สายเลือดแห่งเทพบรรพกาล
ติ่ง! [ท่านได้ถูกค้นความทรงจำ ระบบทำการขัดขวางการความทรงจำของโลกเดิมโดยอัตโนมัติ]
“เสียงอะไรกัน”
หลินฮันค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมา มันพบว่าตนเองอยู่ในโลกสีขาวใบหนึ่ง ด้านหน้ามีโต๊ะน้ำชาตัวเล็ก ตัวมันกำลังนั่งบนเก้าอี้ไม้ที่ดูเก่าและผุพังตัวหนึ่ง เบื้องหน้ามีบุรุษผู้ที่บอกให้มันสังหารสหายของตน บุรุษผู้นั้นพลันยกชาขึ้นมาดื่มแล้วกล่าวว่า
“ไม้คดยังใช้ทำขอ เหล็กงอยังใช้ทำเคียว แต่คนคดเคี้ยว ใช้ทำสิ่งใดมิได้เลย จิตใจของเจ้าเด็ดเดี่ยวและกล้าหาญยิ่ง เจ้าหนูน้อยแซ่หลิน”
“ท่านเป็นใครกัน ที่แห่งนี้คือที่ใด แล้วแม่นางหยางจื่อเล่า”หลินฮันกล่าวถาม
บุรุษผู้นั้นยกชาขึ้นดื่มแล้วจึงกล่าวต่อไปว่า “ที่แห่งนี้อยู่ภายในจิตเจ้า ส่วนนางหนูน้อยผู้นั้น หลังจากเจ้าสังหารตนเอง นางก็ยกดาบหมายจะแลกชีวิตกับข้า ถือว่าฝีมือในเชิงดาบมิเบา เจ้ามิต้องเป็นห่วง ข้าเพียงทำให้นางหลับไปเท่านั้น”
“ท่านเป็นใครกันแน่ เหตุใดถึงทำเช่นนี้” หลินฮันกล่าวขึ้นด้วยสีหน้ามิสู้ดี ตัวมันยังหวาดระแวง มิเข้าใจเหตุผลว่าเหตุใดคนตรงหน้ามันถึงทำเช่นนี้ ทั้งยังมิเข้าใจว่าตนเองได้ตายไปแล้วหรือยังไม่ตายกันแน่
บุรุษผู้นั้นมิได้ตอบคำแต่กลับเป็นผู้ถามมันแทน “เจ้ามีสายเลือดเทพบรรพกาลได้เช่นไร ข้าค้นดูในความทรงจำของเจ้า ก็มิพานพบว่าเชื้อสายของเจ้ามีสายเลือดของเทพบรรพกาลดังเช่นเจ้า”
หลินฮันได้ยินดังนั้นจึงตอบไปว่า “ท่านผู้อาวุโสข้ามิได้มีสายเลือดเทพบรรพกาลแต่อย่างใด เพียงแต่ข้าได้ฝึกวิชาระดับเทวะชื่อว่ากายาเทวะบรรพกาลเท่านั้น” มันมิเข้าใจว่าสายเลือดเทพบรรพกาลกับวิชากายาเทวะบรรพกาล เกี่ยวข้องกันหรือไม่
“เช่นนี้เองสินะ เจ้าคงยังมิได้รู้ตัว ผู้ที่จะฝึกวิชากายาเทวะบรรพกาลได้นั้นมีเพียงสายเลือดแห่งเทพบรรพกาลเท่านั้น เจ้าได้วิชานี้มาเช่นไร”
“อยู่ดีๆมันก็ผุดขึ้นในหัวของข้าเองขอรับ” หลินฮันตอบ
การที่มันกล่าวเช่นนี้ไม่นับว่าโกหกแม้แต่น้อย เพราะวิชากายาเทวะบรรพกาลได้รับมาจากการสุ่มของระบบ และวิชาที่ได้รับนั้นจะผุดขึ้นในหัวของมันเองโดยที่มิจำเป็นต้องทำสิ่งใด
“เป็นไปไม่ได้วิชากายาเทวะบรรพกาล หากเจ้ามิได้มีสายเลือดแห่งเทพบรรพกาลอันยิ่งใหญ่เหนือเทพทั้งมวล มันจะผุดขึ้นในหัวดั่งความทรงจำทางสายเลือดของพวกสัตว์เทวะได้เช่นไร เจ้าคงจักมีสายเลือดแห่งเทพบรรพกาลอันเบาบาง มิเช่นนั้นคงมิอาจเรียกข้าออกมาจากแท่นบูชานั้นได้” หลังจากชายผู้นั้นกล่าวจบมันก็นำขวดหยกลวดลายโบราณออกมา แล้วสะบัดมือเล็กน้อย หลินฮันรู้สึกว่าปลายนิ้วของมันเริ่มมีโลหิตไหลออกมา หยดโลหิตที่ไหลออกมาจากร่างกายของหลินฮันลอยค้างอยู่บนอากาศ ชายผู้นั้นเปิดขวดหยกอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าหากทำมันแตกทุกสิ่งทุกอย่างของมันต้องจบสิ้นลงตรงนี้ ของเหลวสีทองลอยขึ้นมาจากขวดหยกช้าๆ มันค่อยๆลอยเข้าไปใกล้โลหิตของหลินฮันที่ลอยค้างอยู่กลางอากาศ ของเหลวสีทองหมุนวนรอบๆหยดโลหิตของหลิงฮันหยดนั้น ไม่นานมันของเหลวสีทองได้กลืนกินหยดโลหิตของหลินฮันในทันที
หลังจากกลืนกินหยดโลหิตของหลินฮันแล้ว มันมิได้มีทีท่าว่าจักกลับเข้าไปอยู่ในขวดหยกแต่อย่างใด มันลอยไปหยุดเบื้องหน้าของหลินฮัน ค่อยๆลอยวนรอบตัวของหลินฮันอย่างตื่นเต้นราวกับพบสมบัติล้ำค่า แล้วพุ่งเข้าสู่หว่างคิ้วของหลินฮันทันที
ติ่ง! [ท่านได้รับโลหิตแห่งเทพบรรพกาล ระบบกำลังประมวลผล กรุณารอสักครู่...........]
