ต้องการเท่าไหร่?

“หึหึ เกิดอะไรขึ้น?”

เว่ย ตงฉิว หันไปมอง ฟ่าน ชิ่งผู่ ในใจเต็มไปด้วยความโกรธที่ยากจะปกปิด

ก็เพราะไอ้สารเลว ฟ่าน ชิ่งผู่ คนนี้แท้ๆ เพื่อช่วยมัน ตัวฉันเองถึงได้ไปล่วงเกิน ‘พี่ใหญ่’ ของคุณชายน้อยของพวกเรา

แล้วตอนนี้มันยังมีหน้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้นอีก?

ไอ้บัดซบเอ๊ย!!!

“คุณชายเย่ เป็นบุคคลที่พวกแก ..ตระกูลฟ่าน ไม่สามารถล่วงเกินได้”

เว่ย ตงฉิว ตอบไปหนึ่งประโยคเพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าแก่ ต่อจากนี้เขา กับฟ่าน ชิ่งผู่ คงจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก!

“บุคคลที่พวกเราไม่สามารถล่วงเกินได้...”

ฟ่าน ชิ่งผู่ พึมพำขึ้นมา

ในพริบตาเดียว ฟ่าน ชิ่งผู่ ร่างของเขาก็เหมือนกับถูกสูบวิญญาณจนหมดสิ้นโดยสิ้นเชิง ก่อนจะทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างหมดแรง

แค่เพียงโทรศัพท์สายเดียว สถานการณ์ในที่เกิดเหตุก็เปลี่ยนไปแบบนี้

จบแล้ว ครั้งนี้จบสิ้นจริงๆ แล้ว...

“ไม่...”

ฟ่าน หยวนไป๋ เองก็ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้เช่นกัน

แม้แต่พ่อของตัวเองก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของไอ้หมอนี่เลยอย่างนั้นหรือ?

ทุกอย่างจบลงแล้ว พวกเขาแพ้อีกครั้ง

“แล้ว.. ต่อไปจะทำยังไงดี?”

ฟ่าน หยวนไป๋ ไม่กล้าจินตนาการเลยว่า ต่อไปเขาจะใช้ชีวิตอยู่ในมณฑลจงไห่ได้อย่างไร

“จะทำยังไงต่อไป...หึหึ...นายควรคิดก่อนว่าตอนนี้พวกนายจะทำยังไงดีกว่า”

เย่เฉิน พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ฟ่าน หยวนไป๋ คิดไปไกลเกินไปแล้ว

“ส่ง ฟ่าน หยวนไป๋ ไปแอฟริกา ส่วน ฟ่าน ชิ่งผู่ ส่งไปไซบีเรีย สั่งคนของเราที่นั่นให้สลับเปลี่ยนที่กันทุกปี”

เย่เฉิน สั่งบอดี้การ์ดของบริษัท หยิงหลง ซีเคียวริตี้ กรุ๊ปโดยตรง

คิดจะเล่นงานฉัน กับหนิงซวง งั้นหรือ?

เย่เฉิน ย่อมไม่ปล่อย ฟ่าน ชิ่งผู่ กับฟ่าน หยวนไป๋ สองพ่อลูกคู่นี้ไปง่ายๆ แน่นอน

ฟ่าน หยวนไป๋ กำลังคิดว่าจะใช้ชีวิตอยู่ในมณฑลจงไห่ต่อไปอย่างไรดีงั้นหรือ?

