ข้าจะมิมีวันหาเรื่องเจ้าโล้นนั่นเด็ดขาด

หลินฮันที่เห็นผู้อาวุโสสูงสุดมิกล่าวอันใดก็ไม่ซักถามให้มากความ

“ข้าว่าท่านพาศิษย์พวกนี้ออก.......” ยังมิทันที่มันจะพูดให้จบความก็ได้ยินเสียงร้องโวยวายขึ้นมาในกลุ่มของศิษย์หลัก

“เจ้าจะทำอันใดข้า ออกไปเดี๋ยวนี้นะนางมารร้าย อย่ามาใกล้ข้า ศิษย์พี่ท่านอย่ากินยาที่มันให้มาเชียวนะ มารดามันเป็นมารร้าย มันก็ต้องเป็นมารร้าย มันจะทำให้พวกเราตายที่นี่” หลงจางลี่ ศิษย์หลักลำดับที่ 9 กล่าวเตือนออกมาเสียงอันดัง

ได้ยินดังนั้นหลินฮันถึงกับขมวดคิ้ว ผู้อาวุโสสูงสุดที่เริ่มเห็นท่าทีของหลินฮันก็เริ่มมิพอใจศิษย์เหล่านี้เช่นเดียวกัน นางกล่าวขึ้นทันทีว่า

“เจ้าพูดจาเหลวไหลอันใด นี่เป็นยาที่ประมุขหลินหลอมขึ้นมาเองกับมือหรือเจ้าจะบอกว่าประมุขหลินเป็นมารร้ายเช่นนั้นรึ”

“ขะข้ามิได้หมายความเช่นนั้น” หลงจางลี่กล่าวเสียงเบา นางคิดจะใส่ร้ายหลงซินซินว่าเป็นมารร้าย แต่คิดมิถึงว่าเม็ดยาในมือของหลงซินซินนั้นเป็นของหลินฮัน




ศิษย์ทั้งหลายที่ได้ยินผู้อาวุโสสูงสุดพูดเช่นนั้น จากที่พวกมันมิได้มั่นใจในเม็ดยาเพราะคำกล่าวของหลงจางลี่ พวกมันก็กลืนเม็ดยาทันที ใช้เวลาเพียง 1 ลมหายใจ ร่างกายของพวกมันก็กลับเป็นปกติเช่นเดิม นับว่าอัศจรรย์นัก ทันใดนั้นกลุ่มศิษย์หลักพลันคุกเข่าลง

ข้าอู่เฉิน ศิษย์หลักลำดับที่ 2 ขอบคุณท่านเจ้าขุนเขาเดียวดายที่ช่วยชีวิต

ข้าอู่โม่ ศิษย์หลักลำดับที่ 3 ขอบคุณท่านเจ้าขุนเขาเดียวดายที่ช่วยชีวิต

ข้าโม่เฉิน ศิษย์หลักลำดับที่ 4 ขอบคุณท่านเจ้าขุนเขาเดียวดายที่ช่วยชีวิต

ข้าเฉินหยาง ศิษย์หลักลำดับที่ 6 ขอบคุณท่านเจ้าขุนเขาเดียวดายที่ช่วยชีวิต

ข้าโจวซานหลาง ศิษย์หลักลำดับที่ 7 ขอบคุณท่านเจ้าขุนเขาเดียวดายที่ช่วยชีวิต

ข้าโจวหยา ศิษย์หลักลำดับที่ 8 ขอบคุณท่านเจ้าขุนเขาเดียวดายที่ช่วยชีวิต

ข้าเจียงชุน ศิษย์หลักลำดับที่ 10 ขอบคุณท่านเจ้าขุนเขาเดียวดายที่ช่วยชีวิต

พวกมันต่างรู้สึกขอบคุณหลินฮันยิ่งนัก หากมิยื่นมือช่วยเหลือพวกมันในครานี้เห็นทีพวกมันจะต้องไปโลกหน้าเสียแล้ว ยกเว้นเพียงแต่หลงจากลี่และหลี่ช่างห่าวเท่านั้น ที่มิได้กล่าวอันใดออกมาแม้แต่น้อย ส่วนศิษย์หลักลำดับที่ 1 นางเป็นศิษย์โดยตรงของท่านเจ้าสำนักเพียงผู้เดียว มิได้มีผู้ใดพบหน้านางมาหลายปีแล้ว




อู่เฉินศิษย์หลักลำดับที่ 2 เดินเข้ามาหาหลงซินซินแล้วพูดขึ้นว่า

“ข้าขอบใจแม่นางยิ่งนัก ข้าอู่เฉิน บุตรชายตระกูลอู่แห่งเมืองหลวง หากออกไปจากอารยธรรมโบราณในครั้งนี้แล้ว ขอเชิญแม่นางดื่มชากับข้าสักกาได้หรือไม่”




ได้ยินดังนั้น หลงซินซินหน้าแดงจนถึงใบหูบิดตัวไปมา เกิดมาจนอายุ 16 ปี มิเคยมีชายใดมากล่าวเช่นนี้กับนางแม้แต่น้อย ขณะที่นางจะตอบกลับไป หลินต่งและไอ้โล้นมายืนด้านหน้านางทันที

“ริอาจจักเกี้ยวพาศิษย์น้องของข้ารึ ต้องผ่านด่านศิษย์พี่อย่างพวกข้าไปก่อน” พวกมันคิดในใจพลางทำหน้าตาขึงขังใส่อู่เฉิน อู่เฉินถึงกับยิ้มเจือน......

