คุณชายน้อย?

“ที่นี่เป็นถิ่นของฉันชัดๆ แล้วตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่มันกลายเป็นของคุณ?”

เย่เฉิน ยักไหล่เล็กน้อย ก่อนจะมองไปที่ เว่ย ตงฉิว

เหตุผลที่ เย่เฉิน มาทานข้าวที่ ‘ซานว่ายโหลวซือฟ่าน’ นอกจากชื่อเสียงของที่นี่แล้ว …มันยังมีเหตุผลพิเศษอีกอย่างหนึ่งอีกด้วย

“ถิ่นของนาย? นายบอกว่า ซานว่ายโหลว เป็นถิ่นของนาย?”

เว่ย ตงฉิว ระเบิดหัวเราะเสียงดัง เขาเป็นผู้จัดการของที่นี่มาเกือบสิบปีแล้ว

ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่ ซานว่ายโหลว จากถิ่นของเขา กลายเป็นถิ่นของไอ้เด็กนี่?

ทำไมเขาในฐานะผู้จัดการของที่นี่ ..ถึงไม่รู้เรื่องนี้เลย?

ช่างเป็นเรื่อง ตลกสิ้นดี!!!

“เหล่าเว่ย เลิกพูดมากได้แล้ว! รีบจัดการเลย! ฉันยังถูกมัดอยู่นะ!!”

ฟ่าน ชิ่งผู่ ตะโกนเสียงดัง ถูกจับมัดอยู่แบบนี้มันไม่สนุกเลยสักนิด

ที่นี่คืออาณาเขตของ เหล่าเว่ย คนของ เหล่าเว่ย ก็มีเยอะกว่าคนของเด็กนี่ตั้งมาก

ขอแค่ เหล่าเว่ย เต็มใจช่วย เขากับลูกชายต้องรอดออกไปได้แน่นอน

“ไม่ต้องรีบร้อน”

เว่ย ตงฉิว พูดกับ ฟ่าน ชิ่งผู่ ก่อนจะหันไปมอง เย่เฉิน อีกครั้ง :

“เจ้าเด็กนี่บอกว่า ซานว่ายโหลว เป็นถิ่นของเขา ฉันเองก็ชักอยากรู้เหมือนกันว่าทำไม?”

เว่ย ตงฉิว ทำหน้าตาเหมือนกำลังจะได้ดูละครสนุกๆ

“ไอ้หนู นายบอกว่าที่นี่เป็นถิ่นของนาย งั้นนายมีหลักฐานอะไรมาแสดง?”

“ถ้านายพิสูจน์ได้ ฉันจะไม่ยุ่งเรื่องนี้ แถมยังขอโทษนายอีกด้วย”

เว่ย ตงฉิว ไม่เชื่อเด็ดขาด ว่าไอ้เด็กนี่จะหาหลักฐานอะไรมาได้

“ฮึ่ม! มันจะมีหลักฐานได้ยังไง?”

ฟ่าน หยวนไป๋ พูดจาเยาะเย้ย

ตอนนี้ ลุงเว่ย พาคนมาแล้ว ความปลอดภัยของเขาไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน ในเมื่อไม่ต้องกลัว เย่เฉิน แล้ว เขาก็กล้าพูดจาท้าทายขึ้นมาทันที

“ได้สิ ได้แน่นอน..”

เย่เฉิน พยักหน้า จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเลื่อนหาหมายเลขที่เขาเพิ่งเพิ่มเมื่อไม่นานมานี้ก่อนจะกดโทรออกไปโดยตรง

นี่คือหมายเลขโทรศัพท์ของสมาชิกคนหนึ่งในสโมสรซูเปอร์คาร์ ‘YSWD’ สาขาจงไห่

ไม่นานนัก เสียงที่ตื่นเต้นสุดขีดก็ดังขึ้นจากปลายสาย

“ท่านประธาน! ทำไมท่านถึงโทรหาผมได้?!”

เมื่อฟังน้ำเสียงจากปลายสายเห็นได้ชัดว่าเขาตื่นเต้นมากแค่ไหนเมื่อได้รับสายจาก ท่านประธาน การได้รับสายจากท่านประธาน นับเป็นเกียรติอย่างที่สุด

“โอ้ ก็ไม่มีอะไรมาก แค่ฉันกำลังกินข้าวที่ ซานว่ายโหลวซือฟ่าน ฉันบอกไปว่าที่นี่เป็นถิ่นของฉัน แต่มีคนๆ หนึ่งชื่ออะไรนะ... อ้อ เว่ย ตงฉิว เขาบอกว่าที่นี่เป็นถิ่นของเขา”

เย่เฉิน อธิบายด้วยน้ำเสียงสบายๆ

“ว่าไงนะ?!”

