ฤกษ์ดีไม่สู้จังหวะเหมาะ
หน้าห้างสรรพสินค้า หญิงสาวแต่งตัวอย่างประณีตคนหนึ่งมองไปที่ เย่เฉิน และซู หนิงซวง ด้วยความประหลาดใจ
เธอไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น สวี่ หว่านหรง..
“เย่เฉิน?”
เมื่อเห็น เย่เฉิน ใบหน้าของ สวี่ หว่านหรง ก็ปรากฏรอยยิ้มเย่อหยิ่งออกมา
ฉันไม่นึกเลยว่าจะมาเจอ เย่เฉิน ที่นี่ ช่างเป็นโอกาสที่ดีจริงๆ..
เมื่อคืนแฟนหนุ่มของเธอเพิ่งเดินทางมาถึงเมืองหลินไห่ เธอยังไม่มีโอกาสเล่าเรื่องเกี่ยวกับการเล่นงาน เย่เฉิน ให้แฟนหนุ่มฟังโดยละเอียด
เพียงแต่เธอเคยพูดอย่างคร่าวๆ ไว้ทางโทรศัพท์ก่อนหน้านี้ว่าต้องการให้แฟนหนุ่มจากปักกิ่งของเธอช่วยจัดการกับ เย่เฉิน
และวันนี้ช่างเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ ที่เธอบังเอิญมาเจอ เย่เฉิน ที่นี่เข้าพอดี
งั้นก็ดีเลย! ฤกษ์ดีไม่สู้จังหวะเหมาะ ดังนั้นก็ทำวันนี้แหละ!
แต่ เย่เฉิน เพียงแค่เหลือบมองเธอแวบหนึ่ง แล้วตั้งใจจะพา ซู หนิงซวง เดินจากไป
เย่เฉิน ไม่ได้มีความรู้สึกดีๆ กับ สวี่ หว่านหรง ผู้หยิ่งยโสคนนี้เลยแม้แต่น้อย
“พวกแกหยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!”
เมื่อเห็นว่า เย่เฉิน กำลังจะเดินจากไป สวี่ หว่านหรง ก็แผดเสียงอย่างหยิ่งผยอง :
“เย่เฉิน ครั้งก่อนนายทำให้ฉันอับอายขายหน้าต่อหน้า ครูซ่ง วันนี้แหละเป็นวันที่นายจะต้องอับอายบ้าง!”
สวี่ หว่านหรง จ้องมอง เย่เฉิน ด้วยแววตาสะใจก่อนจะคลี่ยิ้มอย่างผู้ชนะออกมา
“เดี๋ยวแฟนฉันก็มาถึงแล้ว นายเสร็จแน่!”
“แฟนเธอมา แล้วฉันต้องเสร็จงั้นเหรอ? เธอคิดว่าแฟนเธอเป็นใครกัน?”
เย่เฉิน หัวเราะออกมา เพราะคำพูดของ สวี่ หว่านหรงมันช่างน่าขำขันเกินไป
คนอื่นอาจไม่รู้ว่าแฟนหนุ่มของ สวี่ หว่านหรง เป็นใคร แต่ เย่เฉิน รู้ดี!
“แน่นอนอยู่แล้ว! แฟนฉันเป็นถึงคุณชายตระกูลใหญ่ในปักกิ่ง เลยนะ!”
สวี่ หว่านหรง พูดด้วยความภาคภูมิใจ
คุณชายตระกูลใหญ่ในปักกิ่งงั้นเหรอ?!
ผู้คนที่เดินผ่านไปมาเมื่อได้ยินคำพูดนี้ ต่างพากันหยุดฟังอย่างไม่รู้ตัว
สำหรับพวกเขาแล้ว ‘คุณชายตระกูลใหญ่ในปักกิ่ง’ ถือเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่อย่างที่พวกเขาไม่มีทางเอื้อมถึง
ผู้หญิงคนนี้มีแฟนที่ทรงอิทธิพลขนาดนี้เลยเหรอ?
ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา โดยเฉพาะสาวๆ ที่อยู่รอบๆ ต่างพากันมอง สวี่ หว่านหรง ด้วยสายตาอิจฉา
เมื่อได้รับสายตาชื่นชม และอิจฉาจากผู้คนรอบข้าง สวี่ หว่านหรง ก็ยิ่งอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เธอเตรียมตัวจะโม้ถึงความยิ่งใหญ่ของแฟนหนุ่มของเธอต่อ
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปาก เกา หย่งไท่ ก็เดินเข้ามาพอดี
“ที่รัก เขานี่แหละคือไอ้คนที่ฉันเคยบอกว่าเคยรังแกฉัน คุณต้องช่วยฉันเอาคืนให้ได้นะ!”
ทันทีพอเห็น เกา หย่งไท่ สวี่ หว่านหรง ก็รีบพุ่งเข้าไปกอดแขนเขา พร้อมออดอ้อนไม่หยุด
“ไม่มีปัญหา…”
เพราะมุมมองของเขา เกา หย่งไท่ เลยยังไม่ทันเห็นหน้า เย่เฉิน
ในขณะที่ฟังแฟนสาวอ้อน เกา หย่งไท่ ก็ค่อยๆ หันหน้าไปมองคนที่ สวี่ หว่านหรง ชี้ไป — เย่เฉิน กับซู หนิงซวง
แต่ทันทีที่ เกา หย่งไท่ เห็น เย่เฉิน ซึ่งกำลังยิ้มอย่างมีเลศนัยบนใบหน้าของเขา แข้งขาของเขาก็อ่อนยวบลงทันที เกือบทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว!
“ที่รัก…”
นอกจากนี้ สวี่ หว่านหรง ยังคงต้องการจะพูดยั่วยุ เกา หย่าไท่ ต่อ
เพี๊ยะ!!!
แต่ เกา หย่งไท่ ไม่ต้องการให้แฟนสาวของเขาพูดอะไรอีกแล้ว เขาฟาดฝ่ามือใส่หน้าเธอไปอย่างเต็มแรง!
เสียงตบดัง ‘เพี๊ยะ!’ ดังก้องขึ้นมา
เพียงเสี้ยววินาที แก้มขวาของ สวี่ หว่านหรง ก็แดง และบวมขึ้นทันตาเห็น
“อ๊า…”
“ค-คุณทำอะไรน่ะ?!”
สวี่ หว่านหรง ยกมือขึ้นกุมแก้ม ดวงตาเต็มไปด้วยความสับสน และตกตะลึงอย่างสมบูรณ์
ขณะที่เธอกำลังจะระเบิดอารมณ์ใส่ แต่ทันใดนั้น ภาพที่ทำให้เธอต้องอึ้งจนพูดไม่ออกก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
เธอเห็นกับตาว่าแฟนหนุ่มที่เธอภาคภูมิใจนักหนา กลับรีบเดินตรงเข้าไปหา เย่เฉิน แล้วโน้มตัวลงอย่างนอบน้อม พร้อมกล่าวคำขอโทษซ้ำๆ ราวกับเป็นลูกน้องที่ต่ำต้อย!
“ขอโทษครับ พี่ใหญ่ เป็นความผิดของผมที่อบรมเธอมาไม่ดี ทำให้เธอไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง…”
เกา หย่งไท่ พูดขอโทษ เย่เฉิน ซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยสีหน้าหวาดกลัว
ในเวลานี้ เขาแทบอยากจะฆ่า สวี่ หว่านหรง ทิ้งไปเสียให้พ้นๆ
ผู้หญิงโง่เง่านี่เกือบทำให้เขาต้องตกนรกทั้งเป็น!
สวี่ หว่านหรง จ้องมองเหตุการณ์นี้ด้วยสายตาเลื่อนลอย ความเชื่อมั่นในชีวิตพังทลายลงในพริบตา
มันไม่ถูกต้อง...
แฟนของเธอเป็นใครกัน? เขาเป็นถึง ‘คุณชายตระกูลใหญ่ในปักกิ่ง’ เป็นลูกหลานของตระกูลทรงอิทธิพลระดับประเทศ!
