มีขีดจำกัดไหม?
ขณะนี้ โทรทัศน์กำลังออกอากาศข่าว
เนื่องจากช่วงนี้ Kering Group ได้จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สำเร็จ ส่งผลให้ราคาหุ้นของ Kering Group พุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง
แน่นอนว่า มูลค่าหุ้นของ Kering Group ที่อยู่ในมือของ เย่เฉิน ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
แต่ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากมายนัก แค่เพียงไม่กี่พันล้านเท่านั้น
เย่เฉิน มองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็น ซู หนิงซวง, ซู หลิงเอ๋อร์ และพี่สาวของเขา จ้าว ซูซวน อยู่แถวนั้น
ดังนั้น เย่เฉิน จึงเดินออกไปข้างนอก
และแล้ว เขาก็เห็นสาวๆ หลายคนกำลังนั่งคุยกันอยู่บนชายหาดส่วนตัวของคฤหาสน์ ซึ่งอยู่ไม่ไกล
เย่เฉิน เดินเข้าไปใกล้ และถามขึ้นด้วยความอยากรู้
“น้องชาย รู้ไหมเอ่ยว่าพรุ่งนี้ ..เป็นวันอะไร?”
จ้าว ซูซวน เอ่ยขึ้น
ขณะที่ ซู หลิงเอ๋อร์ ยืนยิ้มอย่างลึกลับอยู่ข้างๆ
“วันอะไรเหรอ?”
เย่เฉิน พยายามคิดย้อนกลับไป แต่ก็นึกไม่ออกว่ามีวันพิเศษอะไร
“พรุ่งนี้เป็นวันเกิดของ หลิงเอ๋อร์”
ซู หนิงซวง อธิบายขึ้นมาก่อน เพื่อไม่ให้ เย่เฉิน ต้องสงสัยนานจนเกินไป
“อะไรนะ?”
“พรุ่งนี้เป็นวันเกิดของ หลิงเอ๋อร์!”
เย่เฉิน รู้สึกแปลกใจมาก เพราะเขาไม่ได้คาดคิดถึงเรื่องนี้เลย
“อืม~ คะ”
ซู หลิงเอ๋อร์ พยักหน้า พรุ่งนี้พอเธอฉลองวันเกิดเสร็จ เธอก็จะอายุครบ 17 ปีแล้ว
และปีหน้า เธอก็จะมีบัตรประชาชนอย่างเป็นทางการกับเขาสักที
“ฉัน กับหนิงซวง ไปเดินช้อปปิ้งกันมาก่อนหน้านี้ และก็ได้เตรียมของขวัญให้ หลิงเอ๋อร์ เรียบร้อยแล้วนะ น้องชาย เหลือแต่เธออย่าลืมเสียล่ะ”
จ้าว ซูซวน เอ่ยเตือนเขาเป็นพิเศษ
“แน่นอนอยู่แล้วครับ”
เย่เฉิน พยักหน้า
จากนั้น เย่เฉิน ก็โทรศัพท์ไปจองร้านอาหารสำหรับวันรุ่งขึ้นทันที และยังสั่งเค้กวันเกิดก้อนโตให้ ซู หลิงเอ๋อร์ อีกด้วย
ส่วนของขวัญวันเกิด.. เย่เฉิน ต้องใช้เวลาคิดสักหน่อย
“หลิงเอ๋อร์ เราอยากได้อะไรเป็นของขวัญไหม?”
เย่เฉิน หันไปถามน้องภรรยาของเขา
“หนูอยากได้อะไรก็ได้ แค่ไม่ใช่หนังสือ ‘ห้าปีสอบเข้ามหาวิทยาลัย สามปีแบบจำลองข้อสอบ’ เท่านั้นก็พอคะ”
ซู หลิงเอ๋อร์ คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบด้วยน้ำจริงจัง
เมื่อตอนที่เธอได้รู้จักพี่เขยครั้งแรก เขาเคย ‘ใส่ใจ’ เธอเป็นพิเศษด้วยการมอบหนังสือ ‘ห้าปีสอบเข้ามหาวิทยาลัย สามปีแบบจำลองข้อสอบ’ ให้เธอเป็นกองโต
จนถึงตอนนี้.. ฉันยังทำโจทย์ไม่หมดเลยด้วยซ้ำ!
