ไอ้หนูนี่คงมีดีอยู่บ้าง
“คุณเย่ คือ…”
ดักลาส พี่ชายของ คาโรลีน กำลังจะตอบ และแนะนำตัวตนของ เย่เฉิน
แต่ทันใดนั้น เพื่อนคนหนึ่งของ เซดริก แร็กแลน ก็ชิงพูดขึ้นก่อน :
“นี่มันต้องถามด้วยเหรอ? ก็คงจะรู้จักกันจากการเล่นเกมอะไรทำนองนั้นแหละ ไม่งั้นแล้ว ดักลาส ที่แทบไม่ออกไปไหนอย่างพวกเรา จะไปรู้จักคนต่างชาติได้ยังไง?”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ แววตาของ เซดริก ก็เต็มไปด้วยความดูถูกต่อ เย่เฉิน
ก็แค่ไอ้พวกที่เอาแต่เล่นเกม อ่านการ์ตูน ดูอนิเมะไม่มีประโยชน์อะไรทั้งนั้น
“พวกนายควรพูดให้ดีหน่อย”
พี่ชายของ คาโรลีน ออกมายืนขวาง ปกป้อง เย่เฉิน
การถูกเสียดสีตัวเขาเองไม่เป็นไร เขาชินแล้ว ไม่ว่าจะในตระกูล หรือนอกตระกูลก็ตาม
แต่ คุณเย่ ต่างกัน เขาเป็นแขกของตระกูลวิตเทลส์บาคของพวกเรา แถมยังเป็นเพื่อนของน้องสาวฉัน คาโรลีน แล้วแบบนี้ฉันจะยอมให้เขาถูกดูถูกไม่ได้
“ทำไม มีปัญหาหรือไง? คนที่เอาแต่เล่นเกม อ่านการ์ตูน ดูอนิเมะ ถ้าไม่ใช่พวกไร้ประโยชน์แล้วจะเป็นอะไรได้อีก?”
เซดริก ย้อนถามกลับ
“ใครบอกว่า คนที่เล่นเกม อ่านการ์ตูน ดูอนิเมะต้องเป็นพวกไร้ประโยชน์เสมอไป?”
เย่เฉิน เอ่ยเสียงเย็นชาออกมาอย่างไม่แยแส
การเล่นเกม และดูอนิเมะก็เป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของการพักผ่อน ทำไมการเล่นเกมถึงต้องหมายความว่าเป็นพวกไร้ค่าเสมอไป?
ในช่วงเวลาพักผ่อนจากการเรียน หรือทำงาน ใครเป็นคนกำหนดว่าห้ามเล่นเกม หรืออ่านการ์ตูน ดูอนิเมะเพื่อผ่อนคลาย?
“พวกคุณอาจไม่เล่นเกม ไม่อ่านการ์ตูน ไม่ดูอนิเมะก็จริง.. แต่พวกคุณก็เป็นแค่พวกคุณชายลูกเศรษฐีที่เอาแต่เสพสุขไร้แก่นสารเหมือนกันไม่ใช่หรือไง?”
เย่เฉิน โต้กลับ
“โอเค ดี! นายว่าพวกเราเป็นพวกไร้แก่นสารงั้นเหรอ?”
เซดริก เหมือนโดนจี้จุด รู้สึกเจ็บใจจนหน้าแดงก่ำไปหมด
ก็จริง หากเมื่อเทียบกับพวกคนรุ่นเดียวกันในตระกูลที่มีอนาคตสดใส และประสบความสำเร็จ พวกเขาเองก็เป็นแค่พวกเอาแต่กินเล่นเที่ยวสนุกสนานไปวันๆ จริงๆ นั่นแหละ
พวกเขาไม่กล้าดูถูกคนที่เก่งกว่า เลยได้แต่ระบายใส่พวกที่ดู ‘ไร้ค่า’ กว่าอย่าง ดักลาส พี่ชายของ คาโรลีน แทนเท่านั้น
แต่ตอนนี้กลับถูกเพื่อนของ ดักลาส ต่อว่าแบบนี้ บ้าเอ้ย! มันช่างน่าหงุดหงิดชะมัด!!!
“พวกนายกล้าลองแข่งกับพวกเราสักหน่อยไหม?!”
“มาดูกันว่าในหมู่พวกเรา.. ใครกันแน่ที่เป็นพวกไร้ค่า!”
