ข่าวลือในมหาวิทยาลัย : เย่เฉิน จะจบเห่แล้วหรือ?

“มหาวิทยาลัยการเงิน และเศรษฐศาสตร์เซี่ยงไฮ้ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันมาเลยนะ”

สวี ปินเย่า พึมพำเบาๆ ขณะมองไปที่ตัวอักษรชื่อมหาวิทยาลัยที่อยู่ไม่ไกล

กลุ่มคนเดินเข้าไปในมหาวิทยาลัยมุ่งหน้าไปยังที่ที่ เย่เฉิน อยู่

แต่ในระหว่างทางที่พวกเขากำลังเดิน ก็มีเสียงเรียกเร่งรีบดังมาจากด้านหลัง

“คุณชายสวี? ใช่คุณชายสวีจากปักกิ่งหรือเปล่าครับ?!”

เมื่อมีคนจำตัวเองได้ สวี ปินเย่า จึงหันกลับไปมองอย่างรวดเร็ว และเห็นชายหนุ่มสามสี่คนกำลังวิ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว

คนที่พูดคือชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่ง

“คุณเป็นใคร?”

สวี ปินเย่า ถามด้วยความประหลาดใจ เพราะเขาไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้

“โอ้ คุณชายสวี ผมชื่อ ไช่ เฟยหยาง พ่อของผมคือ ไช่เฟิง เมื่อปีที่แล้วผมเคยไปปักกิ่งพร้อมกับพ่อเพื่อเยี่ยมคุณพ่อของคุณ…”

ไช่ เฟยหยาง รีบอธิบาย

“โอ้ นั่นแสดงว่าคุณเป็นลูกชายของ ไช่เฟิง สินะ”

เมื่อได้ยินแบบนี้ สวี ปินเย่า ก็เริ่มจำได้แล้ว ไช่เฟิง เป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวยทางตอนใต้ และมีอำนาจมากพอสมควร

“สวัสดีครับ คุณชายสวี”

“คุณชายสวี”

เพื่อนๆ ของ ไช่ เฟยหยาง รีบทักทาย คุณชายสวี พร้อมกับทำความเคารพเขาอย่างนอบน้อม

“คุณชายสวี ปกติคุณอยู่ปักกิ่ง ทำไมถึงมาที่มหาวิทยาลัยของเราได้ครับ?”

ไช่ เฟยหยาง ถามด้วยท่าทางเอาอกเอาใจ

วันนี้เขาไม่มีเรียน และกำลังจะออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆ แต่ไม่คิดว่าจะได้เจอกับคุณชายสวี่ผู้ยิ่งใหญ่จากปักกิ่ง

“ไม่มีอะไรหรอก ฉันมาที่นี่เพื่อสั่งสอนใครบางคน”

สวี ปินเย่า พูดอย่างไม่ใส่ใจ

“สั่งสอนใครบางคน? ใครกันที่ทำให้ คุณชายสวี่ ต้องลงมือด้วยตัวเอง? บอกผมมาเถอะ เดี๋ยวผมจัดการให้เอง”

ไช่ เฟยหยาง เสนอตัวทันที

“มันชื่ออะไรนะ?”

สวี ปินเย่า จำไม่ได้

“เย่เฉิน”

ซุน ซวี่กวาง ที่อยู่ข้างๆ ตอบแทน สวี ปิงเย่า ทันที

“ใช่แล้ว เย่เฉิน”

“เย่เฉิน? คุณชายสวี จะเล่นงาน เย่เฉิน งั้นเหรอ?”

เมื่อได้ยินชื่อนี้ ไช่ เฟยหยาง ก็ตื่นเต้นจนดวงตาเป็นประกาย

ยอดเยี่ยมมาก!!!

เขาไม่ชอบใจ เย่เฉิน มันมานานแล้ว แต่เพราะเขามีอำนาจ และฐานะสู้ เย่เฉิน มันไม่ได้ จึงต้องอดทนมานาน ทำได้แค่มองดูไอ้เย่เฉินมันโดดเด่นในมหาวิทยาลัยมาตลอด

แต่ตอนนี้ เย่เฉิน มันดันไปยั่วโมโห คุณชายใหญ่ตระกูลสวีจากปักกิ่ง นี่มันเข้าตำรา ‘นี่มันนรกชัดๆ เจ้ากลับดั้นด้นเข้ามาเอง..(1)

ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!

