สมบัติล้ำค่าที่พิเศษสุดๆ

ฉิน ลี่เทา ยังคิดว่า เย่เฉิน จะตอบอะไรออกมาอีก

ผลสุดท้ายแค่นี้เอง...

จะใช้สายการผลิตของ Bugatti เนี่ยนะ?

หมอนี่กล้าพูดจริงๆ!

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าคนอื่นจะต้องหยุดสายการผลิตชั่วคราวเพื่อสร้างซูเปอร์คาร์ให้เขาเพียงคันเดียว ซึ่งจะต้องเสียเวลา และสูญเสียทั้งเงินไปเท่าไหร่

แม้ว่าเขาจะสามารถชดเชยความเสียหายให้ได้ แต่เขาจะหาคอนเนคชั่นที่เหมาะสม ไปติดต่อกับผู้บริหารระดับสูงของ Bugatti และทำให้พวกเขายอมตกลงได้จริงหรือ?

ไอ้เด็กนี่คิดใหญ่เกินไปแล้ว!

“ฉันขอพูดง่ายๆ เลยแล้วกัน คนอื่นเขาจะยอมให้คุณใช้สายการผลิตของเขาทำไม? รู้ไหมว่ามันจะเสียเวลา และเงินไปขนาดไหน?”

ฉิน ลี่เทา ถาม เย่เฉิน กลับ

“ฉันใช้สายการผลิตของตัวเอง ใครจะกล้าว่าฉัน? ต่อให้มีความเสียหายบ้าง แต่มันก็แค่เงินเล็กๆ น้อยๆ ไม่มีปัญหา”

เย่เฉิน ตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ สำหรับ เย่เฉิน เงินจำนวนเล็กน้อยที่สูญเสียไปนั้นสามารถละเลยได้อย่างสิ้นเชิง

หืม?!

พอได้ยินคำตอบของ เย่เฉิน ฉิน ลี่เทา รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง อะไรคือ ‘สายการผลิตของตัวเอง’?

เมื่อกี้ เย่เฉิน พูดถึงสายการผลิตของ Bugatti ตอนนี้กลับบอกว่าเป็นของตัวเอง? หรือเป็นไปได้ไหมว่า...

ฉิน ลี่เทา เริ่มวิเคราะห์แล้วก็ต้องตกตะลึงไปกับข้อสรุปที่น่าตกใจของตัวเอง

“ขอโทษนะ ขอถามหน่อย... คุณ... คุณ... คุณมีความสัมพันธ์อะไรกับบริษัท Bugatti?”

ฉิน ลี่เทา เบิกตากว้าง ถาม เย่เฉิน ด้วยความตื่นเต้น

เขาแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตัวเองสรุปออกมา..

“บริษัท Bugatti เป็นของฉัน”

เย่เฉิน ตอบกลับ

“บริษัท Bugatti เป็นของคุณ?”

“คุณเป็นเจ้าของ Bugatti งั้นเหรอ?!!!”

ฉิน ลี่เทา ช็อกไปแล้ว การคาดเดาของเขาถูกต้อง! ชายหนุ่มตรงหน้าเขาคนนี้ที่ดูเด็กกว่าตัวเอง กลับเป็นเจ้าของ Bugatti?!!!

เขาคือบิ๊กบอสตัวจริงที่ซ่อนตัวอยู่!

โว้ว เชี้ยเอ๊ย! สุดยอดมาก!!!

ฉิน ลี่เทา เวลานี้รู้สึกตกตะลึงจนพูดไม่ออก

Bugatti เป็นแบรนด์ซูเปอร์คาร์ระดับท็อปของโลก เขาเคยศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Bugatti มาบ้าง

เนื่องจาก Bugatti ผลิตรถจำนวนค่อนข้างน้อย ขนาดบริษัทจึงไม่ใหญ่มาก การจะเข้าซื้อกิจการอาจใช้เงินเพียงหลักสิบ หรืออาจถึงสิบเอ็ดหลักเพียงเท่านั้น

แต่ปัญหาคือ จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากซื้อไปแล้วล่ะ?

Bugatti เป็นบริษัทที่ขาดทุนมาตลอด ไม่อย่างนั้นบริษัทแม่ที่เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่จะขาย Bugatti ทำไม?

