ครอบครัวพร้อมหน้า
ไม่นานสี่คนหนึ่งแมวก็มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูตระกูลหลิน โดยมีหลินต่งเดินนำหน้าสุด เมื่อยามเฝ้าประตู เห็นหลินต่งกำลังเดินมาหาพวกมันก็กล่าวขึ้นทันที
“หยุด! พวกเจ้ารู้หรือไม่ที่นี่คือที่ใด หากมิได้นัดหมายไว้ห้ามเข้า!!”
พวกมันมีพลังระดับก่อเกิดขั้น 1 แต่มิอาจสัมผัสพลังบ่มเพาะของกลุ่มคนตรงหน้าได้เลยแม้แต่น้อย มันจึงคิดว่าผู้คนตรงหน้ามันนี้เป็นเพียงคนธรรมดาเท่านั้น
หลินต่งได้ยินดังนั้นจากใบหน้าที่อาบไปด้วยรอยยิ้มพลันบูดบึ้งลงทันที
“บังอาจนัก!! นายน้อยจากไปห้าปี พึ่งกลับมาจากสำนักเทพกระบี่พวกเจ้าถึงกลับหลงลืมแล้วงั้นรึ รีบไปแจ้งนายท่านหลินเทียนเดี๋ยวนี้” หลินต่งตะคอกด้วยเสียงอันเกรี้ยวกราด ไม่นานก็มีเสียงอันแก่ชราเสียงหนึ่งดังออกมาจากฝั่งด้านในประตู
“ผู้ใดมาเอะอะโวยวายอยู่หน้าประตูกัน” ปรากฏชายชรามีไฝเม็ดใหญ่กลางหน้าผาก เดินออกมาจากประตู เมื่อมันเห็นกลุ่มของหลินฮัน สองมือของมันเริ่มสั่นสะท้าน ดางตาพล่ามัว เปียกชื้นไปด้วยน้ำตาแห่งความสุข
“คุณชาย ท่านกลับมาแล้วหรือ” มันกล่าวด้วยเสียงอันยินดี
หลินฮันพลันยิ้มรับแล้วตอบกลับไปว่า “ข้ากลับมาแล้วขอรับท่านปู่หวัง” ชายชราผู้นี้มีนามว่าหวังเทา เป็นผู้ดูแลตระกูลหลินมาเนิ่นนานนัก มีพลังบ่มเพาะระดับราชันขั้น 9 ตั้งแต่วัยเยาว์นั้น หลันฮันก็ได้หวังเทาอบรมสั่งสอนวิชา จนสามารถเข้าสำหนักหยกอรุณ สำนักของผู้ฝึกตนเพียงแห่งเดียวของเมืองเขียวอรุณ ก่อนหน้าที่หลินฮันจักไปเข้าร่วมสำนักเทพกระบี่
“ดียิ่งนัก นายน้อยรีบเข้ามาด้านในก่อนเถิด พวกเจ้าไปแจ้งท่านประมุขว่าคุณชายใหญ่หลินฮันกลับมาแล้ว” หวังเทาหันหน้าไปสั่งยามเฝ้าประตู พวกมันเริ่มกังวลใจตั้งแต่ได้ยินหลินต่งพูดขึ้นแล้ว หรือว่าคนผู้นั้นจักเป็นคุณชายใหญ่ที่เป็นศิษย์สำนักเทพกระบี่พวกมันรีบวิ่งเข้าไปด้านในตระกูลทันที
กลุ่มของหลินฮันเดินตามหลังหวังเทาเข้าไปในตระกูลทันที ตระกูลหลินในตอนนี้มิได้เปลี่ยนแปลงไปมากนักในความทรงจำของหลินฮัน หลังจากไปเข้าร่วมสำนักเทพกระบี่ 5 ปีเต็ม ผู้คนที่เดินไปเดินมาในตระกูลมีน้อยลงเหลือเกิน
หลินฮันจำได้ว่าก่อนที่จะจากไปเข้าร่วมสำนักเทพกระบี่ ตระกูลหลินของมันถือเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งมือเขียวอรุณ คนรับใช้ในตระกูลนั้นมีมากมายนัก ตัวหลินฮันเป็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์อันดับหนึ่งของเมืองแห่งนี้ ด้วยวัยเพียง 12 ปีสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับก่อเกิดขั้น 5 จึงได้รับสิทธิเข้าร่วมสำนักเทพกระบี่ที่เป็นสำนักที่ใหญ่ทีสุดในอาณาจักรนี้
หลังจากเดินมาไม่นานก็ถึงห้องโถงของตระกูลหลิน ทันใดทั้งเองมีเสียงดรุณีน้อยนางหนึ่งเข้าโสตประสาทของหลินฮันอย่างรวดเร็ว
