ไฟไหม้เหรอ?!

“ไฟไหม้!!!”

“ไฟไหม้! รีบดับไฟเร็ว…”

“ทุกคนรีบดับไฟ ไฟไหม้แล้ว!!!”

เสียงคนร้องตะโกนดังมาจากด้านนอก

เย่เฉิน, อู๋ เกาซาน และหลานชายเกิดความระมัดระวังขึ้นมาทันที ไฟไหม้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย!

โดยเฉพาะโรงน้ำชาแห่งนี้ที่มีโครงสร้างไม้เป็นส่วนใหญ่ ถ้าเกิดไฟลุกขึ้นมาจริงๆ คงอันตรายไม่น้อย

ในขณะที่ เย่เฉิน, อู๋ เกาซาน และหลานชายกำลังจะวิ่งออกไปดู จู่ๆ ประตูห้องส่วนตัวก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจากด้านนอก!

ทันใดนั้น ชายหัวโล้นท่าทางน่าขัน คนหนึ่งก็พุ่งเข้ามาพร้อมถังดับเพลิง พลันตะโกนร้องลั่นว่า :

“ไฟไหม้ตรงไหน! ไฟไหม้ตรงไหน! ฉันมาดับไฟ!!!”

เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ทุกคนในห้องต่างก็งุนงงเล็กน้อย

ไฟไหม้ในห้อง?!

พวกเขากำลังคุยกันอยู่ดีๆ ไฟจะไหม้ขึ้นมาได้อย่างไร? เมื่อกี้ได้ยินชัดๆ ว่าเสียงร้องเตือนดังมาจากด้านนอกว่าเกิดไฟไหม้

“ห้องนี้ไม่ได้ไฟไหม้เลยนะ บอสจาง การแสดงของคุณนี่มันเกินไปหน่อยแล้ว”

อู๋ เกาซาน กล่าวหัวเราะเยาะ

ชายหัวโล้นคนนี้นั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ จาง ลี่เฟิง คนที่ก่อนหน้านี้เพิ่งโยนเหรียญหนึ่งหยวนให้ อู๋ เกาซาน ไปที่หน้าโรงน้ำชานั่นเอง

เมื่อเห็น อู๋ เกาซาน พูดเช่นนี้ สีหน้าของ จาง ลี่เฟิง ก็มีแววตื่นตระหนกเล็กน้อย แต่เขาก็รีบตั้งสติ และแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ก่อนจะถามกลับว่า :

“บอสอู๋ คุณหมายความว่าอย่างไร? ฉันไม่เข้าใจ”

“ไม่เข้าใจ?”

อู๋ เกาซาน กล่าวแสดงความคิดเห็นของเขาออกมา

“ก่อนอื่น เสียงตะโกนว่าไฟไหม้ดังมาจากด้านนอก ที่นี่ไม่มีอะไรผิดปกติเลย แต่ทำไมคุณถึงเลือกพุ่งตรงมาที่ห้องนี้ห้องเดียว ทั้งๆ ที่โรงน้ำชาแห่งนี้มีห้องส่วนตัวตั้งมากมาย?”

“ต่อมา ถ้าไฟไหม้จริงๆ ทำไมพวกเราไม่เห็นเปลวไฟแม้แต่นิดเดียว? ควันสักนิดก็ไม่มี? ข้างนอกก็ดูสงบเรียบร้อยดี…”

อู๋ เกาซาน ตั้งคำถามกับ จาง ลี่เฟิง

ฉันจะไปรู้ได้อย่างไร?

จาง ลี่เฟิง วางถังดับเพลิงลง แล้วทำท่าทางสบายๆ ก่อนจะเดินไปยืนที่ตำแหน่งข้างๆ เย่เฉิน อย่างเป็นธรรมชาติ

“คุณชายหยวน สวัสดีครับ ผมชื่อ จาง ลี่เฟิง เจ้าของบริษัท เฟิงหยวน…”

จาง ลี่เฟิง ยิ้มประจบสอพลอ ก่อนจะกล่าวแนะนำตัวเองกับ เย่เฉิน แผนทั้งหมดที่เขาทำขึ้นมาก็เพื่อหาข้ออ้างให้ตัวเองได้เข้ามาในห้องนี้อย่างถูกต้อง

ตอนนี้เขาเข้ามาได้แล้ว ต่อให้เป็นใครก็ไม่อาจไล่ฉันออกไปได้ง่ายๆ!

