หลงซินซินระเบิดพลัง
“เจ้าพูดจาเหลวไหล ศิษย์น้องอย่าไปฟังนางเด็ดขาด”หลินต่งกล่าว
ไอ้โล้นกล่าวเสริมทันที “ใช่ศิษย์น้องอย่าไปฟังนาง นางมันก็แค่ตัวโง่งมตัวหนึ่งเท่านั้น”
“ซินซินเจ้ามิใช่ตัวซวยเลยแม้แต่น้อย ถ้าหากมิได้เจ้าพวกเราคงต้องสู้กับสัตว์อสูรพวกนี้จนเหนื่อยตาย” อู่เฉินกล่าวจบแล้วส่งยิ่มจนเห็นฟันสีขาวของมันให้หลงซินซิน
“ใช่ข้าก็ว่าเช่นนั้น ใช่ ใช่ อย่าไปฟังนาง”ศิษย์หลักทั้งหลายกล่าวสนับสนุนหลงซินซิน
หลงจางลี่ได้ยิ้นดังนั้นจึงปล่อยละเบิดเสียงแหลมทันที
กรี๊ด! “มารดามันเป็นมารร้ายยังไงมันก็คือตัวซวย พวกเจ้ากำลังโดนมนต์เสน่ห์ของมัน” นางกุมกระบี่ในมือเดินเข้าไปหาหลงซินซินแล้วใช้กระบวนท่าสังหารหมายทำร้ายหลงซินซิน
หลินต่งและไอ้โล้นเห็นดังนั้นก็เริ่มมีอารมณ์โมโห พวกมันกำลังจะย่ำเท้าออกไปแต่ก็มีคนพุ่งตัวไปเร็วกว่าใครเพื่อน เป็นหลงซินซินนั่นเอง นางจับดาบที่ท่านอาจารย์มอบให้อย่างมั่นคง นางมิได้ใช้ทักษะวิชาอันใดแม้แต่น้อยรับมือกับกระบวนท่าสังหารของหลงจางลี่ได้อย่างมิยากเย็น นางนึกถึงคำของหลินฮันอาจารย์ของนาง
“ซินเอ๋อ เจ้าเป็นถึงศิษย์ประมุขแห่งขุนเขาเดียวดายอย่าได้เกรงกลัวผู้ใด” สิ่งที่หลินฮันกล่าวออกมานั้นทำให้นางเกิดความกล้าขึ้นอย่างมหาศาล หลงซินซินตอบโต้หลงจางหลี่จนนางล้มไปกับพื้น หลงซินซินจึงกล่าวขึ้นว่า
“องค์หญิงแห่งอาณาจักรเซียนกระบี่หลงจางลี่มีดีแค่พูดจาใส่ร้ายผู้อื่นเช่นนั้นหรือ เหอะ ลุกขึ้นมาหากเจ้ามีฝีมือพอประลองกับข้า หลงซินซินศิษย์ประมุขหลินแห่งขุนเขาเดียวดาย”
หลงจางลี่ได้ยินดังนั้นพลันเลือดขึ้นหน้าสติของนางขาดผึ่ง นางกระโจนเข้าหาหลงซินซินอีกครั้ง แต่ก็ล้มลงมิเป็นท่าเช่นเดิม ดวงตาของนางเริ่มแดงก่ำผมเผ้ายุ่งเหยิง นางเรียกของบางอย่างในแหวนมิติของตนเองออกมาทันที
มันเป็นกระจกบานหนึ่งด้านข้างของกระจกเป็นรูปปั้นพญาหงส์สองตัวหันหน้าเข้าหากัน ด้านล่างของกระจกนั้นปรากฏดวงตาอันน่าสยดสยอง มันส่งกลิ่นอายแห่งความตายออกมา ดวงตาของหลงจางลี่พลันเป็นสีดำเต็มดวงทันที มันดูมืดมิดไร้ก้นบึ้ง กระจกที่นางนำออกมานั้นลอยขึ้นเหนือศีรษะของนางทันที หลงซินซินเห็นดังนั่นก็รีบถอยร่นออกมาทันที
“คุคุคุคุ ในที่สุดข้าก็ได้ออกมาอีกครั้ง” หลงจางลี่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ชั่วร้าย ราวกับว่ามันมิใช่นางที่กำลังกล่าวขึ้น เป็นดวงวิญญาณของกระจกบานนั้นเองที่ควบคุมนางเอาไว้
“เจ้าไม่ใช่หลงจางลี่ เจ้าเป็นใคร” หลงซินซินกล่าวขึ้นมา นางไม่เข้าใจเหตุการณ์ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย เหตุใดหลงจางลี่จึงเป็นเช่นนี้ได้ ในขณะนั้นเอง ดวงวิญญาณของกระจกปีศาจได้เปิดฉากโจมตีโดยมิได้ตอบคำถามของหลงซินซินแต่อย่างใด ร่างกายของหลงจางลี่ปลดปล่อยไอพลังมารอย่างบ้างคลั่ง ความกดดันที่แม้แต่ไอ้โล้นที่มีพลังบ่มมากที่สุดในกลุ่มทรุดลงไปนอนกับพื้น