ถ้างั้นก็ดีเลย ในเมื่อ ฟ่าน หยวนไป๋ มีความกังวลแบบนี้ เย่เฉิน ก็จะช่วยเขาเอง ให้เขาไม่มีเรื่องนี้ให้ต้องกังวลอีกต่อไป

หากนายไปแอฟริกาซะ ที่นั่นนายจะได้ไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว…

“ครับ”

บอดี้การ์ดพยักหน้าตอบรับคำสั่ง

จนกระทั่งตอนนี้ ฟ่าน หยวนไป๋ กับฟ่าน ชิ่งผู่ ยังคงมึนงง จึงไม่ได้แสดงอาการต่อต้านมากนัก

แต่เมื่อพวกเขาไปถึงจุดหมายแล้ว พวกเขาจะรู้เองว่า ..วันนี้ที่พวกเขาคิดจะเล่นงาน เย่เฉิน นั้น มัน..เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดขนาดไหน

ในขณะที่ทั้งสองคนถูกบอดี้การ์ดของ เย่เฉิน พาตัวออกไป เย่เฉิน ก็ส่งข้อความอีกฉบับหนึ่ง เพื่อสั่งให้ลูกน้องไปจัดการปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นภายหลังจากที่ส่ง ฟ่าน ชิ่งผู่ และฟ่าน หยวนไป๋ ไปยังแอฟริกา และไซบีเรีย

ส่วน เว่ย ตงฉิว ที่ยืนอยู่ข้างๆ กันนั้นก็ไม่ต้องห่วง ลูกน้องของเขาเองซึ่งเป็น คุณชายน้อยของ ซานว่ายโหลวซือฟ่าน จะเป็นผู้ ‘จัดการ’ ให้เป็นอย่างดี..

หลังทุกอย่างสิ้นสุด เย่เฉิน ก็ได้พา ซู หนิงซวง จากไป

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เย่เฉิน และซู หนิงซวง ได้จอดรถ และไม่ไกลจากที่นั่นนัก คือตลาดกลางคืนที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งในท้องถิ่น

ไม่ว่า เย่เฉิน หรือซู หนิงซวง ต่างก็ไม่รู้ว่าครั้งสุดท้ายที่พวกเขาได้มาเดินเที่ยวเล่นที่ตลาดกลางคืนแบบนี้ ..คือเมื่อไหร่

ทั้งสองเดินเข้ามาในตลาดกลางคืน หลังจากเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เย่เฉิน ก็สังเกตเห็นอาหารท้องถิ่นชื่อดังหลายอย่าง

เย่เฉิน ลองซื้อมาอย่างละสองชุด จากนั้นเขากับ ซู หนิงซวง ก็เดินไปกินไป

“อื้ม~ อร่อยมากเลย”

ซู หนิงซวง ชมอาหารท้องถิ่นเหล่านี้ไม่หยุด

หลังจากเดินต่อไปอีกไม่กี่นาที ทั้งสองก็สังเกตเห็นว่ามีฝูงชนประมาณยี่สิบถึงสามสิบคนกำลังมุงดูอะไรบางอย่างที่แผงขายของด้านหน้า ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังเล่นอะไรสักอย่าง

ด้วยความอยากรู้ เย่เฉิน และซู หนิงซวง จึงเร่งฝีเท้าเข้าไปดู

เมื่อเดินเข้าไปใกล้ พวกเขาก็พบว่าแท้จริงแล้วแผงนี้เป็นเกม ‘ปาลูกดอก’

นักท่องเที่ยวต้องจ่ายเงินซื้อลูกดอก จากนั้นยืนในจุดที่กำหนด และใช้ลูกดอกปาใส่ลูกโป่งเล็กๆ บนกำแพง

เมื่อใช้ลูกดอกหมดแล้ว ของรางวัลที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับจำนวนลูกโป่งที่โดนคุณเจาะ

ส่วนของรางวัลก็ค่อนข้างน่าสนใจ โดยส่วนใหญ่จะเป็นตุ๊กตาหลากหลายขนาด ซึ่งดึงดูดความสนใจของสาวๆ ได้มากเป็นพิเศษ

ซู หนิงซวง มองดูอยู่สักพักก็ถูกดึงดูดด้วยตุ๊กตาตัวหนึ่งตั้งแต่แรกเห็นเช่นกัน

และตุ๊กตาตัวนั้นก็ดูเหมือนจะเป็นรางวัลใหญ่ที่สุดของที่นี่

“สุดยอดไปเลย”