หลงจากลี่ได้ยินดังนั้นจึงคิดโกรธแค้นหลงซินซินยิ่งนัก นั่นมันศิษย์พี่อู่เฉินศิษย์หลักลำดับ2 ที่สตรีหลายคนในสำนักต่างหมายปองรวมถึงตัวนางเอง นางเพียงหลอกใช้หลี่ช่างห่าวเป็นสะพานเพียงเท่านั้น มิคิดเลยว่าอู่เฉินจักสนใจในตัวหลงซินซินเช่นนี้ ยิ่งคิดมันก็ยิ่งแค้นใจ




เมื่อทุกคนได้หายจากอาการติดพิษแล้วนั้น จึงคิดจะเริ่มเดินทางกันต่อ แต่เหตุการณ์ที่มิคาดฝันก็เกิดขึ้น ฝูงอสูรปีศาจตัวเขียวรูปร่างคล้ายมนุษย์สวมใส่เสื้อผ้าสีเหลือง ผุดตัวขึ้นมาจากทรายสีดำใต้พื้นดินหลายหมื่นตน กงเล็บของมันแหลมคม พวกมันคือพรายผ้าเหลือง อสูรปีศาจระดับราชัน

หลินฮันมิได้สนใจพวกมันเลยสักนิด ตัวพวกนี้มันเป็นเพียงขี้ผงในสายตาของมัน ให้ EXP แสนจะน้อย ต่อให้สังหารจนหมดก็คงมิอาจเลือนระดับได้ หลินฮันหันหน้าไปพูดกับศิษย์ของตนว่า พวกเจ้าลองใช้เคล็ดวิชาที่ข้ามอบให้ สังหารมันให้หมดสิ้น ข้าอยากจะเห็นความก้าวหน้าของพวกเจ้า

หลินต่ง ไอ้โล้นและหลงซินซินได้ยินดังนั้นก็พุ่งตัวออกไปทันที

หลินต่งหยิบง้าวขึ้นมาใช้ออกด้วยวิชาง้าวโลหิตพิชิตสวรรค์ ทันทีที่ใช้ทักษะ เกิดระเบิดลมปราณมหาศาลทันที

บึมบึมบึมบึมบึมบึม............!

หลิงซินซินเองก็มิน้อยหน้า หยิบดาบขึ้นมาใช้ออกด้วยเคล็ดดาบแสงประกายผสานกับวิชาเคล็ดจิตสมุทร ทำให้พลังการทำลายล้างรุนแรงมากกว่าของหลินต่งหลายเท่านัก เกิดพายุสายลมระเบิดหอบใหญ่ขึ้นในทันที เสียงลมพัดดังเสียงกัมปนาทก็มิปาน

เบิมเบิมเบิมเบิมเบิมเบิม…….!

ส่วนไอ้โล้นสุ่ยเทียนเหอนั้น มันมิได้จับง้าวที่หลินฮันมอบให้มาแต่อย่างใด มันวิ่งเข้าไปหาพรายผ้าเหลืองด้วยตัวเปล่าว ใช้ออกด้วยวิชาท่าทางพิศดาล หลบหลีกไปอยู่ด้านหลังของอสูรปีศาจพรายผ้าเหลืองด้วยความรวดเร็ว มือข้างขวาล้วงเข้าไประหว่างขาจับกระชากทันทีพร้อมกับตะโกนว่า

“ลิงโขมยลูกท้อ”

เสียงตะโกนดังสนั่นหูหลายครั้งราวกับเป็นวิชาสังหารเทพเซียน

พรึบพรึบพรึบพรึบพรึบพรึบพรึบ….!

พวกพรายผ้าเหลืองต่างนอนขดตัวไปมามิสามารถขยับได้ ศิษย์ชายสำนักเทพกระบี่หลายคนเห็นดังนั้นก็อดที่จะกุมส่วนลับตนเองมิได้

“ข้าจะมิมีวันหาเรื่องเจ้าโล้นนั่นเด็ดขาด”ผู้อาวุโสบางคนได้กล่าวออกมา

ไม่ถึงหนึ่งก้านธูปอสูรปีศาจพรายผ้าเหลืองระดับราชันหลายหมื่นตัวก็ถูกสังหารด้วยฝีมือของคนเพียง 3 คนเท่านั้น ผู้อาวุโสและศิษย์ของสำนักเทพกระบี่ต่างอ้าปากค้าง "ขุนเขาเดียวดายร้ายกาจเกินไปแล้ว หลังจากออกไปจากที่นี่ข้าจะไปขอเป็นศิษย์ให้จงได้" ศิษย์บางคนถึงกับกล่าวออกมา










error loaded

หลินต่ง(ซ้าย) หลงซินซิน(กลาง) สุ่ยเทียนเหอ(ขวา)





A: ทำไมหน้าตาดูไม่สดชื่นเลยอะ ทำไรมาหรอ

B:ไม่ค่อยได้นอนนะ

A:เขียนนิยายหรอ

B: ป่าว พอนอนทีไร ฝันว่าไอ้โล้นมันมาดึงไข่ทุกที พ่ามม!!













ตอนก่อน

จบบทที่ ข้าจะมิมีวันหาเรื่องเจ้าโล้นนั่นเด็ดขาด

ตอนถัดไป