ความปรารถนาทุกอย่างเป็นจริงได้ตามใจคิด

ฉันประเมินพวกเขาสูงเกินไปจริงๆ

พวกเขาไม่ได้มาหาฉันเพื่อร่วมมือ แต่กลับมาทำตัวเป็น ‘ทูตเจรจา’!

“งั้นเหรอ?”

เมื่อเผชิญหน้ากับคำเกลี้ยกล่อมของพวกเขา เย่เฉิน ถามขึ้นอย่างช้าๆ

เย่เฉิน อยากจะดูว่าพวกเขาจะพูดอะไรต่ออีก

“แน่นอน พวกเราไม่ได้พูดให้ดูน่ากลัวเกินไป แต่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาแล้วไม่ใช่แค่ครั้งหรือสองครั้ง”

เมื่อได้ยินคำถามของ เย่เฉิน โรดริเกซ รีบพยักหน้าทันที

“ถ้า คุณเย่ ไม่เชื่อ ลองไปสืบดูได้เลย รับรองว่ามีข่าวแบบนี้มากมาย”

“ฉันว่าคุณควรเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดเฉยๆ แล้วรอรับเงินปันผลก็น่าจะดีแล้วนะ ไม่ต้องเป็นซีอีโอให้ต้องมาคอยปวดหัวกับเรื่องบริษัทหรอก”

“ถ้าฉันเป็นคุณ ฉันเลือกที่จะไม่เป็นซีอีโอแน่นอน แค่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดก็สบายจะตายแล้ว”

ฟรานซิส และคนอื่นๆ รีบพยักหน้าเห็นด้วย

พวกเขาพูดราวกับว่าหากไม่เป็นซีอีโอของ Kering Group ก็จะมีอิสระมากขึ้น

วัตถุประสงค์ของพวกเขาที่มาวันนี้ ก็เป็นไปตามที่ เย่เฉิน คาดการณ์ไว้ พวกเขาทั้งหมดถูก อันโตนิโอ ส่งมาเป็นทูตเจรจาแทน หรือเรียกให้เข้าใจง่ายๆ คือเพื่อล็อบบี้ เย่เฉิน

ตั้งแต่การประชุมทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ของ Kering Group จบลง อันโตนิโอ กับเย่เฉิน ก็ได้กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ Kering Group ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกัน

ในเวลานั้นเอง อันโตนิโอ มีความรู้สึกถึงวิกฤตครั้งใหญ่

ดังนั้น เขาจึงรีบลงมือก่อนทันที พยายามเข้าซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นรายย่อยของบริษัท

เป้าหมายของ อันโตนิโอ คือรีบขึ้นแซงหน้า เย่เฉิน และไล่กำจัด เย่เฉิน ให้ออกไปจากเกม!!!

ตำแหน่งซีอีโอของ Kering Group ต้องเป็นของฉันเท่านั้น!!!

ไอ้เย่เฉินมันเป็นแค่คนนอก จะมีความสามารถ หรือคุณสมบัติอะไรมาแย่งตำแหน่งนี้ไปจากฉันกัน?!

เรื่องนี้..มันไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!

เมื่อไม่กี่วันก่อน อันโตนิโอ สามารถโน้มน้าวให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยขายหุ้น 1.26% ให้กับเขาได้สำเร็จ

เมื่อนับรวมกันแล้ว ตอนนี้เขาถือหุ้นอยู่ที่ 33.26% และคิดว่าเขาจะสามารถแซงหน้า เย่เฉิน กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัทได้เพียงผู้เดียว

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะดีใจได้นาน ก็มีข่าวออกมาว่า เย่เฉิน เพิ่งจะซื้อหุ้นของกลุ่มบริษัทเพิ่มมาอีก 7% ในคราวเดียว!

ในตอนนี้ เย่เฉิน ถือหุ้นคนเดียวของ Kering Group ไปแล้วถึง 39% ซึ่งแซงหน้าเขาไปไกลลิบ

เรื่องนี้ทำให้ อันโตนิโอ แทบเสียสติ

อันโตนิโอ คิดไม่ออกจริงๆ ว่า เย่เฉิน ทำได้ยังไงกัน

หรือว่ามันจะเป็นเทพเจ้าที่สามารถทำให้ความปรารถนาทุกอย่างเป็นจริงได้ตามใจคิด?!

มันเก่งขนาดนี้เลยเหรอ?!

ในช่วงเวลาเดียวกัน เขาต้องพยายามอย่างสุดความสามารถ ใช้กลยุทธ์มากมาย กว่าจะซื้อหุ้นมาได้แค่ 1 เปอร์เซ็นต์กว่า

แต่เป็นผลให้ เย่เฉิน กลับซื้อมันมาได้ถึง 7% ในพริบตาเดียว

ความแตกต่างระหว่างพวกเขาช่างมากเกินไปจริงๆ!