“ปาโดนลูกโป่งไปตั้งยี่สิบเจ็ดลูกแล้ว”

“พี่ชาย คนนี้เก่งจริงๆ”

เสียงเชียร์ดังขึ้นเป็นระยะ

ขณะนั้น ชายหนุ่มร่างสมส่วนคนหนึ่งกำลังปาลูกดอกเพื่อเอารางวัลให้แฟนสาวของเขา ซึ่งตอนนี้เขาปาโดนลูกโป่งไปแล้วถึงยี่สิบเจ็ดลูก

จากเสียงของนักท่องเที่ยว คนหนุ่มคนนี้ใช้ลูกดอกไปเพียงสามสิบกว่าลูกเท่านั้น ถือว่าแม่นมาก

“เหลืออีกแค่สิบสามลูกสุดท้ายก็จะได้รางวัลใหญ่แล้ว”

เถ้าแก่ของร้านเตือน

บนกระดานไม้นี้มีลูกโป่งทั้งหมดสี่สิบลูก หากสามารถปาโดนทั้งหมดก็จะได้รับรางวัลใหญ่พิเศษไป

แน่นอนว่ามีข้อจำกัด คือต้องใช้ไม่เกินห้าสิบลูกดอกเท่านั้น

ชายหนุ่มคนนั้นยังคงพยายามต่อไปจนใช้ลูกดอกครบห้าสิบลูก

สุดท้ายแล้ว เขาก็ยังขาดอีกหกลูก ทำให้พลาดรางวัลใหญ่ไปอย่างน่าเสียดาย

“ลูกโป่งที่เหลือวางอยู่มุมสุดเกินไป ไม่มีทางที่ใครจะปาโดนได้หรอก”

ชายหนุ่มร่างสมส่วนคนนั้นพูดปลอบใจตัวเอง

ผู้ชมรอบๆ ที่เฝ้าดูก็เริ่มพูดคุยกัน

“จริงนะ ฉันยืนดูอยู่ตั้งครึ่งชั่วโมงแล้ว หมอนี่เป็นคนที่ทำได้ดีที่สุดเลย”

“รางวัลใหญ่นี่ไม่ได้มาง่ายๆ หรอกนะ ฉันอยู่แถวนี้ ว่างๆ ก็มาดูเล่น รางวัลใหญ่นี่ตั้งอยู่อย่างนี้มาจะเดือนนึงแล้ว ยังไม่มีใครเอาไปได้เลย”

“ยากเกินไป”

ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดกันว่าวันนี้คงไม่มีใครคว้ารางวัลใหญ่ได้ เสียงเรียบๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

“ผมขอลองดูหน่อย”

เย่เฉิน ก้าวออกมา

เมื่อครู่ เย่เฉิน สังเกตเห็นว่า ซู หนิงซวง ดูจะสนใจรางวัลใหญ่นั้น

ไหนๆ ก็มาเดินตลาดกลางคืนก็เพื่อความสนุกอยู่แล้ว ไม่ได้ปาลูกดอกมานาน ลองเล่นสักหน่อยก็ไม่เลว

ถือเป็นการยืดเส้นยืดสาย…

สายตาของเหล่าผู้ที่กำลังจะเดินจากไป หันมามองที่ เย่เฉิน เป็นตาเดียวทันที

“ได้เลย นายจะเอาลูกดอกกี่ดอก?”

เถ้าแก่ของร้านซึ่งเพิ่งให้ลูกน้องเปลี่ยนลูกโป่งใหม่เรียบร้อยแล้ว เห็นว่า เย่เฉิน อยากเล่นก็ถามขึ้น

แต่จำนวนที่ เย่เฉิน ตอบกลับไป ทำให้ทุกคนในที่นั้นถึงกับตกตะลึง!!!

ตอนก่อน

จบบทที่ ต้องการเท่าไหร่?

ตอนถัดไป