ไช่ เฟยหยาง หัวเราะอย่างบ้าคลั่งในใจ ครั้งนี้ เย่เฉิน โดนสั่งสอนแน่ ฉันอยากรู้เสียจริงๆ ว่ามันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนในมหาวิทยาลัยเมื่อถึงตอนนั้น

“คุณชายสวี ผมรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน เดี๋ยวผมพาไปให้เองครับ”

ไช่ เฟยหยาง รีบอาสานำทางทันที

ระหว่างพาไป ไช่ เฟยหยาง ก็ไม่ลืมส่งสัญญาณให้เพื่อนๆ รีบกระจายข่าวออกไป โดยเฉพาะบอกพวกคุณหนูคุณชายคนอื่นๆ ที่ไม่ชอบ เย่เฉิน ให้รีบมาดูฉากนี้

ให้ทั้งหมดมาดูกันว่าอีกไม่นาน เย่เฉิน จะถูกคุณชายใหญ่ตระกูลสวีจากปักกิ่งเล่นงานมันอย่างไร!

สิบกว่านาทีต่อมา ไช่ เฟยหยาง ก็พา สวี ปินเย่า มาถึงชมรมดนตรีของมหาวิทยาลัย เขาได้ยินมาว่า เย่เฉิน ใช้เวลาหลังเลิกเรียนอยู่ที่นี่ตลอดในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

พร้อมกันนั้น ข่าวลือว่า ‘เย่เฉิน กำลังจะจบเห่’ ก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งมหาวิทยาลัยเช่นกัน!

บรรดาคุณหนูคุณชาย และทายาทเศรษฐีที่ไม่ชอบ เย่เฉิน เหมือนกับไช่ เฟยหยาง ต่างก็พาเพื่อนฝูงมากันอย่างคึกคักเพื่อมาดู เย่เฉิน โดนเล่นงาน

“เย่เฉิน ออกมาซะ!!!”

ไช่ เฟยหยาง ก้าวออกไปข้างหน้าพร้อมกับตะโกนเสียงดัง ทำตัวเหมือนข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์

ทันทีที่คำกล่าวเหล่านี้ถูกพูดออกไป บรรยากาศโดยรอบก็เดือดพล่านขึ้นมาทันที แม้ว่านักศึกษาหลายคนจะไม่รู้ว่า เย่เฉิน เป็นใครแน่ แต่ทุกคนก็รู้ว่าเขาคือมหาเศรษฐีระดับที่แม้แต่ท่านอธิการบดียังต้องเอาใจ

แต่ตอนนี้กลับมีคนกล้าตะโกนเรียกให้ เย่เฉิน ‘ออกมา’?!

งานนี้น่าดูชมแล้ว!

นักศึกษาที่เดินผ่านไปมาต่างพากันหยุดยืนมุงดู

ในเวลาไม่นาน หน้าชมรมดนตรีก็เต็มไปด้วยผู้ชม

ภายใต้สายตาที่จับจ้องของทุกคน เย่เฉิน และสมาชิกชมรมดนตรีก็เดินออกมาเช่นกัน

“ไช่ เฟยหยาง! นายบ้าไปแล้วเหรอ ทำไมถึงพูดจาแบบนี้?!”

รองประธานชมรมดนตรีตวาดใส่ ไช่ เฟยหยาง

“หึๆ ฉันจะพูดแบบนี้แล้วไง? เมื่อก่อนฉันไม่กล้าหาเรื่อง เย่เฉิน มัน แต่ตอนนี้ต่างออกไปแล้ว! เย่เฉิน นายรู้ไหมว่าตัวเองสร้างปัญหาใหญ่ขนาดไหน?!”

ไช่ เฟยหยาง อาศัยอำนาจบารมีของคนอื่นพูดอย่างวางอำนาจ

“ปัญหาใหญ่ขนาดไหน? ฉันไม่เห็นจะรู้เลยนะ”

เย่เฉิน ตอบกลับอย่างใจเย็น

เรื่องใหญ่แค่ไหนกัน? มีเรื่องไหนจะใหญ่ไปกว่าการทำสงครามกับตระกูลเย่ในปักกิ่งอีกล่ะ?!

“โอ้.. หรือว่านั้นคุณพาคนหนุนหลังของตัวเองมาแล้ว?”

