หยางจื่อ
หลินฮันออกเดินทางมาไม่นานก็ได้พบกับฝูงอสูรปีศาจขนาดใหญ่มีมากกว่าแสนตน ล้วนแล้วแต่เป็นระดับจักรพรรดิทั้งสิ้น พวกมันส่วนใหญ่มีรูปร่างดั่งยักษาตัวใหญ่สวมใส่เสื้อผ้าสีแดงเพลิง หากมองจากระยะไกลจักเห็นเป็นดั่งทะเลเพลิงก็มิปาน อสูรปีศาจพวกนี้มีนามว่า ยักษาเพลงโลกันตร์
เมื่อมองไปตรงใจกลางกลุ่มของปีศาจอสูรพวกนี้ จักเห็นอสูรปีศาจตัวหนึ่งสูงใหญ่กว่าใครเพื่อน หน้าอกของมันมีกงเล็บอันหน้าสยดสยองงอกเงยขึ้นมา ตามลำแขนสวมเกราะทั้งสองข้าง ในมือของมันถือดาบขนาดยักษ์มีโลหิตสดๆไหลรินตามใบดาบ มันเป็นผู้บัญชาการของอสูรปีศาจยักษาเพลิงโลกันตร์ มีพลังระดับราชันจักรพรรดิขั้น 6
ท่ามกลางฝูงของพวกมันมีกลุ่มคนที่ตกอยู่ในวงล้อม กลุ่มของลั่วจวินและฟงสืออี้กำลังช่วยกันตีฝ่าฝูงปีศาจอสูรเพื่อช่วยศิษย์และผู้อาวุโสทั้งหลายให้รอดชีวิตมากที่สุด
ลั่วจวินใช้ออกด้วยวิชาดาบโค้งของมัน พลังปราณพวยพุ่งละอองน้ำปรากฏขึ้นบนอากาศดั่งลูกสรเวทมนต์ พุ่งเข้าใส่อสูรปีศาจทั้งหลายราวสายฝนโปรยปราย
ฟงสืออี้ก็มิน้อยหน้าในมือถือง้าวเล่มใหญ่ ปลดปล่อยกลิ่นอายอันทรงพลัง มันวิ่งมิช้ามิเร็ว แต่ละครั้งที่เท้าสัมผัสกับพื้นนั้น พื้นดินถึงกับสั่นสะเทือนเบาๆ มันกระโดดขึ้นฟาดฟันอสูรปีศาจทั้งหลาย รัศมีการทำลายล้างนั้นนับว่าทรงพลังยิ่ง หลินฮันเห็นดังนั้นเลือดในกายพลันเดือนพล่าน จึงหันมากล่าวกับศิษย์ทั้งหลายว่า
“พวกเจ้ารอข้าอยู่ตรงนี้ แล้วจงเบิกตาดูให้ดี ภูษาสวรรค์ พรึบ!”
อ่อร่าแสงเปล่งประกายตามตัวหลินฮันในทันที ในมือปรากฏดาบขนาดพอเหมาะด้ามจับหัวมังกร ตัวดาบรูปเกล็ดประกายสีรุ้งแวววาว มันเหาะขึ้นไปบนอากาศแล้วพุ่งตัวเข้าสู่สนามรบ พลันใช้ทักษะเคล็ดจิตสมุทร พลังปราณเคลือบอยู่บนตัวดาบทันที
“เคล็ดดาบแสงประกาย”
บึมบึมบึม.........!
พลังปราณกระจายออกเป็นวงกว้าง อสูรปีศาจระดับจักรพรรดินับหมื่นตนล้มตายในทันที ผู้คนที่ตกอยู่ในวงล้อมของอสูรปีศาจถึงกับหยุดกระบวนท่า มองดูพลังการทำลายล้างอันมหาศาลที่หลินฮันปลดล่อยมาอย่างตื่นตะลึง
ติ่ง! [ท่านได้เลื่อนระดับพลังราชันจักรพรรดิขั้น 5]
“พวกเจ้ารีบหนีออกมา ข้าได้เปิดทางให้แล้ว” หลินฮันกล่าวออกมาเสียงดัง
ฟงสืออี้และลั่วจวินที่กำลังตื่นตะลึงอยู่นั้นพลันได้สติ พลังการทำลายล้างระดับนี้แม้ตัวพวกมันเองก็มิอาจทำได้โดยง่ายชายผู้นั้นช่างทรงพลังนัก ฟงสืออี้และลั่วจวินนำผู้คนของตนฝ่าออกมาโดยพลัน
เมื่อออกมาจากวงล้อมของอสูรปีศาจได้แล้วพวกมันก็ถอนหายใจอย่างหนักหน่วง หลินฮันหยิบยาเม็ดฟื้นฟูลมปราณระดับสูงและเม็ดยาคืนสภาพขึ้นมาจำนวนมาก แล้วแจกจ่ายให้กับศิษย์และผู้อาวุโส ไม่นานนักผู้คนที่ได้รับบาดเจ็บของทั้งสองสำนักก็หายเป็นปลิดทิ้ง นับว่าน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ในสำนักของพวกมันมิมียาเช่นนี้เลยแม้แต่น้อย
หลินฮันมองดูอสูรปีศาจที่เหลืออยู่ โดยเฉพาะอสูรบัญชาการตัวยักษ์นั่น หลินฮันวิ่งเข้าไปในดงอสูรปีศาจใช้ออกด้วยทักษะเพลงดาบร้อยแปรเปลี่ยน กระบวนท่ามากมายถูกปล่อยออกมานับว่าทรงพลังยิ่งนัก ลั่วจวินและฟงสืออี้เข้าไปสมทบในทันที
บูมบึมบึมบึมบูม.....!
