เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เอง
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ทุกสายตาในที่เกิดเหตุต่างจับจ้องไปที่ สวี่ หว่านหรง
เกาะฮ่องกงอยู่ห่างจากที่นี่ตั้งไกล แต่ สวี่ หว่านหรง กลับมีวิธีจัดการได้งั้นเหรอ?!
สุดยอดจริงๆ
“หว่านหรง เธอช่วยได้งั้นเหรอ?”
ภรรยาของ ครูซ่ง เบิกตากว้าง และถามเธอด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยม
เนื่องจากเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับหลานสาวของเธอเอง ดังนั้นเธอจึงหวังว่าจะสามารถช่วยได้จริงๆ
“ครูคะ แฟนของหนูเป็นคุณชายจากตระกูลใหญ่ในปักกิ่ง มีเส้นสายกว้างขวางเท่าที่หนูจำได้ แฟนหนูรู้จักกับผู้จัดการฝ่ายบุคคลของบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งบนเกาะฮ่องกง”
สวี่ หว่านหรง อธิบายด้วยความภูมิใจอย่างยิ่ง
“เดี๋ยวหนูจะติดต่อแฟนหนู ขอข้อมูลติดต่อของเขามา แล้วโทรหาผู้จัดการคนนั้นโดยตรง เพื่อฝากฝังให้หลานสาวของครู แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้ว”
“เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เองคะ”
สวี่ หว่านหรง พูดอย่างมั่นใจ
“จริงเหรอ ถ้าได้อย่างนั้น ฉันขอบใจหนูมากๆ เลยนะ”
ภรรยาของ ครูซ่ง จับมือของ สวี่ หว่านหรง แน่นด้วยความรู้สึกตื่นเต้นมาก
“คุณครูวางใจเถอะ หนูมั่นใจเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ว่าจะช่วยได้แน่นอน”
สวี่ หว่านหรง รับปาก
“หว่านหรง ขอบใจมากนะ”
ครูซ่ง ก็กล่าวขอบคุณ สวี่ หว่านหรง เป็นพิเศษด้วย
สวี่ หว่านหรง ยกยิ้ม หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วโทรหาแฟนหนุ่มของเธอ
ขณะที่กำลังรอสาย สวี่ หว่านหรง จงใจมองไปทาง เย่เฉิน และซู หนิงซวง ราวกับต้องการอวดความสามารถ และเส้นสายของตัวเองให้ทั้งสองได้เห็น
ในไม่ช้าสายก็ถูกรับ สวี่ หว่านหรง ก็ได้รับเบอร์โทรศัพท์ของอีกฝ่ายมาอย่างราบรื่น
เมื่อได้เบอร์ของผู้จัดการฝ่ายบุคคลของบริษัทใหญ่บนเกาะฮ่องกงมาแล้ว สวี่ หว่านหรง ก็อดไม่ได้ที่จะแอบอวดความสามารถของตนอีกครั้ง
“จริงสิ หว่านหรง บริษัทใหญ่บนเกาะฮ่องกงที่หนูพูดถึงนี่คือบริษัทอะไรเหรอ พวกเราน่าจะเคยได้ยินชื่อบริษัทนี้บ้างไหม?”
ภรรยาของ ครูซ่ง เอ่ยถามด้วยความกังวล
เธอกลัวว่าแม้ สวี่ หว่านหรง จะบอกว่าเป็น ‘บริษัทใหญ่’ แต่อาจกลายเป็นแค่บริษัทเล็กๆ ไร้ชื่อเสียง ที่ให้หลานสาวเธอไปทำงานหนักที่นั่นก็ได้
สวี่ หว่านหรง ที่ได้ยินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า :
“ครูคะ ขอหนูนึกแป๊บหนึ่งนะ... เอ่อ... ใช่แล้ว! ชื่อว่า บริษัท ซันฮุงไค พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป เป็นหนึ่งในสิบกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ มีมูลค่าหลายแสนล้าน”
“อะไรนะ! บริษัท ซันฮุงไค พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป?!”
“ฉันเคยได้ยินชื่อบริษัทนี้ ถ้าหลานสาวของฉันได้เข้าไปฝึกงานในบริษัทใหญ่อย่างนี้ก็คงจะดีมากๆ!”
ภรรยาของ ครูซ่ง ตื่นเต้นสุดๆ
นี่เป็นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ และเป็นองค์กรใหญ่อย่างแท้จริง
“โห! หว่านหรง รู้จักกับผู้จัดการฝ่ายบุคคลของ ซันฮุงไค พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป ด้วยเหรอ?”
“สุดยอดไปเลย! แค่เริ่มต้นก็สามารถไปฝึกงานในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ขนาดนี้ได้แล้ว โคตรน่าอิจฉา”
“ใช่ สุดยอดจริงๆ”
เพื่อนร่วมชั้นหลายคนในที่นั้นต่างพากันอุทาน โดยมีบางคนถึงกับไม่เคยได้ยินชื่อบริษัท ซันฮุงไค พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป มาก่อน
แต่เมื่อ สวี่ หว่านหรง บอกว่านี่เป็นหนึ่งในสิบกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มีมูลค่าหลายแสนล้าน ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขารับรู้ว่าบริษัท ซันฮุงไค พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ปนี้ทรงอิทธิพลแค่ไหน
“หืม?”
