มีความพิเศษอยู่หน่อยๆ

[ขอแสดงความยินดี! คุณได้รับ : การ์ดเพิ่มความสามารถต้านทานโรค 1 ใบ (สามารถเพิ่มความสามารถในการต้านทานโรคได้ 6% ไม่มีผลข้างเคียง ใช้ได้เฉพาะตัวคุณเองเท่านั้น ไม่สามารถมอบให้ผู้อื่นได้)]

“หืม?”

เมื่อเห็นรางวัลเพิ่มเติมพิเศษนี้ เย่เฉิน รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เพราะเขาไม่คิดเลยว่ารางวัลพิเศษจากภารกิจท้าทายในครั้งนี้จะเป็นสิ่งนี้ แน่นอนว่า นอกจากความแปลกใจแล้ว เขายังรู้สึกพอใจกับรางวัลนี้เป็นอย่างมาก

[การ์ดเพิ่มความสามารถต้านทานโรค] ดูเผินๆ อาจจะไม่มีอะไรพิเศษมากนัก แต่ในชีวิตจริง นี่เป็นสิ่งที่ไม่สามารถซื้อได้ไม่ว่าคุณจะมีเงินมากแค่ไหนก็ตาม ถ้านำออกไปขาย ไม่รู้ว่าบรรดาเศรษฐีระดับโลกจะต้องแย่งชิงกันจนเลือดตกยางออกแค่ไหน

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าเศรษฐีจะร่ำรวยแค่ไหน หรือมาจากตระกูลใหญ่เพียงใด ก็ไม่สามารถเพิ่มภูมิต้านทานโรคของตัวเองได้ มีเพียงแค่การรักษาทางการแพทย์ที่ล้ำหน้าเท่านั้นที่ช่วยได้เมื่อเกิดโรคขึ้น

แต่อย่างไรก็ตาม การ์ดใบนี้ที่ เย่เฉิน ได้รับนั้น สามารถช่วยป้องกันไว้ล่วงหน้าได้เลย ซึ่งนับได้ว่ามีประโยชน์มากจริงๆ!

เย่เฉิน รีบเปิดกระเป๋าเป้(ไอเท็ม)ในเกม และค้นหา [การ์ดเพิ่มความสามารถต้านทานโรค] ใบนี้

[ติ๊ง!]

[ต้องการใช้การ์ดเพิ่มความสามารถต้านทานโรคหรือไม่]

“ใช้”

การ์ดไอเท็มพิเศษแบบนี้ ถ้าใช้ช้าก็เท่ากับเสียโอกาสไป ดังนั้น เย่เฉิน จึงรีบใช้มันทันที

[ติ๊ง!]

[กำลังใช้การ์ดเพิ่มความสามารถต้านทานโรค...]

[ใช้สำเร็จ ความสามารถในการต้านทานโรคของผู้เล่นเพิ่มขึ้น +6%]

เย่เฉิน ครุ่นคิดเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องนั้น

ตอนนี้เขาได้รับหุ้นของ Kering Group เพิ่มขึ้นอีก 7% เมื่อนับรวมกับของเดิม ตอนนี้เขาถือหุ้นของ Kering Group รวมอยู่ถึง 39% ซึ่งทำให้ เย่เฉิน กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดแต่เพียงผู้เดียว แซงหน้า อันโตนิโอ ที่เคยเป็นอันดับหนึ่งร่วมกันมาก่อน

อย่างไรก็ตาม เย่เฉิน ยังไม่คิดจะจัดการกับ อันโตนิโอ เพื่อเข้ายึดตำแหน่งซีอีโอของ Kering Group

เวลานี้ยังไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสม เย่เฉิน คิดว่าควรรอให้ถือหุ้นเกิน 50% ก่อน แล้วทุกอย่าง ..มันจะง่ายขึ้นกว่านี้มาก

“หวังว่าในภารกิจท้าทายต่อๆ ไป เกมจะให้รางวัลเป็นเพิ่มค่าโชคมามากขึ้นนะ”

เย่เฉิน อธิษฐานในใจ เพราะการเพิ่มค่าโชคนั้นมีประโยชน์มาก

หลังจากที่ เย่เฉิน เพิ่งเพิ่มค่าโชคไปได้ไม่นาน ภารกิจท้าทายสองครั้งที่ผ่านมาก็ทำให้เขาได้รับรางวัลพิเศษเพิ่มเติมทั้งหมด ถ้าหากเขาสามารถเพิ่มค่าโชคไปถึงระดับหนึ่ง บางทีภารกิจท้าทายในอนาคตอาจจะให้รางวัลพิเศษเพิ่มเติมในทุกๆ ครั้งก็เป็นได้

หนึ่งภารกิจท้าทาย แต่ได้รางวัลใหญ่สองเท่า แบบนี้มันสุดยอดไปเลย!

เย่เฉิน เก็บโทรศัพท์มือถืออย่างพึงพอใจ และเดินกลับไป

“เสียดายจริงๆ ถ้ารู้ก่อนควรจะแข่งล่าสัตว์ก่อน แล้วค่อยแข่งดวลดาบ บางทีฉันอาจจะชนะสักรอบ ไม่ถึงกับแพ้ทั้งสองรอบแบบนี้!!!”