ในห้องของเธอยังคงมีมันตั้งวางอยู่อีกตั้งกองหนึ่งแน่ะ
แน่นอนว่า การทำโจทย์เพิ่มเติมเหล่านี้ช่วยให้ผลการเรียนของ ซู หลิงเอ๋อร์ ดีขึ้น
ในจุดนี้ เธอเองก็ต้องขอบคุณพี่เขยของจริงๆ..
เพียงแต่ว่า.. สำหรับวันเกิดของเธอในปีนี้ หนูขอได้ไหม หนูไม่อยากได้ ‘ห้าปีสอบเข้ามหาวิทยาลัย สามปีแบบจำลองข้อสอบ’ อีกแล้ว!
“แน่นอน”
เย่เฉิน พยักหน้ายิ้มๆ
เมื่อนานมาแล้ว เย่เฉิน ที่ได้ให้หนังสือ ‘ห้าปีสอบเข้ามหาวิทยาลัย สามปีแบบจำลองข้อสอบ’ นั้นไปกับ หลิงเอ๋อร์ นั่นก็เพราะเธอซนเกินไป
ตอนนี้ หลิงเอ๋อร์ ไม่ได้ซนแล้ว และพรุ่งนี้ก็เป็นวันเกิดของเธอ เย่เฉิน เองย่อมไม่อยากเป็น ‘ตัวร้าย’ ในสายตาของเธอ
เย่เฉิน คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นว่า :
“เอาแบบนี้ละกัน พี่ช่วยเคลียร์ตะกร้าสินค้าให้เธอเอง” (购物车 – ตะกร้าสินค้า (ในแอปพลิเคชันซื้อของออนไลน์) เคลียร์ตะกร้าสินค้า หากให้เข้าใจง่ายก็คือ : จ่ายให้เอง)
“เคลียร์ตะกร้าสินค้า?”
ซู หลิงเอ๋อร์ ตอบกลับด้วยความประหลาดใจ
“ไม่ใช่ตะกร้าสินค้าในมือถือ แต่เป็นในชีวิตจริง”
เย่เฉิน อธิบาย
การเคลียร์ตะกร้าในมือถือมันไม่มีความใส่ใจพอ แถมของในนั้นก็คงไม่ได้มากมายอะไร แถมยอดรวมของของในตะกร้าอาจไม่เยอะด้วยซ้ำ
ที่ดูไบถือเป็นสวรรค์แห่งการช้อปปิ้ง ไปซื้อของจริงๆ จะดีกว่าไหม?
“พรุ่งนี้ เราไปศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดของดูไบกัน ชอบอะไรเราเลือกซื้อได้ตามใจชอบเลย!”
เย่เฉิน พูดขึ้นอย่างเรียบง่าย
ตอนนี้เขายังคิดไม่ออกว่าจะซื้ออะไรให้ หลิงเอ๋อร์ เป็นของขวัญวันเกิด ดังนั้นในเมื่อคิดไม่ออก งั้นก็ใช้ ‘อำนาจเงิน’ ไปเลยไม่ดีกว่าหรือ?
ท้ายที่สุดแล้ว ไม่มีผู้หญิงคนไหนต้านทานเสน่ห์อันเย้ายวนของการช้อปปิ้งได้อยู่แล้ว
ซื้อได้ตามใจชอบ?! (随便买)
สามคำนี้มันช่างทรงพลังเหลือเกิน
“จริงเหรอคะ พี่เขย?”
ซู หลิงเอ๋อร์ ตื่นเต้นขึ้นมาทันที
เนื่องจากดูไบเป็นสรวงสวรรค์แห่งการช้อปปิ้งจึงมีของดีๆ มากมาย
ก่อนหน้านี้ ตอนที่เธอไปเดินช้อปปิ้งกับพี่สาวของเธอ และพี่ซูซวน เธอเล็งเสื้อผ้าสวยๆ ไว้หลายชุด แต่พอเห็นราคาแล้ว...
ด้วยเงินที่เธอมีอยู่.. คงไม่พอซื้อแม้แต่ชุดเดียว ดังนั้นเธอเลยต้องตัดใจยอมแพ้
แต่ตอนนี้พี่เขยของเธอบอกว่าให้ซื้อได้ตามใจชอบ แบบนี้ก็ดีสุดๆ ไปเลยน่ะสิ!