Bugatti เป็นเสมือนหลุมดำที่ต้องใช้เงินอัดเข้าไปเรื่อยๆ ไม่มีสิ้นสุด

การซื้อ Bugatti อาจใช้แค่หลักพันล้าน หรือหมื่นล้านเพียงเท่านั้น แต่หลังจากซื้อแล้ว เงินที่คุณจะต้องลงทุนต่อไปอาจมากกว่านั้นหลายเท่า

ดังนั้น ไม่ว่าใครก็ตาม รวมถึงกลุ่มบริษัทรถยนต์ขนาดใหญ่ ต่างก็อยากได้ Bugatti แต่ไม่มีใครกล้าแบกรับภาระนี้

แต่ เย่เฉิน เด็กหนุ่มตรงหน้าเขากลับกล้าซื้อ! และแน่นอนว่าคนที่กล้าซื้อ Bugatti จะต้องมีทรัพย์สินมหาศาล และความกล้าหาญอย่างเหลือล้น

เพียงจุดนี้ ..แค่เรื่องเดียว ฉันก็นับถือแล้ว!!!

ฉิน ลี่เทา ลุกขึ้นยืน เดินเข้าไปหา เย่เฉิน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า :

“พี่เฉิน ตอนแรกผมคิดตื้นเขินเกินไป คิดว่าคุณยังเด็กเกินไป ในส่วนนี้ผมต้องขอโทษด้วยครับ ผมจะลงโทษตัวเองด้วยการดื่มห้าแก้ว”

หลังจากพูดอย่างนั้นแล้ว ฉิน ลี่เทา ก็รินเหล้าขาวให้ตัวเอง แล้วกระดกลงไปหมดในอึกเดียว

จากนั้น แก้วที่สอง... แก้วที่สาม...

ข้างๆ กันนั้น เมื่อเห็นฉากนี้ ผู้เฒ่าฉิน ทำเพียงแค่ยิ้ม แต่ไม่ได้พูดอะไร

หากเป็นเมื่อก่อน ถ้าหลานชายจะดื่มหนักขนาดนี้ เขาคงต้องห้ามไว้แน่ๆ แต่วันนี้ เขาเลือกที่จะไม่ห้ามหลายชายอีกต่อไปแล้ว

ลี่เทา.. โตเป็นผู้ใหญ่แล้วสินะ

หลังจากกระดกไปห้าแก้วติดกัน ฉิน ลี่เทา ก็เริ่มรู้สึกเวียนหัว มีอาการมึนๆ เล็กน้อย

เขารีบรินเหล้าให้ เย่เฉิน ด้วยตัวเอง และกล่าวขอโทษสำหรับความหยิ่งผยองของเขาในก่อนหน้านี้

เย่เฉิน ที่เห็นแก่หน้า ผู้เฒ่าฉิน จึงไม่ได้ใส่ใจอะไร และยอมดื่มแก้วนี้ของ ฉิน ลี่เทา

จากนั้น ฉิน ลี่เทา ก็รีบย้ายที่นั่งของตัวเองมานั่งลงข้างๆ เย่เฉิน ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับ Bugatti

เย่เฉิน เพียงตอบไปแบบผ่านๆ เท่านั้น

เนื่องจากทั้งคู่ต่างก็ชื่นชอบซูเปอร์คาร์ บรรยากาศในการพูดคุยจึงเป็นไปได้ด้วยดี

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อ ฉิน ลี่เทา รู้ว่า เย่เฉิน มีรถหายากระดับโลก ที่เหนือกว่า Bugatti Centodieci ที่เขาหมายตาไว้หลายคัน ยิ่งไปกว่านั้น รถที่มีเพียงคันเดียวในโลกอย่าง Bugatti La Voiture Noire ก็ตกอยู่ในมือของ เย่เฉิน ด้วยเช่นกัน!

ฉิน ลี่เทา ยิ่งทึ่ง และนับถือ เย่เฉิน มากขึ้นกว่าเดิม

ก่อนหน้านี้ เขาเรียก เย่เฉิน ว่า ‘พี่เฉิน’ เพราะเห็นแก่คุณปู่ของเขา

แต่ในขณะนี้ ฉิน ลี่เทา ได้เรียก เย่เฉิน ว่า ‘พี่เฉิน’ จากใจจริงๆ ของเขา!