“เจ้า.. เว่ย ตงฉิว ไอ้สารเลว กล้าหือกับ ท่านประธาน?! มันบังอาจเกินไปแล้ว!!!”

“มันเป็นแค่หมารับใช้ของตระกูลเรา กล้าล่วงเกิน ท่านประธาน ได้ยังไง?!”

“นี่มันกบฏชัดๆ!!!”

เสียงจากสมาชิกคนหนึ่งของสโมสรซูเปอร์คาร์ ‘YSWD’ ที่อยู่ที่ปลายสายฟังดูโกรธสุดขีด

“ท่านประธานครับ ขอรบกวนส่งโทรศัพท์ให้มันหน่อย ผมมีเรื่องจะพูดกับมัน”

“ได้”

เย่เฉิน ยื่นโทรศัพท์ไปทาง เว่ย ตงฉิว

“นี่มันหมายความว่ายังไง?”

เว่ย ตงฉิว เห็นท่าทีของ เย่เฉิน ก็ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว แล้วถามออกไปอย่างไม่เข้าใจ

“นี่คือโทรศัพท์ของคุณชายน้อยของพวกคุณ..”

เย่เฉิน ตอบกลับอย่างเรียบง่าย

เมื่อคืนที่ผ่านมา ในงานปาร์ตี้ เย่เฉิน ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานะ และภูมิหลังของสมาชิกในสโมสรซูเปอร์คาร์ ‘YSWD’ สาขาจงไห่ โดยคร่าวๆ

ปรากฏว่า ซานว่ายโหลวซือฟ่าน เป็นหนึ่งในกิจการของสมาชิกคนหนึ่งในสโมสรของเขา!

ในเมื่อเป็นกิจการของลูกน้องเขา มันก็ถือว่าเป็น ‘อาณาเขตของเขา’ โดยปริยายไม่ใช่เหรอ?!

“นายว่าไงนะ?!”

เว่ย ตงฉิว ถึงกับชะงักค้างทันที

“นี่คือโทรศัพท์ของคุณชายน้อยของเรา?”

ใบหน้าของ เว่ย ตงฉิว เต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ เขาไม่อยากเชื่อแม้แต่น้อย

แต่เมื่อเห็นท่าทีที่สงบนิ่งของ เย่เฉิน หัวใจของเขาก็เริ่มเต้นแรงขึ้นด้วยความตื่นตระหนก มือของเขาเริ่มสั่นน้อยๆ เมื่อรับโทรศัพท์จาก เย่เฉิน ก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นๆ ออกไปว่า :

“ฉัน... ฉัน เว่ย ตงฉิว ขออนุญาตถามหน่อยว่า คุณเป็นใคร?…”

“ฉันเป็นใคร? นายคิดว่าฉันเป็นใครกัน!!!”

เสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวของคุณชายน้อยแห่งซานว่ายโหลวซือฟ่าน ดังมาจากปลายสาย

นี่มันเสียงของคุณชายน้อยของ ซานว่ายโหลว!!!

นี่..จริงๆ แล้วเป็นสายของคุณชายน้อยของพวกเขาจริง! และมันก็ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น!

“คุณชาย ผม... ผมไม่ทราบว่าเป็นท่าน…”

เว่ย ตงฉิว รีบก้มหน้าโค้งตัวแทบจะติดพื้น พูดเสียงอ่อนเหมือนลูกน้องที่รู้ว่าตัวเองทำผิด

“ว่าแต่แกบอกว่า ซานว่ายโหลว เป็นถิ่นของแกงั้นเหรอ? ไอ้บ้าเอ้ย! แกเป็นแค่ขี้ข้าในบ้านฉัน แกมีสิทธิ์อะไรมาพูดว่าที่นั่นเป็นของแก?!!!”

เสียงด่าทอดังก้องออกมาจากลำโพงโทรศัพท์

“ครับ ครับ…!”

เว่ย ตงฉิว พยักหน้ารัวๆ ไม่กล้าหือแม้แต่นิดเดียว เพราะเขารู้ดีว่าตำแหน่ง และชีวิตทั้งหมดของเขา ขึ้นอยู่กับคำพูดของเจ้านายเพียงคนเดียว

และแค่คำเดียวจากคุณชายของเขา ก็อาจทำให้เขาสูญเสียทุกอย่างในปัจจุบันไปได้!

“แล้วยังไง แกกล้าไปอวดดีต่อหน้าพี่ใหญ่ฉัน แกกล้ามากนะ เว่ย ตงฉิว!!!”