“ขอบคุณคะ พี่เขย!”
ซู หลิงเอ๋อร์ ดีใจสุดขีด รีบวิ่งเข้ามากอด เย่เฉิน แน่นๆ ด้วยความรู้สึกตื่นเต้น
แต่ผ่านไปสักพัก ซู หลิงเอ๋อร์ ก็เงยหน้าถามขึ้นมาด้วยความกังวล
“พี่เขย...มีขีดจำกัดไหมคะ?”
“ไม่มี” เย่เฉิน ตอบ
“ชอบอะไร ไม่ต้องดูราคา หยิบเลย”
ถ้ามีขีดจำกัด มันจะเรียกว่า ‘ซื้อได้ตามใจชอบ’ ได้อย่างไร?
อีกอย่าง ศูนย์การค้า และห้างสรรพสินค้าของที่นี่ก็แค่มีเสื้อผ้า อาหาร กระเป๋า และเครื่องประดับ ไม่ได้มีขายคฤหาสน์ หรือรถหรูสักหน่อย
แต่ต่อให้ หลิงเอ๋อร์ อยากซื้อรถหรู มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
รถหรู กับคฤหาสน์ รวมกันก็แค่ไม่กี่สิบล้าน หรือมากสุดก็แค่ไม่กี่ร้อยล้าน
อีกอย่าง เขาออกมาต่างประเทศทั้งทีก็อยากซื้อของอะไรกลับไปฝากพ่อแม่ และญาติๆ ของเขาด้วย
“พี่เขยใจดีจังเลย!”
เมื่อได้ยิน เย่เฉิน พูดเช่นนี้ ซู หลิงเอ๋อร์ ยิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่
“น้องชาย พรุ่งนี้ฉันขอซื้อด้วยได้ไหมอะ? แค่ไม่กี่ชิ้นเท่านั้นเอง”
จ้าว ซูซวน ขยิบตาให้ เย่เฉิน ทำท่าจะ ‘ขอพึ่งพา’ น้องชายสักหน่อย
“ได้แน่นอนครับ”
เย่เฉิน พยักหน้า
ส่วน ซู หนิงซวง นั้น ไม่ต้องรอให้ถึงวันเกิดของเธอเลย เพราะถ้าหาก หนิงซวง อยากได้อะไร เย่เฉิน สามารถ ‘เคลียร์ตะกร้าสินค้า’ ให้กับเธอได้ทุกวัน
นี่ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก..
แถม หนิงซวง ยังเป็น ‘คุณหนูผู้มั่งคั่ง’ อีกด้วย หลายครั้งที่ เย่เฉิน จะเป็นคนจ่ายเงินให้ แต่ หนิงซวง ก็มักจะรีบควักเงินจ่ายเองก่อนเสมอ
ตอนเที่ยงของวันรุ่งขึ้น เย่เฉิน ขับรถพาสาวๆ ไปยังศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดของดูไบโดยตรง
พวกเขาเริ่มเดินดูของช้อปปิ้งกันตั้งแต่ชั้นหนึ่งเลย
ตามปกติแล้ว ศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์ ชั้น 1 และ 2 มักจะเป็นร้านแบรนด์เนมหรูๆ
พวกเขาเดินผ่านร้านค้าหลายร้าน ซู หลิงเอ๋อร์ ซื้อเสื้อผ้ามาสองสามชุด จ้าว ซูซวน ซื้อผ้าพันคอมาผืนหนึ่ง ส่วน ซู หนิงซวง กับเย่เฉิน ยังไม่ได้ซื้ออะไรเลย
ขณะที่พวกเขาเดินต่อไปข้างหน้า เย่เฉิน ก็สังเกตเห็นร้านค้าร้านหนึ่ง และรู้สึกสนใจขึ้นมาทันที
“ไปดูร้านนั้นกันเถอะ”
เย่เฉิน ชี้ไปที่ร้านหนึ่ง
ซู หนิงซวง และคนอื่นๆ หันไปมองตามทิศทางที่ เย่เฉิน ชี้
แต่พอเห็นว่ามันเป็นร้านอะไร...พี่สาวของเขา จ้าว ซูซวน ที่อยู่ข้างๆ ก็ถึงกับมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที!