ฉันไม่เข้าใจความหมายที่คุณพูด

ฉิน ลี่เทา ไม่ชอบให้ใครมายืนอยู่เหนือหัวของตัวเอง หรือให้ตัวเองต้องเป็นลูกน้องของใคร

แต่จากมุมมองเท่าที่ดูอยู่ตอนนี้ ฉิน ลี่เทา รู้สึกแค่ว่า เย่เฉิน มีออร่าที่แข็งแกร่ง และมีบุคลิกพิเศษ นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีอะไรเลย

ฉันเองก็ไม่ใช่ว่ามีดวงตาทิพย์ หรืออะไรทำนองนั้นหรอกนะ

หากฉันยังมองแบบนี้ต่อไปก็คงไม่ได้ผล อย่างไรก็ต้องหาทางอื่น

ขณะที่ ฉิน ลี่เทา กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ผู้เฒ่าฉิน ก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง

“เสี่ยวเฉิน ลี่เทา เพิ่งกลับมาจากปักกิ่ง ต่อไปนี้เธอต้องช่วยแนะนำ และชี้แนะเขาบ้างนะ”

“เจ้าเด็กคนนี้มันเริ่มเหลวไหลขึ้นทุกทีๆ แล้ว”

ผู้เฒ่าฉิน พูดกับ เย่เฉิน ด้วยความจริงใจ

“ไม่มีปัญหาครับ คุณตาฉิน”

เย่เฉิน พยักหน้า

แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยแน่ใจในสถานะที่แท้จริงของ ผู้เฒ่าฉิน ตรงหน้า แต่ถ้าเกมยังเรียกเขาว่าเป็นบุคคลระดับสูงสุด ก็แสดงว่า ผู้เฒ่าฉิน ไม่ธรรมดาแน่นอน

คำมั่นสัญญาของบุคคลระดับสูงสุดนั้นมีน้ำหนักมาก เย่เฉิน ย่อมเข้าใจเรื่องนี้ดี

การให้เขาช่วยแนะนำ ฉิน ลี่เทา สักหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร ดังนั้น เย่เฉิน จึงไม่ได้ปฏิเสธ

ไม่นานนัก พ่อบ้านก็เดินเข้ามาแจ้งกับ ผู้เฒ่าฉิน ว่าอาหารทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว ตอนนี้พวกเขาสามารถไปทานอาหารได้เลย

“เสี่ยวเฉิน หนิงซวง พวกเรากินไปคุยไปเถอะ”

ขณะที่เขาพูดอย่างนั้น ผู้ฒ่าฉิน ก็พา เย่เฉิน และซู หนิงซวง ไปทานอาหารเย็นด้วยกัน

ฉิน ลี่เทา ชะงักไปเล็กน้อย ตอนนี้เขายังคิดหาวิธีแก้สถานการณ์ดีๆ ยังไม่ได้ แต่เขาหิวแล้ว

เอาไว้กินข้าวเสร็จค่อยว่ากันอีกที

เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉิน ลี่เทา ก็เดินตามไป

หลังจากที่พวกเขานั่งลงแล้ว ผู้เฒ่าฉิน ก็เริ่มพูดคุยเรื่องทั่วไปกับ เย่เฉิน และซู หนิงซวง

ระหว่างที่กำลังทานอาหารกันอยู่ โทรศัพท์มือถือของ ฉิน ลี่เทา ก็ดังขึ้น เป็นสายเรียกเข้า

ฉินลี่เทา หยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย แล้วก็ได้ยินข่าวที่ทำให้เขาต้องรู้สึกหงุดหงิดสุดๆ

“อะไรนะ! ซื้อมันไม่ได้เหรอ?!”

“ฉันจ่ายเงินไปตั้งเยอะ แล้วนายมาบอกฉันว่าไม่ได้เรื่องเนี่ยนะ! พวกนายทำงานกันยังไง?!”

ฉิน ลี่เทา เวลานี้เดือดจัด

“แล้วมันไปอยู่กับใคร?”

