อ้าปากค้าง

เมื่อหลินเทียนเดินนำผู้คนทั้งหลายมาถึงห้องโถง พวกมันก็ได้พบกับหลินฮันที่กำลังพูดคุยกับหลินปินและหนิงฮวาอย่างสนุกสนาน ที่ด้านหลังของมันนั้นมีศิษย์ทั้ง 3 กำลังยืนยิ้มอย่างยินดี เมื่อเห็นท่านอาจารย์มีความสุข ศิษย์ก็มีความสุขไปด้วย



เมื่อเจ้าเมืองเขียวอรุณและเจ้าสำนักหยกอรุณมองเห็นหลินฮัน พวกมันก็เดินมาหยุดด้านหน้าแล้วคำนับด้วยความเคารพพร้อมกับกล่าวออกมาว่า



“เจ้าเมืองเขียวอรุณ หลงเจี้ยน คารวะท่านเจ้าขุนเขาเดียวดาย”

“เจ้าสำนักหยกอรุณรุ่นที่ 14 ตู้รั่วหยุน คารวะท่านเจ้าขุนเขาเดียวดาย”



ตัวตนด้านหน้าของมันนี้เป็นตัวตนเช่นไรพวกมันย่อมทราบดี แม้องค์จักรพรรดิแห่งอาณาจักรนี้ก็ยังมิกล้ากล่าวเสียงดังเมื่ออยู่ต่อหน้าประมุขขุนเขาแห่งสำนักเทพกระบี่

เมื่อพวกมันทราบข่าวว่าหลินฮันได้รับตำแหน่งประมุขแห่งขุนเขาเดียวดายอีกทั้งยังได้เดินทางกลับมายังตระกูลหลิน ก็รีบเดินทางมาตระกูลหลินทันทีหมายจะประจบเอาใจหลินเทียนก่อนที่หลินฮันจะเดินทางมาถึง แต่มิคิดเลยว่าหลินฮันนั้นจะได้มาถึงตระกูลหลินก่อนหน้าพวกมันแล้ว

หลินเทียน หนิงฮวา หวังเทา หลินปิน หนิงอันและข้ารับใช้ทั้งหลายที่ได้ฟังคำกล่าวของคนทั้งสองพลันตื่นตะลึง "มันเรื่องอะไรกันลูกฮัน” หลินเทียนกล่าวถาม

“นั่นสิ หลานตา เจ้าเป็นประมุขขุนเขาตั้งแต่เมื่อใดกัน” หนิงอันกล่าวเสริม ตัวหนิงอันนั้นไปมาหาสู่กับตระกูลหลินเป็นปกติอยู่แล้ว วันนี้เพียงผ่านมาจึงแวะมาเล่นกับหลินปินหลานสาวของมันเท่านั้น มิคิดว่าจะได้เจอหลานชายของตนเช่นนี้ ตอนอยู่หน้าประตูก็นึกสงสัย เหตุใดเจ้าเมืองกับเจ้าสำนักถึงรีบเดินทางมาตระกูลหลินนัก อีกทั้งยังพูดจานอบน้อมอย่างที่พวกมันมิเคยเป็น



หลินฮันยกยิ้มขึ้นน้อยๆก่อนที่มันจะได้พูดอันใดออกมานั้น หลินต่งที่ยืนอยู่ด้านหลังก็พูดขึ้นว่า “ใช่แล้วขอรับ นายน้อยหลินฮันได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าขุนเขาเดียวดายแห่งสำนักเทพกระบี่เมื่อไม่นานมานี้ขอรับ สองคนที่ยืนอยู่ข้างๆข้าเป็นศิษย์ของนายน้อย”

“คารวะท่านผู้นำตระกูลหลิน ข้ามีนามว่าโล้นซ่า เอ่อ..สุ่ยเทียนเหอนะ”

“คารวะท่านผู้นำตระกูลหลินเจ้าคะ ข้ามีนามว่าหลงซินซิน ส่วนเจ้านี่เป็นแมวของท่านอาจารย์ชื่อว่า หลินหง เจ้าคะ”

หลงเจี้ยนได้ยินซื้อหลงซินซินก็มองนางอย่างหวาดหวั่น เหตุใดองค์หญิงที่มารดาเป็นมารร้ายถึงได้กลายมาเป็นศิษย์ของหลินฮันได้ มันเคยได้ยินว่าตัวนางมิสามารถใช้วิชาบ่มเพาะพลังใดๆได้แต่นางกลับสามารถมีพลังถึงขั้นก่อเกิดได้เอง แต่เหตุใดตอนนี้นางถึงมีพลังราชันขั้น 5 ได้ ข้าต้องรีบแจ้งไปทางราชวงศ์เป็นการด่วนแล้ว