“ศะศิษย์น้องราระวะวัง” หลินต่งกล่าวขึ้นมาด้วยความอย่างลำบากจนเกือบจะมิเป็นคำ ขณะที่มันถูกแรงกดดันกดทับนอนอยู่ที่พื้น
“คุคุคุคุคุ นึกมิถึงว่าดรุณีน้อยในวันนั้นจักเติบใหญ่ได้งดงามถึงเพียงนี้ จิตวิญญาณของเจ้าคงจะหวานหอมดั่งเช่นมารดาของเจ้า คุคุคุคุ”
“เจ้าว่าอันใดนะ จะเจ้ากลืนกินจิตวิญญาณท่านแม่ของข้า” หลงซินซินกล่าวขึ้นมาพร้อมกับลุกยันขึ้นทันที
“พวกเจ้าทุกคนในที่แห่งนี้ก็จะตายอยู่แล้ว ข้าจะบอกเจ้าสักอย่างก็ย่อมได้ ฟังให้ดีละ ข้า เป็นคนทำให้มารดาเจ้าเป็นมารร้าย คุคุคุคุคุ” มันกล่าวออกมาพร้อมกับหัวเราะอย่างชั่วร้าย
หลงซินซินได้ยินดังนั้น นางถึงกับชะงัก เจ้ากระจกปีศาจนี่เป็นคนทำให้มารดานางเป็นมารร้ายจนต้องถูกสังหาร ข้าจะสังหารมัน ข้าต้องแก้แค้นให้ทันแม่ นางคิดวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ในตอนนั้นเองดวงตาของนางเริ่มเป็นสีขาว พลังแห่งความเย็นกระจายออกมาจางร่างของนางอย่างรุนแรง เส้นผมสีขาวโบกสะบัด แรงกดดันของกระจกบานนั้นหายไปทันทีมันถูกแทนทีด้วยอายพลังความเย็นที่แสนจะหนาวสุดขั้วหัวใจ นำแข็งเริ่มเกาะขึ้นตามผนังทางเดิน หลงซินซินเปิดฉากโจมตี
นางโบกสะบัดมือ ก้อนทำแข็งแปรเปลี่ยนเป็นรูปดาบหลายร้อยเล่มรอบตัวนาง พุ่งเข้าใส่ร่างของหลงจากลี่ที่ถูกกระจกบานนั้นยึดครอง แต่มันสามารถหลบได้อย่างมิยากเย็นพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า
“เป็นไปไม่ได้ เจ้ามีสายเลือดแห่งเทพน้ำแข็ง จงตายซะ” มันปลดปล่อยอสูรระดับราชันจักรพรรดิขั้น 9 ออกมาจากกระจกหลายสิบตัว พวกมันพุ่งเข้าไปโจมตีหลงจางลี่ในทันที
หลงซินซินเพียงสะบัดมือเบาๆ ดวงหน้าของนางปรากฏสัญลักษณ์บางอย่างระหว่างคิ้วขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พลังการทำลายล้างถูกปลดปล่อยออกมา
บึมบึมบึม!
อสูรระดับราชันจักรพรรดิพวกนั้นถูกทำให้หายไปโดยสมบูรณ์ เจ้ากระจกปีศาจที่ครอบครองร่างของหลงจางลี่ถึงกับเสียวสันหลัง
“ข้าจะอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้ ต้องรีบหนี หนีให้เร็วที่สุด คุคุคุคุ” มันปลดปล่อยควันสีดำออกมาจากกระจกแล้วกระโจนหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เมื่อเจ้าปีศาจตอนนั้นหายไป หลงซินฺซินก็ล้มลงกับพื้นทันที อู่เฉินที่อยู่ใกล้ที่สุดรีบวิ่งเข้ามาพยุงร่างของนางไว้ทันที ในครั้งนี้หลินต่งกับไอ้โล้นมิได้ขัดขวางแต่อย่างใด มันมองดูหลงซินซินด้วยความเป็นห่วงแล้วหยิบเม็ดยาฟื้นฟูลมปราณระดับสูงให้อู่เฉินป้อนนางในทันที อู่เฉินพลันยิ้มในใจ “นี่ข้าผ่านด่านศิษย์พี่ของหลงซินซินแล้วใช่หรือไม่”
ผ่านไปราวๆ 1 ชั่วยาม หลงซินซินก็ฟื้นขึ้นมา “ศิษย์พี่ หลงจางลี่เล่า” หลินต่งและไอ้โล้นส่ายหัว มันก็มิรู้เช่นกันว่าหลงจางลี่ไปที่ใดแล้ว ไม่นานผู้คนทั้งหลายก็เดินทางต่อไปในเส้นทางเดินที่แสนอันตรายนี้ต่อไป
หลงซินซิน