น้ำเสียงของ คุณชายเว่ย เต็มไปด้วยโทสะ

เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับ เย่เฉิน ท่านประธานของเขา เขาถึงกับเรียก เย่เฉิน โดยตรงว่า ‘พี่ใหญ่’

“หา?!”

เว่ย ตงฉิว ถึงกับเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมา

“พะ...พี่ใหญ่?!!”

ไอ้หนุ่มตรงหน้าคนนี้ เป็น ‘พี่ใหญ่’ ของคุณชายน้อยของพวกเขา?!

ในเมืองจงไห่ จะมีสักกี่คนที่คุณชายน้อยของ ซานว่ายโหลวซือฟ่าน ยอมก้มหัวเรียกว่า พี่ใหญ่?

คนแบบนี้ มีแต่สุดยอดผู้ทรงอิทธิพลเท่านั้น!!!

“ทำไม แกมีปัญหาอะไร? ถิ่นของฉัน ก็คือถิ่นของพี่ใหญ่ฉัน! ตอนนี้ไปขอโทษพี่ใหญ่ฉันซะ ขอให้พี่ใหญ่ยกโทษให้!!! แล้วเดี๋ยวฉันว่างเมื่อไหร่ เราค่อยมาเคลียร์กันอีกที!!!”

คุณชายเว่ย ทายาทแห่งซานว่ายโหลวซือฟ่าน ตะคอกสั่งเสียงดัง

“คะ...ครับ!!!”

หลังจากได้รับคำสั่งแล้ว เว่ย ตงฉิว รีบโค้งคำนับ ยื่นโทรศัพท์คืนให้ เย่เฉิน ด้วยสองมือ อย่างนอบน้อมที่สุด

พอเห็นว่า เย่เฉิน รับโทรศัพท์ไปแล้ว เว่ย ตงฉิว ก็ทำสิ่งที่ทำให้ ฟ่าน ชิ่งผู่ และฟ่าน หยวนไป๋ แทบช็อกตาตั้ง!!!

ตุบ..

เขาคุกเข่าลงตรงหน้า เย่เฉิน ทันที!!!

“คุณชายเย่! ผมขอโทษ! ผมมันตาถั่วเอง! คุณชายได้สั่งสอนผมแล้ว ผมรู้ความผิดของตัวเองแล้ว!!”

เว่ย ตงฉิว โขกศีรษะลงกับพื้น ขอร้องอ้อนวอนอย่างน่าสมเพชครั้งแล้วครั้งเล่า

“คุณชายเย่ พูดถูก ที่นี่คือถิ่นของคุณครับ เราทุกคนเป็นเพียงลูกน้องของคุณ!! หากคุณสั่ง เราพร้อมจะถวายชีวิตเพื่อคุณ ไม่ว่าจะสั่งให้ทำอะไรพวกเราก็พร้อมเสี่ยงตายเพื่อคุณโดยไม่ลังเล!!!”

จากนั้น เว่ย ตงฉิว รีบเสนอเพื่อเอาหน้า

“ว่าแต่… คุณชายเย่ อยากให้พวกเราจัดการไอ้ฟ่าน ชิ่งผู่ คนนี้เลยไหมครับ?”

“ไอ้บ้านี่มันไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง กล้าล่วงเกิน คุณชายเย่ คนแบบมันนี้ต้องสั่งสอนให้เข็ดหลาบ!!!”

“หะ?!!!”

ฟ่าน ชิ่งผู่ ถึงกับอ้าปากค้าง!!!

“เหล่าเว่ย!! นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันแน่?!!”

เขาเรียก เหล่าเว่ย มาที่นี่ เพื่อจะให้เล่นงานไอ้เด็กนี่ ไม่ใช่ให้มาก้มหัวให้มัน!!!

แต่แล้วทำไม แค่โทรศัพท์สายเดียว เหล่าเว่ย ก็ถึงกับเปลี่ยนข้าง ไปเข้าหาไอ้เด็กนั่นแล้ว?!!

ที่สำคัญ เหล่าเว่ย กำลังจะเสนอให้จัดการตัวเขาเองกับลูกชาย ..อีกต่างหาก?!!!

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ?!!!!

**少东家 = ลูกชายของเจ้าของกิจการ ซึ่งมักใช้เรียกบุตรชายของเจ้าของธุรกิจ หรือผู้สืบทอดกิจการในครอบครัว ในเนื้อเรื่องผมขอใช้เป็น ‘คุณชายน้อย’ เพราะคำนี้มักใช้เรียกอย่างเอ็นดู หรือให้เกียรติได้ด้วยครับ

ตอนก่อน

จบบทที่ คุณชายน้อย?

ตอนถัดไป