“สายข่าวของพวกเจ้ามิเลวนัก ถึงกับรู้ได้ว่าข้าจะมาตระกูลหลิน” หลินฮันกล่าวขึ้นมา

“มิกล้าๆ ขอรับท่านประมุขหลิน ข้าเพียงได้รับข่าวจากราชวงศ์เท่านั้นว่าท่านจะเดินทางมาจึงได้ชวนท่านเจ้าสำนักตู้นำของมาคารวะ” หลงเจี้ยนตอบอย่างทันควัน

หลงเจี้ยนนำหินลมปราณระดับต่ำจำนวน 1 หมื่นก้อนออกมามอบให้กับหลินฮัน

“นั่นมันหินลมปราณหมื่นก้อน ท่านเจ้าเมืองร่ำรวยยิ่งนัก” ข้ารับใช้บางคนพูดออกมา

หลินฮันเหลือบมองเล็กน้อยจึงกล่าวขึ้นว่า “ท่านเจ้าสำนักตู้ท่านเอาไปให้ศิษย์ในสำนักหยกอรุณใช้ก็แล้วกัน อีกอย่างข้าและหลินปินก็เป็นศิษย์ในสำนักของท่านถือว่าเป็นของขวัญจากข้า”

“ขอบคุณท่านมากขอรับท่านประมุขหลิน” ตู้รั่วหยุนกล่าวออกมา ตัวมันมิได้คิดว่าจะได้รับลาภก้อนโตขนาดนี้ หินลมปราณขั้นต่ำ 1 หมื่นก้อน เพียงพอที่จะใช้ในสำนักหยกอรุณได้นานโข หากรู้ว่าหลินฮันมีหินลมปราณระดับสูงมากมายจากการสังหารผึ้งจักรพรรดิเกรงว่าคงจะตกใจจนสลบตายไป ไม่นานนักพวกมันก็ขอตัวกลับ

หนิงอันพลันหัวเราะเสียงดัง “หลานตาช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก เกรงว่าหากเจ้าหลินไห่ยังอยู่ที่นี่ มันคงตกใจจนตายเป็นแน่” มันกล่าวถึงปู่ของหลินฮันที่เป็นสหายรักของมันด้วยแววตาอาวรณ์

“ใช่แล้วท่านพ่อลูกชายของข้าหนิงฮวายอดเยี่ยมยิ่งนัก”

“เอ๋..ท่านพี่ท่านเป็นถึงประมุขขุนเขาท่านมิมีของฝากมาให้ข้าเลยหรอ ข้าไม่รักท่านพี่แล้ว” หลินปินกล่าวออกมาอย่างน้อยใจ



หลินฮันยกยิ้มพลางพูดปลอบก่อนจะนำอาวุธและชุดเกราะออกมาจำนวนมาก เจ้าชอบชิ้นไหนก็เลือกได้ตามใจ แต่อย่าโลภมากเกินตัวไปนักจักมิเป็นผลดี ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านตา ท่านปู่หวัง พวกท่านก็มาเลือกไปได้เลยขอรับของพวกนี้ข้าหลอมเองกับมือ

หลินเทียนได้ยินดังนี้นก็ตกใจ “ลูกฮันเจ้าเป็นนักหลอมยุทธภัณฑ์งั้นรึ”

หลินต่งได้ยินคำถามของหลินเทียนก็ตอบอย่างทันที “ใช่แล้วขอรับนายท่าน นายน้อยเป็นนักหลอมยุทธภัณฑ์อีกทั้งยังเป็นนักหลอมโอสถ อาวุธและชุดเกราะที่ท่านได้เห็นอยู่นั้น พวกมันอยู่ระดับราชันจักรพรรดิขั้นสูงทุกชิ้น พวกข้าน้อยล้วนได้รับความเมตตาจากนายน้อยขอรับ”

ทุกคนที่ได้ยินประโยคนี้พลันอ้าปากค้าง ยุทธภัณฑ์ระดับราชันจักรพรรดิขั้นสูงแม้แต่ในเมืองหลวงอาวุธระดับนี้ยังหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร แต่พวกมันกลับได้มีโอกาสเลือกคนละเล่มงั้นหรือ นี่พวกมันกำลังฝันอยู่หรือไม่

“จริงสิท่านพ่อ เหตุใดตระกูลของเราถึงซบเซานักเล่า ก่อนที่ข้าจักจากไปข้ารับใช้ยังมากมายกว่านี้หลายเท่านัก” หลินฮันกล่าวถาม

“หลินเทียนพลันถอนหายใจแล้วกล่าวขึ้นว่า เป็นเพราะพวกสัตว์บุกเมืองของเราบ่อยครั้งผู้คนล้มตาย บ้างก็หนีจากไป ข้าเองก็มิได้บังคับให้บ่าวไพร่พวกนั้นอยู่ เลยเป็นอย่างที่เจ้าเห็น”









ตอนก่อน

จบบทที่ อ้าปากค้าง

ตอนถัดไป