เย่เฉิน มองไปที่ ซุน ซวี่กวาง ซึ่งยืนอยู่ด้านหลัง

“คุณชายสวี เชิญครับ”

ซุน ซวี่กวาง ถอยหลังเล็กน้อย เพื่อเปิดทางให้ สวี ปินเย่า

“เย่เฉิน นายรู้ไหมว่าคนที่อยู่ตรงหน้านายคือใคร?!”

ไช่ เฟยหยาง ยังคงคุยโวต่อไป :

“นี่คือคุณชายใหญ่จากปักกิ่ง – คุณชายสวี!!!”

คุณชายใหญ่จากปักกิ่งงั้นเหรอ?! (京城大少)

น้ำหนักของสี่คำนี้หนักหนาสาหัสเกินไป เมื่อได้ยินสถานะของ สวี ปินเย่า ทุกคนต่างสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

นักศึกษาที่มุงดูอยู่จำนวนมาก รวมไปถึงสมาชิกชมรมดนตรีต่างมอง เย่เฉิน ด้วยความเสียใจ

นี่มันเรื่องใหญ่จริงๆ

คุณชายใหญ่จากปักกิ่งไม่มีใครที่เล่นด้วยได้ง่ายๆ หรอกนะ

“เฮ้อๆ เย่เฉิน จบเห่แน่”

“คนที่ไปหาเรื่องคุณชายใหญ่จากปักกิ่ง ต่อไปไม่ต้องพูดถึงแล้ว จากนี้ เย่เฉิน คงเป็นได้แค่หมาข้างถนน”

พวกทายาทเศรษฐีที่ ไช่ เฟยหยาง เรียกมาด้วยต่างหัวเราะเยาะอย่างสะใจ

พวกเขาไม่กล้ายุ่งกับ เย่เฉิน โดยตรง แต่ตอนนี้มีคุณชายใหญ่จากปักกิ่งออกหน้าจัดการแทน พวกเขาจะไม่ตื่นเต้นดีใจได้อย่างไร?!

“อ๋อ คุณชายใหญ่จากปักกิ่งงั้นเหรอ?”

เย่เฉิน แสดงสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ยังคงสงบนิ่งอยู่

“ไอ้หนู รู้ฐานะของฉันแล้ว นายคงรู้แล้วสินะว่าต้องทำยังไงต่อ?”

สวี ปินเย่า เปิดเผยเจตนาของตัวเองอย่างชัดเจน ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่งการ :

“นายมีสองทางเลือก หนึ่ง ขายเกม ‘เข้าสู่โลกอนาคต’ ให้ฉันซะ สอง ให้พวกเราร่วมลงทุนในบริษัทเกมของนาย”

“เลือกเอาซะ”

“เหรอ? งั้นฉันขอเลือกตัวเลือกที่สาม”

เย่เฉิน ตอบกลับ

“ตัวเลือกที่สาม?!”

คำพูดของ เย่เฉิน ทำให้ทุกคนที่อยู่ที่นั่นงงเป็นไก่ตาแตก

โดยเฉพาะ สวี ปินเย่า ที่ดูแปลกใจอย่างมาก เขาให้ เย่เฉิน แค่สองตัวเลือก แล้วตัวเลือกที่สามมันโผล่มาจากไหนกัน?!

สุดท้าย สวี ปินเย่า ก็อดสงสัยไม่ได้ จึงถามออกมาโดยตรงว่า :

“ตัวเลือกที่สามของนายคืออะไร?!”

(1)[นี่มันนรกชัดๆ เจ้ากลับดั้นด้นเข้ามาเอง(这真是地狱无门你来投)] - แสดงถึงการกระทำที่นำพาตนเองไปสู่ความทุกข์หรือความหายนะ เปรียบเสมือนการเดินเข้าสู่ขุมนรกด้วยตนเอง ทั้งๆ ที่มีทางเลือกอื่น ‘天堂有路你不走,地狱无门你自来’ - ทางสวรรค์มีเจ้าไม่เดิน, นรกไร้ประตูกลับตะกายเข้ามา ส่วนนี้เป็นคำกล่าวที่แสดงถึงความเสียดายและตำหนิบุคคลที่ปฏิเสธโอกาสที่ดี และเลือกที่จะทำในสิ่งที่นำไปสู่ความเลวร้ายด้วยตนเอง

ตอนก่อน

จบบทที่ ข่าวลือในมหาวิทยาลัย : เย่เฉิน จะจบเห่แล้วหรือ?

ตอนถัดไป