ในสายตาของเธอ เกา หย่งไท่ ควรจะเป็น ‘ผู้ไร้เทียมทาน’ อยู่แล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เมื่อเขาเห็น เย่เฉิน เขากลับก้มหัวประจบสอพลอเหมือนลูกน้องตัวเล็กๆ?
นี่ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม?!
หากบอกว่า เย่เฉิน เป็นคนที่มีฐานะสูงส่งกว่าแฟนหนุ่มของเธอ เธอคงจะยอมรับได้ง่ายกว่า... แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม
ไม่ไกลจากจุดนั้น เหล่าผู้คนที่เฝ้าสังเกตการณ์ต่างก็อึ้งไปตามๆ กัน นี่มันไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาคิดไว้เลยสักนิด!
“ดูแลแฟนของนายให้ดีๆ ด้วยล่ะ…”
เย่เฉิน พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะหันหลังพา ซู หนิงซวง เดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้าที่อยู่ไม่ไกล
เขายังมีธุระต้องทำ..
ในเมื่อที่นี่มีคนเยอะ เย่เฉิน จึงไม่อยากเอ่ยอะไรเกี่ยวกับ ตระกูลเย่ ในปักกิ่งให้มากความ
“ครับ ครับ ครับ…”
เกา หย่งไท่ พยักหน้ารับคำสั่งซ้ำๆ ยืนอยู่ที่เดิมเฝ้ามอง เย่เฉิน กับซู หนิงซวง เดินจากไป
จนกระทั่ง เย่เฉิน กับซู หนิงซวง เดินเข้าไปในห้างแล้ว เกา หย่งไท่ ถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
แต่หลังจากนั้น สีหน้าของ เกา หย่งไท่ ก็พลันเปลี่ยนเป็นโหดเหี้ยมขึ้นทันที เขาหันขวับไปหา สวี่ หว่านหรง ด้วยความโกรธจัด!
“ที่รัก เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่?!”
สวี่ หว่านหรง ถามด้วยน้ำเสียงสับสน
เพี๊ยะ!!!
เกา หย่งไท่ ไม่คิดจะพูดอะไรสะบัดมือตบหน้าเธอไปอย่างแรงอีกฉาดหนึ่ง
คราวนี้ สวี่ หว่านหรง ถึงกับตาค้าง ไม่เข้าใจว่าตัวเองทำผิดอะไร
“เรื่องมันเป็นยังไง เดี๋ยวฉันจะบอกเธอเองเมื่อกลับไป!”
เกา หย่งไท่ กัดฟันตอบพยายามข่มอารมณ์โมโหในตอนนี้
หลังจากพูดออกไปอย่างนั้น เกา หย่งไท่ ก็คว้าแขน สวี่ หว่านหรง แล้วลากเธอไปที่ลานจอดรถใต้ดินทันที
พอกลับไปถึงบ้าน เขาจะต้องสั่งสอนยัยผู้หญิงที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงคนนี้ให้หนัก!
ทางด้าน เย่เฉิน และซู หนิงซวง พวกเขาไม่ได้ใส่ใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้ทั้งสองกำลังเลือกของขวัญวันเกิดให้คุณย่าของพวกเขาภายในห้าง
ระหว่างเดินเลือกของ เย่เฉิน ก็เอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
“ว่าแต่ หนิงซวง... แล้ว หลิงเอ๋อร์ ล่ะ? ทำไมคราวนี้ช่วงปิดเทอมถึงไม่เห็นเธอเลย?”
ปกติทุกครั้งที่ถึงช่วงปิดเทอมฤดูหนาว หรือฤดูร้อน ซู หลิงเอ๋อร์ จะมักมาหาพวกเขาทุกครั้ง คอยตามติดทั้ง เย่เฉิน และซู หนิงซวง ไม่ห่าง
แต่มาคราวนี้ ปิดเทอมผ่านมาตั้งหลายวันแล้ว เขากลับไม่เห็น ซู หลิงเอ๋อร์ เลย เย่เฉิน จึงอดแปลกใจไม่ได้…