ความทรงจำ
เมื่อได้ยินที่ เย่เฉิน พูดออกมา ซู หนิงซวง ก็ยิ้มหวานก่อนจะถามกลับด้วยรอยยิ้ม :
“คุณลืมไปแล้วเหรอว่าปีนี้ หลิงเอ๋อร์ อยู่ชั้นไหนแล้ว?”
“อ๋อ…”
เย่เฉิน ถึงกับร้องอ๋อออกมา
เขาเกือบลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทแล้ว
ใช่แล้ว! ปีนี้ ซู หลิงเอ๋อร์ เรียนอยู่มัธยมศึกษาตอนปลายปีที่ 3 นี่นา! (高三, ม.6)
ปกติแล้ว นักเรียนมัธยมปลายปีที่ 3 มักจะปิดเทอมช้ากว่านักเรียนระดับชั้นอื่นๆ เช่นกัน
ในความทรงจำของ เย่เฉิน ในเมืองหลินไห่ โรงเรียนต่างๆ มักให้เด็กมัธยมปลายปีที่ 3 ปิดเทอมช้ากว่าคนอื่นหลายวันเสมอ
“เมื่อสองวันก่อน หลิงเอ๋อร์ ยังแอบส่งข้อความมาหาฉันเลยนะ บอกว่าใกล้จะปิดเทอมแล้ว เดี๋ยวเธอจะมาหาเที่ยวเล่นที่หลินไห่กับพวกเรา!”
ระหว่างที่เดินไปด้วยกัน ทั้งสองคนก็พูดคุยกันไปเรื่อยๆ
ขณะที่พวกเขาเดินไปได้ไม่นาน พวกเขาก็ถูกดึงดูดด้วยร้านค้าแห่งหนึ่ง
ร้านนี้มันเป็นร้านขายงานปักผ้าซูโจว(苏绣)ที่วิจิตรงดงาม ในเมืองหลินไห่ ร้านนี้ถือเป็นร้านชื่อดัง และยังเป็นร้านที่ขายงานปักผ้าซูโจวระดับไฮเอนด์ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองอีกด้วย
ซูซิ่ว(苏绣) เป็นชื่อเรียกของงานปักจากพื้นที่ซูโจว และเป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของประเทศ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสี่รูปแบบสุดยอดงานปักของจีนอีกด้วย
เหตุผลที่ เย่เฉิน รู้จักร้านนี้เป็นอย่างดี ก็เพราะคุณย่าของเขาชื่นชอบงานปักผ้าซูโจวเป็นอย่างมาก
เมื่อยืนอยู่หน้าร้านนี้ เย่เฉิน พลันตกอยู่ในภวังค์ของความทรงจำในอดีต
เขาจำได้ว่าตอนที่ตัวเองเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2(ม.5) ช่วงนั้นก็ใกล้ถึงวันเกิดของคุณย่าของเขาพอดี
เนื่องจากคุณย่าของเขาชอบงานปักผ้าซูโจว เย่เฉิน จึงตัดสินใจมาที่ร้านนี้
เย่เฉิน ตั้งใจจะใช้เงินค่าขนมที่เก็บออมไว้ ซื้อผลงานปักผ้าซูโจวชิ้นหนึ่งเป็นของขวัญวันเกิดให้คุณย่าเขา
แต่เมื่อมาถึงร้าน และเห็นราคางานปักผ้าซูโจวเข้าไป เย่เฉิน ก็ถึงกับอึ้ง!
ในร้านแห่งนี้ งานปักผ้าที่ถูกที่สุดก็ยังมีราคาหลายพันหยวน หรือไม่ก็หลายหมื่นหยวน
ถ้าคุณภาพดีขึ้นมาหน่อย ราคาก็พุ่งไปหลักหลายหมื่น หรือบางชิ้นก็หลักแสนเลยทีเดียว และบางชิ้นถึงกับแตะหลักล้านเลยก็มี!
สำหรับเด็กมัธยมปลายธรรมดาๆ ทั่วไป ราคานี้ถือเป็นตัวเลขที่สูงเกินเอื้อมเลยนะ!
หลังจากกลับไป เย่เฉิน ก็ลองหาข้อมูลเพิ่มเติม และพบว่างานปักผ้าซูโจวทั่วไปมีราคาถูก เพราะส่วนใหญ่ผลิตโดยเครื่องจักรในโรงงาน
แต่สำหรับงานปักที่แท้จริง ซึ่งเป็นงานแฮนด์เมดล้วนๆ ราคาจะสูงมาก
งานปักผ้าซูโจวอันทรงคุณค่านี้บางชิ้นสามารถมีมูลค่าสูงถึงหลักสิบล้านเลยทีเดียว!!!