เซดริก ต้องการพิสูจน์ตัวเอง
ถึงเขาจะเทียบคนเก่งๆ ในตระกูลไม่ได้ แต่เขาต้องเหนือกว่า ดักลาส กับเพื่อนต่างชาติของมันอย่างไอ้หมอนั่นได้แน่นอน!!!
พอได้ยินเรื่องการท้าประลอง ดักลาส พี่ชายของ คาโรลีน ก็เริ่มรู้สึกลังเลเล็กน้อย
ตัวเขานั้นไม่ได้ถนัดอะไรเป็นพิเศษเลย ถ้าต้องแข่งกันจริงๆ เขาคงไม่มีความมั่นใจ เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ
“หึ ไม่กล้าล่ะสิ”
“เซดริก พวกมันก็แค่ปากเก่ง แต่พอเอาเข้าจริงๆ แล้วก็ขี้ขลาด ไม่กล้าแข่งหรอก”
“พอเถอะ พวกเราไปกันได้แล้ว เสียเวลาเปล่าๆ น่ะ กับไอ้พวกขี้ขลาดพวกนี้ไม่คุ้มหรอก…”
เพื่อนของ เซดริก หลายคนพากันพูดขึ้น
“แค่แข่งกันสักหน่อย จะกลัวอะไรล่ะ? ว่าแต่ นายอยากแข่งอะไรแบบไหน?”
ทันใดนั้น น้ำเสียงเรียบเฉยเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
เย่เฉิน พูดขึ้นมาแล้ว!
คนพวกนี้หยิ่งผยองเกินไป เย่เฉิน จำต้องสั่งสอนให้พวกมันรู้สำนึก!
ครั้งนี้..ถือว่าเป็นการช่วยพี่ชายของ คาโรลีน ไปในตัว
เพราะเหตุการณ์เรื่องที่จอดรถเมื่อครู่ เย่เฉิน รู้สึกประทับใจพี่ชายของ คาโรลีน ไม่น้อยทีเดียว
บวกกับเมื่อครู่ โทรศัพท์มือถือของเขาก็สั่นขึ้น เย่เฉิน เหลือบมองไปแวบหนึ่ง ปรากฏว่าเป็นข้อความจากเกม
เนื่องจากมีคนรอบข้างอยู่ค่อนข้างเยอะ เย่เฉิน เลยไม่สะดวกที่จะเปิดดู แต่เขาคาดเดาได้ว่าคงเป็นการแจ้งเตือนเกี่ยวกับภารกิจท้าทายจากเกมแน่ๆ
เมื่อเห็นว่า เย่เฉิน ตอบรับทันที เซดริก ก็รู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง มันกะทันหันจนกระทั่งเขาเองก็คิดไม่ออกว่าจะให้แข่งอะไรกันดี
“คุณเย่ โปรดคิดดูให้ดีอีกทีเถอะ”
พี่ชายของ คาโรลีน รีบขยับเข้ามาข้างหน้า แล้วกระซิบบอก เย่เฉิน เสียงเบาๆ
ถ้าปล่อยให้ เซดริก เป็นคนเลือกการแข่งขัน แน่นอนว่าหมอนั่นต้องเลือกสิ่งที่ตัวเองถนัด เช่น ขี่ม้า กอล์ฟ หรือเทนนิส ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่ค่อยเก่งนัก และอาจจะเป็นตัวถ่วงของ คุณเย่ ได้
“เซดริก ไอ้หนูนี่ตอบรับง่ายเกินไป ระวังไว้ก็ดี.. มันคงจะมีดีอยู่บ้าง”
“ฉันเองก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน แข่งอะไร ดูเหมือนเราต้องคิดให้รอบคอบ”
เพื่อนของ เซดริก หลายคนพูดขึ้นมาเป็นเสียงเดียวกัน
พวกเขารู้สึกว่า เย่เฉิน ดูมีความมั่นใจเกินไป ต้องมีอะไรสักอย่างที่ไม่ธรรมดา ดังนั้นจึงไม่ควรประมาทศัตรู
“อืม…”
เซดริก พยักหน้าเล็กน้อย
“จะให้แข่งอะไร ฉันขอคิดดูก่อน เอาเป็นว่า ก่อนบ่าย ฉันจะส่งรายละเอียดให้ ดักลาส แล้วนัดสถานที่ไว้ เรามาแข่งกันช่วงบ่ายดีไหม?”