แม้แต่ เย่เฉิน ที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วขึ้น
บริษัท ซันฮุงไค พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป?
นี่มันบังเอิญเกินไปแล้ว…
เย่เฉิน เองก็มีอุตสาหกรรมเล็กๆ อยู่หลายแห่งบนเกาะฮ่องกง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ บริษัท ซันฮุงไค พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป
แต่ปัญหาคือ สวี่ หว่านหรง คิดจะฝากหลานสาวภรรยาของ ครูซ่ง ให้เข้าไปฝึกงานที่นี่ คิดแล้ว.. เย่เฉิน ก็อดยิ้มเยาะในใจไม่ได้ เพราะสำหรับเขาแล้ว มันเป็นแค่เรื่องเพ้อฝันเท่านั้น
ถึงแม้ สวี่ หว่านหรง จะไม่รู้เรื่องนี้ แต่สำหรับ เย่เฉิน ซึ่งเป็นถึงผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสอง และรองประธานบริษัท เขารู้เรื่องภายในของบริษัท ซันฮุงไค พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ปนี้ดี
เมื่อไม่นานมานี้ เย่เฉิน ได้ร่วมมือกับผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งของบริษัท เพื่อโค่นล้มกลุ่มผู้ถือหุ้นบางรายที่พยายามจะขายผลประโยชน์ของบริษัทให้กับต่างชาติ
หลังจากนั้น ทั้งสองได้หารือกัน และตัดสินใจที่จะปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ รวมถึงกวาดล้างคนในบริษัทที่เคยเกี่ยวข้องกับเรื่องทุจริต รวมถึงกำจัดพรรคพวกของอดีตผู้ถือหุ้นเหล่านั้นออกไปให้หมด
ดังนั้น เย่เฉิน และผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งจึงได้ออกกฎชั่วคราวว่า – ‘ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า บริษัท ซันฮุงไค พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ปจะไม่รับพนักงานใหม่แม้แต่คนเดียว’
ถ้า สวี่ หว่านหรง ติดต่อไปหาผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งโดยตรง ก็คงไม่มีปัญหาอะไรในการจัดให้หลานสาวภรรยาของ ครูซ่ง ให้เข้าร่วม แต่เธอกลับเลือกที่จะติดต่อแค่ผู้จัดการฝ่ายบุคคลแบบนี้ ..อย่างไรก็ไม่เพียงพอแน่นอน
เย่เฉิน มองไปที่ สวี่ หว่านหรง ที่กำลังอวดความสามารถของตัวเองด้วยความรู้สึกเหมือนกำลังรอดูละครสนุกๆ
หลังจากคุยโม้กับภรรยาของ ครูซ่ง จนพอใจแล้ว สวี่ หว่านหรง ก็กดโทรหา คุณซุน ผู้จัดการฝ่ายบุคคลของบริษัท ซันฮุงไค พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป
ไม่นานสายก็ถูกเชื่อมต่อ และมีเสียงของชายวัยกลางคนที่ฟังดูขี้เกียจดังขึ้นมาจากปลายสาย :
“ใครน่ะ?”
“ขอโทษคะ ไม่ทราบว่า ผู้จัดการซุน ใช่ไหม? ฉันเป็นแฟนของ เกา หย่งไท่ จากปักกิ่ง คุณยังจำฉันได้ไหมคะ?”
สวี่ หว่านหรง ถามด้วยน้ำเสียงประจบเล็กน้อย
“อ้อ เป็นแฟนของ คุณชายเกา นี่เอง ฉันพอจำได้..”
ผู้จัดการซุน พยักหน้าตอบกลับ
“คุณมีธุระอะไรกับฉันงั้นเหรอ?”
เมื่อได้ยินว่า ผู้จัดการซุน จำเธอได้ สวี่ หว่านหรง ก็โล่งใจขึ้นมาอีกขั้น เธอคิดว่าตอนนี้ความสำเร็จอยู่ในมือแล้วกว่า 70–80%
แค่คนรู้จักกัน เรื่องเล็กๆ แบบนี้จะไปยากอะไร? เธอมั่นใจว่าฝ่ายตรงข้ามต้องช่วยเหลือเธอแน่นอน
ใบหน้าของ สวี่ หว่านหรง เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
“คืออย่างนี้ค่ะ ผู้จัดการซุน ฉันมีเพื่อนคนหนึ่งที่กำลังจะฝึกงานเร็วๆ นี้”
“เธอชอบบริษัท ซันฮุงไค พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ปมากเลยค่ะ ไม่ทราบว่า ผู้จัดการซุน จะกรุณาช่วยเหลือเรื่องเล็กๆ น้อยๆ โดยจัดการให้เธอได้เข้าฝึกงานที่บริษัทได้ไหมคะ?”
สวี่ หว่านหรง อธิบาย
ขณะที่เธอพูด สวี่ หว่านหรง ก็มองไปทาง เย่เฉิน ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ เหมือนหงส์ที่กำลังอวดปีกของตัวเองอย่างสง่างาม…