และสินค้าที่วางจำหน่ายในร้านนี้ ล้วนขายเฉพาะงานปักที่เป็นงานฝีมืออันปราณีตทั้งหมด
เมื่อเห็นแบบนั้น เย่เฉิน ก็ได้แต่ตัดใจ และล้มเลิกความตั้งใจทันที
เพราะในตอนนั้น ต่อให้ขายตัวเองไปก็คงไม่มีทางหาเงินหลักหมื่นหลักแสนมาซื้อได้แน่นอน
แต่ตอนนี้ เมื่อเขากลับมายืนอยู่หน้าร้านเดิมอีกครั้ง เย่เฉิน กลับรู้สึกซับซ้อนในใจ
ทุกสิ่งอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้ว…
สำหรับ เย่เฉิน ในตอนนี้ ไม่ใช่แค่ของราคาไม่กี่หมื่น หรือไม่กี่แสน ต่อให้เป็นของที่มีมูลค่าหลักสิบล้าน หรือแม้แต่หลักพันล้าน ก็ไม่มีประโยชน์เลย
เย่เฉิน สามารถซื้อพวกมันทั้งหมดได้ทันทีโดยไม่ต้องกระพริบตา
เพียงแค่สามปี ทุกอย่างกลับตาลปัตร เขาได้เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงมากมาย
ตอนนี้ เขามีเงิน มีเงินเยอะมาก... มากมายจนไม่อาจนับได้ อยากได้อะไรก็สามารถซื้อได้ทุกอย่าง
ความรู้สึกนี้มันยอดเยี่ยมจริงๆ!!!
“คุณผู้ชาย คุณผู้หญิง เชิญเข้ามาด้านในเลยค่ะ~”
ทันทีที่เห็น เย่เฉิน และซู หนิงซวง ยืนอยู่หน้าร้าน พนักงานสาวสวยคนหนึ่งก็รีบออกมาต้อนรับพวกเขาอย่างกระตือรือร้นทันที
พนักงานขายเชิญทั้งสองคนเข้าไปในร้านด้วยรอยยิ้มสดใส
เย่เฉิน และซู หนิงซวง เดินเข้าไปด้านในภายใต้การแนะนำของพนักงาน
ในขณะกำลังเดินเข้าไปในร้าน เย่เฉิน ก็อดไม่ได้ที่จะคิดในใจอีกครั้ง
‘มีเงินนี่มันดีจริงๆ...’
เขาจำได้ว่าเมื่อตอนที่เขาอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 2(ม.5) เคยมาที่ร้านนี้ครั้งหนึ่ง ตอนนั้นร้านไม่ได้มีลูกค้าเยอะเท่าไหร่ พนักงานหลายคนยืนอยู่เฉยๆ แต่ไม่มีใครเดินเข้ามาทักทายเขาเลย บางคนยังแสดงท่าทางรังเกียจออกมาด้วยซ้ำ
พวกเขาอาจมองว่า เย่เฉิน เป็นแค่นักเรียนยากจนที่ไม่มีปัญญาซื้อสิ่งของต่างๆ ในร้านก็ได้
แต่ตอนนี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไป เย่เฉิน และซู หนิงซวง ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าเข้าร้านเลยด้วยซ้ำ แต่กลับมีพนักงานออกมาต้อนรับด้วยความกระตือรือร้นแล้ว
ท่าทีของพนักงานขายของร้านนี้ตอนนี้เปลี่ยนไป 180 องศา นับตั้งแต่ตอนนั้น..
บางทีคงเป็นเพราะเห็นว่า เขา และซู หนิงซวง สวมเสื้อผ้าราคาแพง เลยคิดว่าเป็นลูกค้าระดับวีไอพี
นี่แหละ...ความจริงของโลกใบนี้
ไม่มีเงิน...ทำอะไรไม่ได้จริงๆ
เมื่อเดินเข้ามาในร้าน เย่เฉิน และซู หนิงซวง ก็เริ่มดูสินค้าภายในร้าน
เย่เฉิน สังเกตเห็นว่าราคาของที่นี่สูงขึ้นกว่าตอนที่เขาเคยมาครั้งก่อน
ตอนที่ เย่เฉิน อยู่มัธยมศึกษาปีที่ 2 งานปักที่ถูกที่สุดของที่นี่ยังไม่ถึงหมื่นหยวนด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ เท่าที่ เย่เฉิน มองดูก็พบว่าถูกที่สุดก็เริ่มต้นที่สองหมื่นกว่าหยวนแล้ว
ขณะที่ทั้งสองกำลังเลือกของกันอยู่ ซู หนิงซวง ก็เรียก เย่เฉิน ให้เดินไปหา
“เย่เฉิน คุณว่าชิ้นนี้เป็นยังไง?”
ซู หนิงซวง เจองานปักผ้าชิ้นหนึ่งที่คิดว่าคุณย่าท่านคงต้องชอบแน่ๆ
เย่เฉิน เดินไปดู แล้วก็ต้องยอมรับว่างานปักผ้าชิ้นนี้ดูสวยงามกว่าชิ้นอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด ทั้งเห็นได้ชัดว่ามันเป็นผลงานของปรมาจารย์ด้านงานปัก
แต่แปลกมาก... ต่างจากงานปักผ้าซูโจวชิ้นอื่นๆ ข้างๆ ไม่มีป้ายบอกราคาไว้เลย
เย่เฉิน เลยหันไปถามพนักงานขายที่อยู่ไม่ไกลนัก
“งานปักชิ้นนี้ราคาเท่าไหร่ครับ?”
พนักงานขายสาวรีบเดินเข้ามา ก่อนขอโทษกลับมา :
“ขอโทษคะคุณลูกค้า งานปักผ้าซูโจวชิ้นนี้เป็นสินค้าตั้งโชว์ ไม่ได้มีไว้ขายค่ะ”
“ของโชว์?”
ไม่ขายงั้นเหรอ?
ซู หนิงซวง รู้สึกเสียดายขึ้นมาทันที เพราะทั้งฝีมือ และลวดลายของงานปักชิ้นนี้ เหมาะจะเป็นของขวัญวันเกิดให้คุณย่ามาก
แต่ถ้ามันไม่ได้มีไว้ขายก็ช่วยอะไรไม่ได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าเสียดาย…
ในขณะนั้น ซู หนิงซวง จึงตั้งใจจะเดินไปดูงานปักชิ้นอื่นๆ
แต่ เย่เฉิน กลับ คว้าจับมือเธอไว้ แล้วหันไปพูดกับพนักงานขาย
“รบกวนเรียกเจ้าของร้านมาทีครับ”
“เอ๊ะ? กรุณารอสักครู่คะ”
พนักงานขายชะงักไปชั่วครู่ เมื่อเห็น เย่เฉิน และซู หนิงซวงแต่งตัวหรูหรา ดูเป็นคนมีฐานะ สุดท้ายเธอก็พยักหน้าแล้วรีบไปตามเจ้าของร้านมา
สองนาทีต่อมา หญิงวัยกลางคนร่างท้วมคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับพนักงาน
“คุณลูกค้าท่านนี้ต้องการซื้องานปักที่เป็นของโชว์ของเราค่ะ”
พนักงานขายกล่าวแนะนำ
“คุณลูกค้า งานปักผ้าชิ้นนี้เป็นผลงานระดับปรมาจารย์ด้านงานปักซูโจวของ อาจารย์อู๋ และไม่ได้มีไว้ขายค่ะ”
หลังจากเห็น เย่เฉิน เจ้าของร้านกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์
เธอจำไม่ได้แล้วว่ามีลูกค้ากี่คนที่มาถามเพื่อซื้อของชิ้นนี้ และเธอเบื่อเต็มทีที่จะต้องคอยตอบคำถามพวกนี้
หลังจากพูดจบเธอก็ทำท่าจะเดินจากไปทันทีไม่อยากคุยกับ เย่เฉิน อีกต่อไป แต่แล้ว…
“ผมให้ราคาสิบเท่าของสินค้าที่แพงที่สุดในร้านคุณ แลกกับชิ้นนี้…”
เย่เฉิน พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
สิบเท่า?!!!
แต่กลับทำให้เจ้าของร้านที่กำลังจะเดินจากไป ชะงักฝีเท้าในทันที
เธอชัดเจนเลยว่า ลังเล แต่สุดท้ายเธอก็ยังส่ายหน้า และปฏิเสธ..
“ไม่ได้ค่ะ”
“ไม่ว่าคุณจะให้ราคาสูงแค่ไหน ฉันก็ไม่ขาย”
ในท้ายที่สุด เจ้าของร้านยืนยันเสียงหนักแน่น และยังคงไม่มีความตั้งใจที่จะขายสินค้าที่ไม่ขายชิ้นนี้
หลังจากได้ยินเจ้าของร้านพูดแบบนี้ เย่เฉิน ก็แค่ยกยิ้มขึ้นมา
“ถ้าเป็นแบบนั้น... งั้นเรามาลองใช้วิธีอื่นกันดูดีกว่า…”
เย่เฉิน กล่าวขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มลึกลับ…