อันโตนิโอ รู้สึกหมดหนทางอย่างมาก และพลันรู้สึกหดหู่สุดๆ เขาคิดแผนการมานับไม่ถ้วน แต่ก็ไม่มีทางไหนที่จะสามารถแซงหน้า เย่เฉิน ได้อีกครั้ง และทวงคืนตำแหน่งผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ Kering Group

เมื่อคิดอะไรไม่ออก อันโตนิโอ จึงตัดสินใจใช้แผนที่ไม่ได้เรื่องนี้แทน

อันโตนิโอ ไปเชิญคนมาช่วยโน้มน้าว เย่เฉิน หวังว่า เย่เฉิน จะยอมสละตำแหน่งซีอีโอของ Kering Group ด้วยตัวเอง

ไม่ว่าจะเป็นทั้ง โรดริเกซ หรือฟรานซิส ต่างก็เป็นผู้มีอิทธิพลระดับแนวหน้าของปารีส มีอำนาจ และอิทธิพลสูง

เนื่องจาก เย่เฉิน เป็นเพียงคนนอก อย่างน้อยก็ควรฟังพวกเขาสักหน่อย

ยิ่งไปกว่านั้น โรดริเกซ และพรรคพวกมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าพวกเขาจะสามารถโน้มน้าว เย่เฉิน ได้อย่างง่ายดาย ทำให้ อันโตนิโอ วางใจว่าภารกิจนี้ต้องสำเร็จแน่นอน

“ที่พวกคุณพูดมาก็มีเหตุผลอยู่นะ”

“เป็นแค่ผู้ถือหุ้น รับเงินปันผลเฉยๆ ก็ดูจะสบายจริงๆ”

เย่เฉิน มอง โรดริเกซ และคนอื่นๆ อย่างช้าๆ

ถ้าหาก อันโตนิโอ ยอมอยู่เงียบๆ และทำงานให้เขาดีๆ เป็นลูกน้องที่ภักดี เย่เฉิน ก็ไม่คิดจะทำให้เรื่องมันยุ่งยากอย่างแน่นอน

แต่หมอนี่กลับคิดจะแข่งขันกับฉัน แถมยังกล้าดูถูกฉัน ส่งคนมาล็อบบี้ฉันอีกอย่างงั้นเหรอ?!

“แต่... ทำไมผมจะเป็นซีอีโอของ Kering Group แล้วหาผู้จัดการมืออาชีพมาบริหารบริษัทแทนผมไม่ได้ล่ะ?”

“แบบนี้ ผมก็เป็นทั้งผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด และยังสามารถควบคุมบริษัทได้อย่างสมบูรณ์ แบบนี้ไม่ดีกว่าหรือ?”

เย่เฉิน ย้อนถามกลับ

ตำแหน่งซีอีโอของ Kering Group สำคัญขนาดนี้ ถ้าอยู่ในมือเขา ย่อมดีกว่าไปอยู่ในมือคนอื่นแน่นอน

คำถามของ เย่เฉิน ทำให้พวกเขาถึงกับอึ้งไป ไม่รู้จะตอบกลับอย่างไร

“คุณเย่ คิดว่าคุณก็น่าจะเดาได้แล้วว่าพวกเรามาด้วยจุดประสงค์อะไร และใครเป็นคนส่งพวกเรามา”

หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง โรดริเกซ ก็พูดตรงๆ เข้าประเด็นทันที

“คุณเย่ เราไม่สามารถห้ามคุณไม่ให้สนใจตำแหน่งซีอีโอของ Kering Group ได้”

“แต่เราได้สัญญากับ อันโตนิโอ ไว้ว่าจะต้องทำให้เรื่องนี้สำเร็จ”

“งั้นเอาแบบนี้ คุณเย่ ให้เกียรติพวกเราหน่อย ปีหนึ่ง... แค่ปีเดียว คุณไม่แข่งขันกับ อันโตนิโอ เพื่อชิงตำแหน่งซีอีโอของ Kering Group เป็นไง?”

โรดริเกซ ยื่นข้อเสนอที่เขาคิดว่าเป็นการประนีประนอมมากแล้ว

“ใช่แล้ว คุณเย่ ถือว่าให้เกียรติพวกเราหน่อยเถอะ พวกเราลดตัวมาขอร้องถึงขนาดนี้แล้ว”

ฟรานซิส รีบเสริมอีกครั้ง

“ให้เกียรติพวกคุณ?”

“พวกเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน.. และฉันต้องให้เกียรติพวกคุณไปทำไม?!”

เย่เฉิน ถามกลับหลายคนเสียงเย็นชา

เขาไม่รู้จักคนพวกนี้เลยด้วยซ้ำ และพวกเราก็ไม่ใช่เพื่อนกันด้วยซ้ำ

จู่ๆ คนแปลกหน้าสองสามคนก็โผล่มาที่บ้านคุณ แล้วสั่งให้คุณต้องให้เกียรติพวกเขา แล้วคุณต้องทำตามที่พวกเขาบอกงั้นเหรอ?

พวกนี้คิดว่าฉันเป็นหุ่นเชิดที่ใครจะควบคุมก็ได้หรือไง?!!!

เมื่อได้ยิน เย่เฉิน พูดแบบนี้ บรรดาเจ้าพ่อท้องถิ่นในปารีสก็รู้สึกเสียหน้าทันที

พวกเขาต่างเป็นบุคคลระดับแนวหน้าของปารีส ใครเห็นพวกเขาก็ต้องเคารพ และให้เกียรติกัน

แต่ตอนนี้ พวกเขากลับต้องลดตัวลงมาหาชายหนุ่มคนหนึ่ง แถมยังพูดจาดีๆ อีกด้วย

แต่ไอ้หมอนี่มันกลับไม่ให้เกียรติพวกเขาเลยแม้แต่น้อย!!!

ให้โอกาส เย่เฉิน มันแล้วแท้ๆ แต่มันกลับไม่เห็นค่า ดี!!!

ตอนก่อน

จบบทที่ ความปรารถนาทุกอย่างเป็นจริงได้ตามใจคิด

ตอนถัดไป