“ท่านพี่ ท่านกลับมาแล้ว ข้าคิดถึงท่านยิ่งนัก มีของฝากให้ข้าหรือไม่” นางวิ่งมาสวมกอดหลินฮันในทันทีราวกับว่าหากนางมิกอดมันไว้ มันจักอันตรธานหายไปอย่างไรอย่างนั้น
หลินฮันลูบหัวดรุณีน้อยพลางพูดขึ้นว่า “มิพบหน้ากันเพียงห้าปี ปินเอ๋อของพี่เติบโตเป็นสาวเสียแล้ว”
ดรุณีน้อยนางนี้คือน้องสาวของหลินฮันนามว่า หลินปิน หน้าตานางจิ้มลิ้มนัก ทรวดทรงกำลังเข้ารูป นางอายุ 14 ปี มีพลังระดับก่อเกิดขั้น 2 ตอนหลินฮันจากไปเข้าสำนักเทพกระบี่นั้น นางมีอายุเพียง 8 – 9 ขวบเท่านั้น ไม่นานนักก็มีบุรุษและสตรีวัยกลางคนเดินเคียงคู่มาด้วยใบหน้าอันเป็นสุข
“เจ้ากลับมาแล้วหรือลูกฮัน ดียิ่งนัก” บิดาของมันหลินเทียนได้กล่าวขึ้น มารดาของหลินฮันเข้าไปสวมกอดบุตรชายแล้วจึงพูดขึ้นว่า
“เจ้าเป็นอย่างไร เหตุใดมิมีการติดต่อกับแม่บ้าง รู้หรือไม่แม่เป็นห่วงเจ้ายิ่งนัก…..” นางร่ายยาวพลางสวมกอดหลินฮันด้วยดวงตาที่เปียกชื้น นางมีนามว่าหนิงฮวา เป็นผู้บ่มเพาะพลังระดับหลอมรวมขั้น 1 ส่วนบิดาของหลินฮัน หลินเทียนมีพลังบ่มเพาะระดับราชันขั้น 9 นับว่าเป็นตัวตนอันทรงพลังมิน้อยในเมืองเขียวอรุณแห่งนี้
หลินเทียนได้เห็นหน้ามารดาครั้งแรกก็ยังมิรู้สึกอันใด พอถูกนางสวมกอดเท่านั้น ความสัมพันของมารดาและบุตรจึงเริ่มปรากฎในใจของมัน นี่นะหรือความรู้สึกของการมีบิดามารดาที่ตัวมันในโลกก่อนหน้ามิเคยได้สัมผัส อ้อมกอดนี้ช่างอบอุ่นอย่างแท้จริง
ครอบครัวพร้อมหน้าพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน หลินฮันได้บอกกล่าวเรื่องราวต่างๆขณะไปทำภารกิจที่ขุนเขามรณะให้ทุกคนได้ฟัง แน่นอนว่าเป็นเรื่องในแนวเดียวกันกับที่หลินฮันเล่าให้เจ้าสำนักและผู้อาวุโสทั้งหลายในสำนักเทพกระบี่ฟังก่อนหน้า แต่หลินฮันมิได้บอกเล่าอันใดเกี่ยวกับตำแหน่งของตนเองในสำนักเทพกระบี่เลยแม้แต่น้อย
ไม่นานหลังจากนั้น ยามผู้เฝ้าประตูของตระกูลหลินวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาหลินเทียน
“ท่านประมุข ท่านผู้นำตระกูลหนิง มาขอเข้าพบขอรับ” พอยามผู้หนึ่งพูดยังมิทันขาดคำพลันมียามอีกคนวิ่งเข้ามา
“ท่านประมุข ท่านเจ้าเมืองเขียวอรุณ มาขอเข้าพบขอรับ” อีกไม่นานก็มีคนวิ่งหน้าตั้งมาอีกครั้ง
“ท่านประมุข ท่านเจ้าสำนักหยกอรุณ มาขอเข้าพบขอรับ”
หลินเทียนรีบเดินออกไปต้อนรับผู้คนทั้งหลายที่มายังตระกูลของมัน การที่ประมุขตระกูลหนิง หนิงอันมาเยี่ยมเยือนนั้น มันมิค่อยแปลกใจเท่าใดนักเพราะเป็นพ่อตาของมัน บิดาของหนิงฮวา มารดาของหลินเทียน แต่เจ้าสำนักหยกอรุณและท่านเจ้าเมืองนั้นแตกต่างออกไปตั้งแต่บิดาของมัน หลินไห่ ผู้มีพลังระดับจักรพรรดิขั้น 1 หายตัวไปเมื่อ 15 ปีที่แล้วพวกมันมิเคยเดินทางมาเหยียบตระกูลหลินแม้เพียงสักครั้ง