สุดท้าย เฉิน ลี่เทา ก็ถามด้วยความไม่ยอมแพ้

“ถูกทางฝั่งของ คุณชายเฉา ซื้อไปครับ”

เสียงจากปลายสายตอบกลับมาอย่างหวาดหวั่นอย่างยิ่ง

“คุณชายเฉา?”

ฉิน ลี่เทา พึมพำเบาๆ

“อย่าบอกฉันนะว่าเป็นไอ้เจ้า เฉา เยวี๋ยนหลี่?!”

ฉิน ลี่เทา ยิ่งนั่งไม่ติด เนื่องจาก เฉา เยวี๋ยนหลี่ คือศัตรูตัวฉกาจของเขา!

“ใช่ครับ…คุณชายฉิน…”

เสียงจากปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

วินาทีนั้น ฉิน ลี่เทา แทบจะระเบิดอารมณ์ออกมา ขณะนี้หากไม่ใช่เพราะคุณปู่ของเขานั่งอยู่ตรงนี้ เขาคงระเบิดอารมณ์ไปนานแล้ว

“ลี่เทา เป็นอะไรไป? เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”

เมื่อ ผู้เฒ่าฉิน เห็นอาการของหลานชายก็อดไม่ได้ที่จะถาม

ฉิน ลี่เทา วางสายแล้วหันไปบอกคุณปู่ของเขา :

“คุณปู่ ผมเล็งซูเปอร์คาร์คันหนึ่งไว้ ก็เลยทุ่มเงินให้คนไปซื้อให้ แต่สุดท้ายไม่เพียงแต่คนของผมจะซื้อมันมาไม่ได้ แถมมันยังถูกศัตรูตัวฉกาจของผมแย่งซื้อมันไปอีก!”

ฉิน ลี่เทา พูดด้วยความโมโหสุดขีด

พอกลับไปถึงปักกิ่งแล้ว เจ้า เฉา เยวี๋ยนหลี่ ที่ได้ซูเปอร์คาร์ไป มันคงต้องมาโอ้อวด และเยาะเย้ยเขาอย่างแน่นอน

แมร่งเอ้ย โคตรจะหัวเสียเลย!

หลังจากฟังหลานชายของเขาพูดจบ ผู้เฒ่าฉิน ก็พยักหน้าเล็กน้อยโดยไม่ได้ใส่ใจมากนัก

หลานชายของเขาชอบเล่นรถ เขาก็พอเข้าใจได้ ถือว่าเป็นงานอดิเรกเล็กๆ น้อยๆ เพราะตอนหนุ่มๆ เขาเองก็เคยชอบเล่นรถเหมือนกัน

หลานชายของเขาเล่นรถ ก็แค่เสียเงินไปบ้าง อย่างมากก็แค่ไม่กี่สิบล้าน หรือหลายร้อยกว่าล้านเท่านั้น

อย่างน้อยๆ ก็ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกาย ดังนั้น ผู้เฒ่าฉิน จึงไม่คิดจะห้ามปรามอะไร

“แล้วรถที่นายเล็งไว้คือรุ่นไหน?”

เย่เฉิน ถามขึ้นพลางกินข้าวไปด้วย

“Bugatti Centodieci”

ฉิน ลี่เทา ตอบ

Bugatti Centodieci เป็นซูเปอร์คาร์ที่ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 10 คันทั่วโลก เจ้าของคันก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้เป็นคนดังอะไรหรอก แค่ชื่อของเขาคือ ‘คริสเตียโน โรนัลโด(Cristiano Ronaldo)’ เท่านั้นเอง

ในประเทศแทบไม่มีโอกาสได้เห็น Bugatti Centodieci เลย พอหาเจอสักคัน กลับโดนศัตรูตัวฉกาจแย่งชิงไปอีก

แบบนี้พอฉันกลับไปถึงปักกิ่งแล้ว จะมีหน้าสู้หน้าใครในวงการได้ยังไงกัน?!