ยังไม่ทันเดินไปถึง เย่เฉิน ก็ได้ยินเสียงบ่นของ เซดริก

สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้จะต้องแพร่กระจายออกไปแน่ๆ การพ่ายแพ้ให้กับ เย่เฉิน ถึงสองครั้งซ้อน และยังต้องกลายเป็นคนรับใช้ของอีกฝ่ายอีก เซดริค มั่นใจมากว่าเขาจะต้องกลายเป็นตัวตลกในแวดวงของพวกเขาเป็นแน่…

เขารู้สึกเสียใจจริงๆ น่าจะเลือกแข่งล่าสัตว์ก่อนแล้วค่อยแข่งดวลดาบ แบบนั้นฉันอาจจะชนะอย่างน้อยหนึ่งรอบ และรักษาศักดิ์ศรีของตัวเองเอาไว้ได้บ้าง

“ถ้านายแข่งล่าสัตว์ก่อน นายจะแพ้หนักกว่านี้อีก”

เย่เฉิน พูดขึ้นอย่างช้าๆ

“หา?”

เซดริก รีบหันขวับไปมอง และเห็น เย่เฉิน ที่เดินตรงเข้ามาหา

“ทำไมฉันถึงจะแพ้หนักกว่าเดิม? ฉันมีทั้งสุนัขล่าเนื้อหลายตัว แล้วก็มีเหยี่ยวล่าสัตว์ที่เก่งมาก โดยเฉพาะเหยี่ยวพวกนั้น พวกมันผ่านการฝึกมาอย่างดี ความสามารถในการล่าของมันแข็งแกร่งสุดๆ”

เซดริก ถาม เย่เฉิน กลับด้วยความสงสัย

“ทำไมงั้นเหรอ? สัตว์เลี้ยงของนายอาจจะดูเก่งในแวดวงของพวกนาย แต่ถ้าออกจากแวดวงนั้น มันก็ไม่ได้เก่งขนาดนั้นหรอก”

เย่เฉิน ตอบกลับไป

“พวกเราชาวจีนมีคำพูดหนึ่งว่า – เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมียอดคน

“หา? ฉันยังไม่เข้าใจอยู่ดี?”

เซดริก ส่ายหัว เขายังไม่ค่อยเข้าใจความหมายของ เย่เฉิน

“พูดให้เข้าใจง่ายๆ ละกัน นายมีสัตว์เลี้ยง ฉันเองก็มีสัตว์เลี้ยงตัวน้อยๆ อีกไม่กี่ตัวเหมือนกัน”

เย่เฉิน กล่าว

“สัตว์เลี้ยง? สัตว์เลี้ยงตัวน้อยๆ อะไร?” เซดริก ถามกลับมาอย่างสงสัย เพราะทุกคนก็มีสัตว์เลี้ยงกันทั้งนั้น แล้วมันจะไปสำคัญอย่างไร?

เพื่อนๆ ในกลุ่มของ เซดริก ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ในที่นี้ ใครกันที่ไม่มีสัตว์เลี้ยง?

“สัตว์เลี้ยงตัวน้อยๆ ของฉันมีความพิเศษอยู่หน่อยๆ พวกมันคือ เหยี่ยวเจอร์ฟัลคอนสีขาวนวลตัวหนึ่ง, เสือขาว, เสือดำ, เสือดาว และสิงโตตัวผู้”

เย่เฉิน อธิบายให้ เซดริก และพรรคพวกของเขาฟังอย่างใส่ใจ

ในชั่วพริบตาเดียว เซดริก และเพื่อนๆ ของเขาก็เหมือนกลายเป็นรูปปั้นไปเลย พากันแข็งค้างอยู่กับที่

เหยี่ยวเจอร์ฟัลคอนสีขาวนวล?!

เสือขาว?!

สิงโตตัวผู้?!

………

โอ้ พระเจ้า! นี่มัน ‘สัตว์เลี้ยงตัวน้อยๆ’ จริงๆ เหรอ?!!!

นี่มัน ‘สัตว์เลี้ยงระดับมหึมา’ ชัดๆ!

สุดยอดเกินไปแล้ว!!!

เซดริก หน้าหงอยไปทันที เขาเชื่อคำพูดของ เย่เฉิน แล้ว ถ้าแข่งล่าสัตว์ก่อน เขาก็คงแพ้อย่างหมดรูปเช่นกัน

ก่อนอื่นเลยคือพวกสุนัขล่าเนื้อของเขา ถึงแม้ว่ามันจะเก่งมาก แต่ถ้าเทียบกับ ‘สัตว์เลี้ยงตัวน้อย’ ของ เย่เฉิน แล้ว ก็เหมือนหมาเทียบกับเสือ ไม่ต้องพูดถึงจำนวนเลย แค่สัตว์เลี้ยงตัวเดียวของ เย่เฉิน ก็คงทำให้สุนัขล่าเนื้อของเขากลัวจนหมอบแล้ว

ส่วนเหยี่ยวน่ะเหรอ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย!