เซดริก เสนอขึ้นมา
ตอนนี้เวลาค่อนข้างกระชั้นชิด และเขายังคิดไม่ออกว่าจะแข่งอะไรกันดี
ดังนั้น เซดริก จึงอยากถ่วงเวลาไว้สักหน่อย เพื่อให้เขากับพวกพ้องได้วางแผนหารือกันอย่างรอบคอบมากขึ้น
“ได้”
เย่เฉิน พยักหน้าตกลง
พอดีกับที่เขาจะได้ใช้เวลานี้ไปทานข้าวเที่ยงกับ ซู หนิงซวง และคนอื่นๆ ด้วย
ไม่ว่าอีกฝ่ายต้องการจะแข่งอะไร แต่ที่แน่ๆ คือ เย่เฉิน จะไม่แข่งตอนท้องว่างเด็ดขาด! กองทัพ มันต้องเดินด้วยท้อง..
“ไปกันเถอะ”
เซดริก จ้องมอง เย่เฉิน ด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะพาพรรคพวกของเขาเดินจากไปเพื่อไปหาสถานที่พูดคุยกันเพื่อวางแผน
ในส่วน เย่เฉิน, ซู หนิงซวง และคนอื่นๆ ก็เดินเข้าไปในร้านอาหารที่อยู่ใกล้ๆ
ทันทีที่พวกเขาเข้าไปในร้านอาหาร และเริ่มสั่งอาหารกันเสร็จ เย่เฉิน ก็หาข้ออ้างแล้วแยกตัวออกมา
เขาเลือดเดินไปยังห้องน้ำ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่รอบๆ ก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดเข้าเกม
[ติ๊ง!]
[ภารกิจท้าทาย : ตอบรับ ‘ศึกท้าดวล’ ของ เซดริก แร็กแลน แล้วอัดอีกฝ่ายให้ราบคาบ กำราบความอวดดีของอีกฝ่ายให้สิ้นซาก จนต้องยอมศิโรราบ!]
[รางวัลภารกิจ : หุ้น 7% ของ Kering Group แซงหน้า อันโตนิโอ ที่เคยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับหนึ่งร่วมกัน และกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับหนึ่งของ Kering Group แต่เพียงผู้เดียว!]
[รางวัลภารกิจ : 274 คะแนนค่าประสบการณ์]
[รางวัลภารกิจ : 141 คะแนนสะสม(ร้านค้า)]
เมื่อเห็นรางวัลของภารกิจครั้งนี้ เย่เฉิน ก็รู้สึกพึงพอใจมาก…
ก่อนหน้านี้ เย่เฉิน กับอันโตนิโอ ถือเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับหนึ่งของ Kering Group ร่วมกัน ทั้งสองฝ่ายต่างก็ระแวดระวังซึ่งกัน และกัน คอยหาทางเอาชนะอีกฝ่าย
แต่ เย่เฉิน ไม่ชอบการที่ต้องเป็น ‘อันดับหนึ่ง’ ร่วมกับใคร
และในขณะนี้โอกาสนั้นมันก็มาถึงแล้ว!
ถ้า เย่เฉิน ทำภารกิจนี้สำเร็จ และได้หุ้น 7% ของ Kering Group นั่นจะทำให้เขาถือหุ้นในบริษัทอยู่ถึง 39%
ซึ่งหมายความว่า เย่เฉิน จะแซงหน้า อันโตนิโอ ได้อย่างเด็ดขาด กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับหนึ่งของ Kering Group แต่เพียงผู้เดียว!!!
หลังจากนี้ ต่อให้ อันโตนิโอ อยากพลิกเกม ก็ไม่มีทางอีกแล้ว
รางวัลนี้มาได้ถูกเวลาจริงๆ เหมาะเจาะมาก!
เย่เฉิน เก็บโทรศัพท์มือถือ แล้วเดินกลับไปที่โต๊ะอาหาร
แต่ผลคือพอ เย่เฉิน เพิ่งเดินมาถึงโต๊ะอาหาร พี่ชายของ คาโรลีน ก็พูดขึ้นมาอย่างร้อนรน…
ปรากฏว่า เซดริก เพิ่งส่งข้อความมาแจ้งว่า เขาได้ตัดสินใจแล้วว่าจะแข่งอะไรกันในช่วงบ่ายวันนี้!