“Bugatti Centodieci คันนั้นหายากมาก เส้นสายของตัวรถ เสียงเครื่องยนต์ มันช่างสมบูรณ์แบบ…”

ยิ่งพูดถึงมันมากเท่าไหร่ ฉิน ลี่เทา ก็ยิ่งรู้สึกเสียดายมากขึ้นเท่านั้น จนแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว

“พอเถอะ เลิกเสียดายได้แล้ว ฉันให้คันนึง”

เย่เฉิน โบกมือพูดขึ้นมาลอยๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก

เขาเริ่มทนไม่ไหวแล้ว ก็แค่รถคันเดียว จำเป็นต้องขนาดนี้ไหม?

“คุณว่าอะไรนะ?!”

ฉิน ลี่เทา กระเด้งตัวขึ้นมายืนทันที ราวกับไม่เชื่อหูตัวเอง

“คุณจะให้ฉันคันนึงเหรอ?”

ฉิน ลี่เทา มอง เย่เฉิน ด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ

“ในมือคุณมี Bugatti Centodieci งั้นเหรอ?”

ตาของ ฉิน ลี่เทา เปล่งประกายทันที

“ไม่มี”

เย่เฉิน ส่ายหัว

รถหรูในมือเขามีเยอะมาก แถมยังมีที่ดีกว่านี้อีกเพียบ แต่บังเอิญว่าเขาไม่มี Bugatti Centodieci รุ่นที่ผลิตจำนวนจำกัดเท่านั้นเอง

“ไม่มีแล้วพูดทำไม?!”

ประกายตาของ ฉิน ลี่เทา ดับวูบ เขาทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดอาลัยตายอยาก

“ถ้าไม่มี Bugatti Centodieci ก็แค่ผลิตขึ้นมาใหม่อีกคันก็จบแล้ว ไม่เห็นจะยากตรงไหน”

เย่เฉิน พูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มี Bugatti Centodieci แต่เขามีสายการผลิตของ Bugatti

หากคุณอยากได้รถอะไร ก็แค่ให้บริษัท Bugatti ผลิตออกมาให้สักคันนึงก็พอ ง่ายนิดเดียว

“ผลิตขึ้นมาใหม่…”

ฉิน ลี่เทา ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกกับคำตอบของ เย่เฉิน

ถ้าหาก เย่เฉิน บอกกับเขาว่าจะไปซื้อ หรือมีช่องทางจัดหามาได้ นั่นเขาก็คิดว่ามัน ..ฟังดูสมเหตุสมผล

แต่การไม่มี แล้วจะให้ผลิตใหม่?!

นี่มันคำตอบบ้าอะไรกัน?

เรื่องพรรค์นี้ คนธรรมดาทำกันได้ด้วยเหรอ?

ยังไม่ต้องพูดถึงลิขสิทธิ์ หรืออะไรทั้งนั้น ต่อให้ Bugatti อนุญาตให้ผลิตได้ แต่นายไม่มีทั้งเทคโนโลยี และสายการผลิต จะทำได้อย่างไร?!

“ฉันไม่เข้าใจความหมายที่คุณพูด”

“คุณจะไปหาสายการผลิต และเทคโนโลยีของ Bugatti มาจากไหน?”

ฉิน ลี่เทา ถามอย่างงุนงง หรือว่า เย่เฉิน มีเส้นสายเกี่ยวกับอุตสาหกรรมสีเทาในด้านนี้?

“จะต้องไปหาทำไม? Bugatti มีสายการผลิตตั้งเยอะแยะ ใช้สักสายก็จบแล้ว”

เย่เฉิน ส่ายหัวอย่างจนใจ

ฉิน ลี่เทา ไอ้หมอนี่ทำไมถึงโง่ขนาดนี้นะ?

“ใช้สายการผลิตของ Bugatti โดยตรง?!”

ฉิน ลี่เทา ถึงกับกลอกตาใส่ เย่เฉิน พลางพูดอย่างประชดว่า :

“คุณคิดว่าคุณเป็นใคร? จะไปใช้สายการผลิตของคนอื่นตามใจชอบน่ะ คิดว่าเขาจะยอมรึไง? ฝันไปเถอะ!!!”

ตอนก่อน

จบบทที่ ฉันไม่เข้าใจความหมายที่คุณพูด

ตอนถัดไป