ติ่ง! [โลหิตแห่งเทพบรรพกาลได้ยอมรับท่านโดยสมบูรณ์]
ติ่ง! [ขอคำสั่งอนุมัติการผสานสายเลือนใน 5 วินาที เริ่มนับถอยหลัง 5...4....3..]
ผสาน!
ติ่ง! [ได้รับคำสั่งอนุมัติ เตรียมตัวเข้าสู่การผสานสายเลือด ท่านจะได้รับความเจ็บปวดอย่างมาก นับถอยหลังใน 5 วินาที 5...4...3...2...1 เริ่มกระบวนการผสาน]
อ๊ากก! เอื้ออ! …….!
หลินฮันร้องขึ้นมาด้วยความเจ็บปวด มันลงไปนอนดิ้นทุรนทุรายอย่างเอาเป็นเอาตาย ความเจ็บปวดที่มันได้รับนั้นมากมายมหาศาล การจะอดกลั้นความเจ็บปวดเช่นนี้มันยากเหลือเกินไม่นานมันก็สลบไป ชายผู้นั้นเห็นหลิงฮันลงไปนอนดิ้นทุรนทุราย มือของมันเริ่มสั่นสะท้าน เหงื่อไหลเต็มหน้าผากของมัน
“เป็นไปได้เช่นไร” มันกล่าวขึ้นด้วยใบหน้าอันมิอยากจะเชื่อ ตัวมันนั้นเป็นจิตวิญญาณของข้ารับใช้เทพแห่งบรรพกาลผู้ยิ่งใหญ่มีนามว่า ต้าเซิ่น มันอยู่ในแท่นบูชานี้มามากกว่าล้านปีแล้ว จากเดิมที่มีพลังอยู่ระดับเหนือเทวะ ผ่านไปล้านปีตอนนี้ระดับพลังเทวะขั้น 9 เท่านั้น แต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้จิตวิญญาณของมันอยู่ต่อไปได้อีกหลายล้านปี ระดับพลังเทวะนี้เกรงว่าเพียงสะบัดมือ ดินแดนมนุษย์คงแหลกละเอียดในทันที
หลินต่ง ไอ้โล้น หลงซินซินและศิษย์หลักสำนักเทพกระบี่ขณะนี้กำลังเดินฝ่าดงกับดักอย่างเอาเป็นเอาตาย พวกมันตื่นขึ้นมาในห้องสี่เหลี่ยมเช่นเดียวกันกับหลินฮันและหยางจื่อ ทางเดินที่มันเลือกนั้นเป็นทางด้านซ้าย ซึ่งมีกับดักมิน้อยแต่ก็ยังมีสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิขั้นปลาย ถือว่าโชคดีนักที่มิได้พานพบสัตว์อสูรระดับราชันจักรพรรดิขึ้นไป
“เจ้ามันตัวซวย เจ้ามันตัวอัปรีย์ เป็นเพราะเจ้าพวกเราถึงได้มาตกอยู่ในที่แห่งนี้ ” หลงจางลี่กล่าวขึ้นมาอย่างมิมีปี่มีขลุ่ยขณะกำลังนั่งอยู่หลังจากต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิ โดยที่นางมิได้มีส่วนร่วมเลยแม้แต่น้อย เป็นหลินต่ง ไอ้โล้น หลงซินซินและศิษย์หลักคนอื่นที่ร่วมมือกันสังการสัตว์อสูรจนได้รับชัยชนะ
ต้าเซิ่น