เสียงการต่อสู้ของทั้งสามคนดังสนั่นดั่งเสียงกัมปนาท การจายไปทั่วทุกหนแห่งในสนามรบ ไม่นานฝูงปีศาจมากกว่าแสนตกก็หมดสิ้นเหลือเพียงเจ้ายักษาเพลงโลกันตร์ซึ่งเป็นผู้บัญชาการตนเดียวเท่านั้น มันหยุดนิ่งมิเคลื่อนไหวตั้งแต่หลินฮันเริ่มเปิดฉากการต่อสู้ราวกับกำลังรออะไรบางอย่าง
ตึกตักตึกตักตึกตัก....!
เสียงหัวใจของอสูรปีศาจตนนั้นเต้นดังระรัว มันกำลังหวาดกลัวบางสิ่ง บางสิ่งที่ความรู้สึกของมันบอกว่าห้ามยั่วยุสิ่งนั้นเด็ดขาด มิใช่ว่ามันมิอยากขยับตัว แต่มันมิอาจขยับได้ต่างหาก ความรู้สึกกดดันเช่นนี้มันอันใดกัน ตัวมันที่มีระดับราชันจักรพรรดิขั้น 6 เป็นราชันแห่งยักษาเพลงโลกันตร์ทั่งมวล เหตุใดถึงมิอาจต้านทานได้เลยแม้แต่น้อย
เหนือสมรภูมิปรากฏสตรีผู้หนึ่ง นางสวมใส่หน้ากากปิดบังใบหน้า พาดดาบเล่มยาวไว้บนไหล่ข้างขวา นางยืนมองการต่อสู้ของหลินฮันด้วยแววตาลุกวาว
“นี่นะรึพลังของเจ้าขุนเขาเดียวดาย เป็นถึงราชันจักรพรรดิขั้น 5 แตกต่างกับที่ท่านพ่อกล่าวไว้ยิ่งนัก” นางกล่าวพึมพำ แล้วพุ่งตัวลงไปหมายจะสังหารอสูรปีศาจตนสุดท้ายที่เหลือในครั้งเดียว
ฉึบ!
หลินฮัน ฟงสืออี้ ลั่วจวินและศิษย์ทั้งหลายเบิกตากว้าง เจ้าปีศาจที่ยืนแน่นิ่งอยู่นาน ร่างกายของมันพลันขาดออกจากกันเป็นสองส่วน มันได้สิ้นใจตายไปในทันทีด้วยการฟันเพียงครั้งเดียวของสตรีนางนั้น นางยืนเหยียบย่ำอยู่บนศพของอสูรตนนั้นอย่างสบายใจ ค่อยๆถอดหน้ากากออกจากใบหน้า เมื่ออู่เฉินศิษย์หลักลำดับที่ 2 ของสำนักเทพกระบี่เห็นดวงหน้าของนางมันก็กล่าวขึ้นมาทันที
“ศิษย์พี่หยาง ท่านกลับมาแล้ว” อู่เฉินกล่าวด้วยความตื่นเต้น
นางคือหยางจื่อศิษย์หลักลำดับที่ 1 ซึ่งผู้คนมิเคยพานพบมานานหลายปี ว่ากันว่านางเก็บตัวฝึกฝนพลังกับท่านเจ้าสำนักเทพกระบี่ จนมิมีศิษย์ในสำนักผู้ใดเทียบเคียงพลังของนางได้ ตอนนี้นางได้ปรากฏตรงหน้าของพวกมันแล้ว
เลือดอสูรปีศาจระดับ 6 ไหลรินลงสู่พื้นพสุธา ค่อยๆซึมลงไปสู่พื้นทราย ทันใดนั้นตราอักขระโบราณขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบริเวณสมรภูมิรบ มันค่อยๆส่องแสงสีแดงเจิดจ้าขึ้นบนท้องฟ้า เสาศิลาหลายร้อยต้นผุดขึ้นมาจากพื้นทราย
ตึง ตึง ตึง!
ทันใดนั้นผืนทรายบริเวณศพของอสูรปีศาที่หยางจื่อสังหารไป เกิดหลุมดำหมุนวนดึงดูดทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมีเสาศิลาเข้าไปทันที