เหยี่ยวเจอร์ฟัลคอนสีขาวนวลน่ะ เป็นสัตว์ล้ำค่าขนาดที่เขายังไม่เคยเห็นกับตาตัวเองมาก่อนด้วยซ้ำ ถ้าเทียบกับเหยี่ยวของเขาแล้ว มันก็เหมือนเด็กเทียบกับแชมป์โอลิมปิก

“คุณเย่... คุณมีเหยี่ยวเจอร์ฟัลคอนสีขาวนวลจริงๆ เหรอ?!”

“คุณครับ! สัตว์เลี้ยงของคุณอยู่ที่ไหน ผมขอดูได้ไหม?”

“ผมด้วย ผมด้วย นับผมเข้าไปด้วย!”

เพื่อนของ เซดริก กรูกันเข้ามาล้อม เย่เฉิน ทันที พวกเขาพูดด้วยท่าทีชื่นชมสุดๆ

ในเสี้ยววินาทีเดียว พวกเขาก็ละทิ้ง เซดริก ไปเลย แล้วกลายมาเป็นแฟนคลับตัวน้อยของ เย่เฉิน แทน

พวกเขาทั้งหมดชอบ ‘สัตว์เลี้ยงตัวน้อย’ ของ เย่เฉิน มากจริงๆ เพราะด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง พวกเขาจึงไม่มีใครเคยมีสัตว์เลี้ยงที่ทรงพลัง และสง่างามขนาดนี้มาก่อน

ตอนนี้พอได้ยินว่า เย่เฉิน มีสัตว์เลี้ยงที่เจ๋งขนาดนี้ พวกเขาก็ตื่นเต้นมากๆ และอยากเห็นด้วยตาตัวเอง

“พวกนายหลีกไปก่อน! เย่เฉิน... ไม่สิ นายท่าน! สัตว์เลี้ยงของท่าน ผมต้องได้ดูเป็นคนแรก เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็เพราะผมเป็นข้ารับใช้ของท่านไงล่ะ เราสองคนสนิทกันแค่ไหนคิดดูสิ!”

“ท่านพูดถึงเหยี่ยวเจอร์ฟัลคอนสีขาวนวล นั่น... มันเป็นของจริงใช่ไหม?”

เซดริก เมื่อเห็นเพื่อนๆ ของเขาแห่กันไปล้อม เย่เฉิน ก็เปลี่ยนท่าทีไปทันที ตอนนี้เขาพูดกับ เย่เฉิน อย่างนอบน้อมสุดๆ เขาถึงกับเรียก เย่เฉิน ว่า ‘นายท่าน’ และยอมรับสถานะ ‘ข้ารับใช้’ ของตัวเองโดยสิ้นเชิง

“สัตว์เลี้ยงของฉันอยู่ที่ตะวันออกกลาง ตอนนี้ยังไม่สามารถดูได้”

เย่เฉิน ตอบกลับ

“เสียดายจัง”

“น่าเสียดายมากจริงๆ”

ทุกคนแสดงสีหน้าผิดหวังอย่างสุดซึ้ง

หลังจากพูดคุย และตอบคำถามของพวก เซดริก ไปได้สักพัก เย่เฉิน ก็ให้พวกเขาแยกย้ายไป ตอนนี้ในที่นี้ก็เหลือเพียง เย่เฉิน กับคนของเขา เซดริก และเจสสิก้า

“เรื่องนี้เกิดขึ้นเร็วเกินไป ฉันต้องกลับไปแจ้งให้ครอบครัวทราบก่อน”

เจสสิก้า กล่าวขึ้น

ตระกูลเรย์โนลด์สที่อยู่เบื้องหลัง เจสสิก้า นั้น เป็นตระกูลที่มีอิทธิพลอย่างมากในอุตสาหกรรมพลังงานใหม่ของยุโรป ซึ่งเป็นตระกูลที่มีประโยชน์มากสำหรับ เย่เฉิน

หลังจากที่ เจสสิก้า ออกไป เซดริก ก็จากไปเช่นกัน เขาเองก็ต้องรีบกลับไปรายงานเรื่องนี้กับครอบครัว

“คุณเย่ ผมนับถือคุณจริงๆ!”

ดักลาส พี่ชายของ คาโรลีน กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงชื่นชมสุดๆ

คุณเย่ ช่วยฉันระบายความโกรธ และแก้แค้นได้สาแก่ใจจริงๆ!

อีกอย่าง คุณเย่ นี่สุดยอดจริงๆ ถึงกับเล่นงานเจ้าพวก เซดริก ได้อย่างอยู่หมัด!

แต่ก่อนที่ เย่เฉิน จะทันได้พูดอะไร โทรศัพท์สายสำคัญก็โทรเข้ามาอย่างกะทันหัน!

ตอนก่อน

จบบทที่ มีความพิเศษอยู่หน่อยๆ

ตอนถัดไป