“ว่าแต่ พี่เฉิน อีกไม่กี่วันผมจะไปฮ่องกง พี่สนใจไปด้วยกันไหมครับ?”

ฉิน ลี่เทา เอ่ยชวน

“ไปฮ่องกงทำอะไร?”

เย่เฉิน ส่ายหัวพลางกล่าวถาม

เขาเคยเดินทางไปเที่ยวที่นั่นมาระยะหนึ่งแล้ว และมีธุรกิจบางอย่างอยู่ที่นั่นบ้าง แต่ช่วงนี้เขายังไม่มีแผนจะกลับไปเกาะฮ่องกง

“พี่เฉิน ช่วงนี้ที่ฮ่องกงมีงานแสดงของสะสม มีอยู่ชิ้นหนึ่งที่ผมสนใจมาก เป็นสมบัติล้ำค่าชิ้นหนึ่งที่พิเศษสุดๆ!”

“ผมคิดว่าพี่เองก็น่าจะชอบเหมือนกัน”

ฉิน ลี่เทา พูดด้วยความตื่นเต้น

แค่พูดถึงสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้.. เขาดูจะตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนพูดถึง Bugatti Centodieci เสียอีก!

“สมบัติอะไร?”

เย่เฉิน ถามด้วยความสงสัย

“มันคือ นาฬิกาข้อมือ Patek Philippe รุ่น 96 Quantieme Lune นาฬิการุ่นนี้ มีเพียงแปดเรือนในโลกเท่านั้น!”

ฉิน ลี่เทา เริ่มอธิบายให้ เย่เฉิน ฟัง

“ที่สำคัญ นอกจากตัวนาฬิกา Patek Philippe รุ่น 96 Quantieme Lune จะหายากมากๆ แล้ว มันยังพิเศษเพราะเจ้าของคนก่อนของมันอีกด้วย”

“เจ้าของคนก่อน?”

“ใคร?”

“จักรพรรดิองค์สุดท้ายของพวกเรา!”

ฉิน ลี่เทา ตอบ

“ตอนนี้นาฬิกา Patek Philippe เรือนนี้อยู่ในงานแสดง แต่ในอีกไม่นาน มันจะถูกนำออกมาประมูล!”

ฉิน ลี่เทา ตั้งใจไปฮ่องกงรอบนี้ เพื่อต้องการครอบครองนาฬิกาสุดล้ำค่าเรือนนี้ให้ได้

เศรษฐีบางคนชอบสะสมรถ บางคนชอบสะสมนาฬิกา

ส่วน ฉิน ลี่เทา เขาชื่นชอบทั้งสองอย่าง!

“พี่เฉิน พี่สนใจไหม? ถ้าหากว่าพี่สนใจ ผมจะได้ไม่ไปแย่งกับพี่”

ฉิน ลี่เทา จ้องมอง เย่เฉิน

หากถ้าเป็นคนอื่นอยากได้นาฬิกา Patek Philippe เรือนนี้ที่ผลิตออกมาเพียงแค่แปดเรือนเท่านั้นในโลก เขาก็พร้อมที่จะทุ่มสุดตัวแน่นอน!!

แต่ถ้าหากเป็น พี่เฉิน เขาเองย่อมยินดีหลีกทางให้

“Patek Philippe Reference 96 Quantieme Lune…”

เย่เฉิน พึมพำเบาๆ

“ใช่ครับ พี่เฉิน นาฬิกาเรือนนี้คือหนึ่งในแปดเรือนที่มีอยู่บนโลกเท่านั้น!”

ฉิน ลี่เทา พยักหน้าอย่างตื่นเต้น

แต่ทันใดนั้นเอง.. ขณะที่ ฉิน ลี่เทา กำลังตื่นเต้นอยู่นั้น เย่เฉิน กลับพูดประโยคบางอย่างที่ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง!!!

ตอนก่อน

จบบทที่ สมบัติล้ำค่าที่พิเศษสุดๆ

ตอนถัดไป