ก็ไม่เชื่อว่าต้นกล้วยไม้ต้นเดียวจะเทียบกับภาพวาดของ จาง ต้าเชียน ศิลปินผู้โด่งดังระดับตำนานของเธอได้
แต่ในกลุ่มเพื่อนร่วมชั้น มีผู้ชายคนหนึ่งที่รู้สึกสงสัย เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วลองค้นหาข้อมูลดู ทันทีที่ข้อมูลของ ‘ซู่กวนเหอติ่ง’ ปรากฏบนหน้าจอ เขาก็ถึงกับตกตะลึงจนพูดไม่ออก!
“‘ซู่กวนเหอติ่ง’... หนึ่งในกล้วยไม้สายพันธุ์ที่หายาก และล้ำค่าที่สุดในประเทศ... เคยถูกประมูลไปในราคาสูงถึง…สิบห้าล้านหยวน!!!”
สิบห้าล้านหยวน?!!!
เมื่อจำนวนเงินนี้ถูกพูดออกมา ทุกคนในห้องถึงกับ ช็อกจนพูดไม่ออก
สิบห้าล้านหยวน... ในเมืองหลินไห่ที่เป็นเมืองเล็กๆ ระดับสามสี่แบบนี้ เงินจำนวนนี้มากพอที่จะทำให้พวกเขาเป็นอิสระทางการเงินได้เลย
แต่เงินก้อนมหาศาลขนาดนี้... กลับซื้อได้แค่ กล้วยไม้ต้นเดียว เพียงต้นเดียวเท่านั้น?!
โอ้พระเจ้า!
ความยากจนจำกัดจินตนาการของพวกเขาจริงๆ...
นี่มันไม่ใช่แค่กล้วยไม้ธรรมดา แต่นี่คือสมบัติ! และนี่คือ ‘กล้วยไม้ทองคำ’ ไม่ก็ ‘กล้วยไม้เพชร’ ..ต่างหากเล่า!
เมื่อนึกถึงสิ่งที่พวกเขาเพิ่งพูดดูถูก เย่เฉิน ไปเมื่อกี้ พวกเขาก็รู้สึก อับอายจนแทบอยากเอาหน้าซุกดิน
“สิบห้าล้าน…”
สวี่ หว่านหรง พึมพำเสียงเบา เธอเองก็ช็อกเหมือนกัน ไม่อยากเชื่อว่ายอดตัวเลขที่ได้ยินนี้ ..จะเป็นเรื่องจริง
“เสี่ยวเฉิน ต้นกล้วยไม้นี้ฉันรับไว้ไม่ได้หรอก”
ครูซ่ง รีบพูดปฏิเสธทันที
เขาไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่า กล้วยไม้ต้นเดียวที่ เสี่ยวเฉิน มอบให้เขาจะมีค่ามากถึงสิบกว่าล้านหยวน!
แบบนี้.. ยิ่งรับเอาไว้ไม่ได้เด็ดขาด
“เย่เฉิน เจ้ากล้วยไม้อะไรของนายเนี่ย นายซื้อมันมาเท่าไหร่?”
มีเพื่อนร่วมชั้นชายคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะถาม
“ซื้อมาเท่าไหร่? ฉันไม่ได้เสียเงินสักหยวน”
เย่เฉิน ส่ายหัว
“ไม่ได้เสียเงิน?”
“มันจะเป็นไปได้ยังไง ที่ไม่เสียเงิน?”
ทุกคนไม่อยากเชื่อกับคำตอบของ เย่เฉิน นัก
“ต้น ‘ซู่กวนเหอติ่ง’ นี่ ฉันขุดมาจากสวนหลังบ้านตัวเอง ก็เลยไม่ต้องเสียเงิน”
เย่เฉิน ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ขุดมาจากสวนหลังบ้าน..ตัวเอง?!!!
โคตรเชี้ย! เวรเอ้ย! พ่องมันเถอะ!!!
ทุกคนตกตะลึงจนแทบพูดอะไรไม่ออก สวนที่บ้าน เย่เฉิน เป็นที่แบบไหนกันแน่?
ถึงขนาดมีต้นกล้วยไม้ที่ราคาเป็นสิบล้านได้?!
“คุณครูครับ ที่บ้านผมยังมีต้น ‘ซู่กวนเหอติ่ง’ แบบนี้อีกหลายต้นเลย โปรดรับไว้เถอะครับ”
เย่เฉิน กล่าวอย่างสบายๆ กับครูของเขา
ครูซ่ง ยังไม่ทันพูดอะไร แต่สีหน้าของ สวี่ หว่านหรง และเพื่อนๆ คนอื่นกลับเต็มไปด้วยความตกตะลึงอีกครั้ง
ที่บ้าน เย่เฉิน ยังมี ‘ซู่กวนเหอติ่ง’ อีกหลายต้น?!
นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!
ลองคำนวณดูแล้ว แค่สวนหลังบ้านของ เย่เฉิน ก็น่าจะมีมูลค่าหลายสิบล้านแล้ว และถ้าในสวนยังมีพืชพันธุ์หายากอื่นๆ อีกล่ะ? อาจจะมีมูลค่าถึงหลักร้อยล้านเลยก็ได้!
แค่สวนก็ขนาดนี้ แล้วทั้งบ้านของเขาจะหรูหราขนาดไหน? บางทีอาจจะเหนือกว่าพระราชวังเสียอีก!
สวี่ หว่านหรง ยืนอึ้งอยู่ที่เดิม เรื่องนี้เธอพบว่าตัวเองยากที่จะยอมรับได้จริงๆ…
“เย่เฉิน นายคือไอดอลของฉันเลย!”
“ฉันว่าแล้ว เย่เฉิน นายคือคนที่ประสบความสำเร็จที่สุดในหมู่พวกเรา ไม่มีใครเทียบได้แน่นอน!”
เพื่อนร่วมชั้นหลายคนเปลี่ยนข้างทันที ทิ้ง สวี่ หว่านหรง ไว้ข้างหลัง แล้วเริ่มเอ่ยปากชม เย่เฉิน กันยกใหญ่
ตอนนี้ สวี่ หว่านหรง ถูกเมินให้อยู่คนเดียวอย่างสิ้นเชิง
เย่เฉิน และซู หนิงซวง ได้นั่งลงพูดคุยกับ ครูซ่ง
ผ่านไปประมาณสิบนาที ประตูบ้านก็ถูกเปิดออก ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาด้วยสีหน้าวิตกกังวล
ผู้หญิงคนนี้เธอคือภรรยาของ ครูซ่ง หรือก็คือ อาจารย์แม่(师母, ภรรยาของอาจารย์) ของ เย่เฉิน
เมื่อเห็นว่ามีแขกอยู่ในบ้าน ภรรยาของ ครูซ่ง จึงทักทาย เย่เฉิน และคนอื่นๆ ด้วยอาการเหม่อลอย
“คุณเป็นอะไรไปเหรอ?”
ครูซ่ง ถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นว่าภรรยาของเขาดูวิตกกังวล
“เมื่อกี้น้องสาวฉันโทรมา บอกว่า เสี่ยวหลิน กำลังจะฝึกงานปีหน้า แต่ยังหาที่ฝึกงานดีๆ ไม่ได้เลย”
ภรรยาของ ครูซ่ง ตอบ
“ที่ฮ่องกงคนเยอะมาก ถ้าไม่มีเส้นสาย การจะเข้าไปฝึกงานในบริษัทดีๆ มันเป็นเรื่องยากมาก”
“น้องฉันก็เลยโทรมาถามว่าฉันรู้จักใครที่นั่นบ้างรึเปล่า”
ภรรยาของ ครูซ่ง พูดด้วยน้ำเสียงจนปัญญา
เธอจะไปรู้จักใครที่ฮ่องกงได้อย่างไรกัน?
“เกาะฮ่องกงเหรอ? นั่นคงจะลำบากหน่อยแล้ว..”
ครูซ่ง ที่ได้ฟังถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้
ถ้าเป็นเมืองใหญ่ในจีนแผ่นดินใหญ่อย่าง เซี่ยงไฮ้ หรือเซินเจิ้น ยังพอว่า เขายังพอรู้จักศิษย์เก่าอยู่ที่นั่นบ้าง
แต่เกาะฮ่องกง? เขากลับไม่มีเส้นสายในที่นั่นเลยจริงๆ
หืม?!
ข้างๆ กัน สวี่ หว่านหรง จู่ๆ ก็มีประกายตาวาบขึ้น และเธอคิดว่านี่คือโอกาส! โอกาสที่ดีมากๆ!!!
เมื่อกี้ สวี่ หว่านหรง โดน เย่เฉิน และซู หนิงซวง บดขยี้จนยับเยิน เวลานั้นเธอรู้สึกแย่มาก
แต่ตอนนี้! นี่เป็นเวลาที่เธอจะแสดงให้เห็นถึงอำนาจ และเส้นสายความสัมพันธ์ของเธอ!!!
สวี่ หว่านหรง หันไปมอง เย่เฉิน ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย และความโอ้อวด ต่อจากนั้น เธอจึงลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวอย่างมั่นใจสุดๆ ว่า :
“คุณครูคะ เรื่องนี้หนูช่วยได้คะ!!!”