เขาต้องการหยุดไม่ให้ อู๋ เกาซาน ได้รู้จักกับ ‘คุณชายหยวน’ ไม่เช่นนั้น อู๋ เกาซาน อาจได้ร่วมมือกับ บอสหยวน ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่ต้องการให้เกิดขึ้น

“คุณชายหยวน? คุณชายหยวนอะไร?”

เย่เฉิน ไม่ได้จับมือกับ จาง ลี่เฟิง แถมอีกฝ่ายยังเรียกนามสกุลเขาผิดอีกต่างหาก

“หา?”

จาง ลี่เฟิง ถึงกับงง

“นี่คุณเข้าใจผิดแล้ว คนนี้หากคุณต้องเรียกคือ ‘คุณชายเย่’ ไม่ใช่ ‘คุณชายหยวน’ บอสเย่ เขามีนามสกุล ‘เย่’”

อู๋ เกาซาน อธิบาย เขาเข้าใจทันที ว่า จาง ลี่เฟิง คงเข้าใจผิด คิดว่า บอสเย่ เป็นลูกชายของ บอสหยวน

“ถูกต้อง! หยวนเซ่า(อ้วนเสี้ยว, 袁绍) อะไรของคุณกัน? คงอ่าน ‘สามก๊ก’ มากไปล่ะสิ! ถ้าคุณเป็นหยวนเซ่า เช่นนั้นฉันก็คงเป็นโจโฉ(曹操)แล้ว!”

อู๋ ซิงโม่ ซึ่งไม่ชอบหน้า จาง ลี่เฟิง ตั้งแต่แรก พูดเสริมขึ้นมาอย่างเย้ยหยัน

“คุณชายเย่... เดี๋ยวนะ.. คุณไม่ใช่ลูกชายของ บอสหยวน หรอกหรือ?!”

จาง ลี่เฟิง ถาม เย่เฉิน ขึ้นอย่างไม่พอใจ

“ฉันแซ่เย่ ไม่รู้จัก บอสหยวน อะไรนั่น”

เย่เฉิน ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“เชี่ย! ฉันเสียแรงเปล่าหมดเลยน่ะสิ! ทำไมคุณไม่ใช่ลูกชายของ บอสหยวน ฟะ! เสียแรงที่ฉันลงทุนลงแรงไปตั้งเยอะ!!!”

จาง ลี่เฟิง ทำหน้าเหมือนกินของสกปรกเข้าไป

“ไอ้บ้าเอ๊ย ตะโกนซะจนคอแห้งเลย”

หลังจากพูดจบ จาง ลี่เฟิง ก็นั่งลงอย่างไม่เกรงใจ แล้วรินน้ำชาให้ตัวเองดื่ม

“อู๋ เกาซาน นายหัวมีปัญหาหรือเปล่า? ไอ้หนุ่มนี่ไม่ใช่ลูกชายของ บอสหยวน นายยังจะให้ความสำคัญขนาดนี้อีกเหรอ มันจะคุ้มค่ากันไหม?”

จาง ลี่เฟิง พูดพลางจิบชาอย่างไม่เกรงใจ ไปพร้อมกับพูดจาเหน็บแนม เย่เฉิน

“แล้วนายจะทำเป็นอวดเบ่งทำไม? ฉันนึกว่านายเป็นคนใหญ่คนโตซะอีก”

อย่างไรก็ตาม จาง ลี่เฟิง ยังไม่ลืมที่จะเสียดสี เย่เฉิน อีกสองสามประโยค

“จาง ลี่เฟิง! ระวังคำพูดของนายด้วย! ไม่ต้องพูดถึงลูกชายของ บอสหยวน เลย ต่อให้ บอสหยวน ตัวจริงมายืนตรงนี้ ก็ไม่มีค่าพอจะมาถือรองเท้าให้ บอสเย่!!!”

อู๋ เกาซาน ก็ตำหนิ จาง ลี่เฟิง ทันที เมื่อเห็นอีกฝ่ายเสียมารยาทขนาดนี้

“อะไรนะ?”

“นายพูดว่าอะไรนะ? บอสหยวน ไม่มีค่าพอจะถือรองเท้าให้เขา? ไอ้หนุ่มนี่น่ะเหรอ?”

จาง ลี่เฟิง หันขวับไปมอง เย่เฉิน ด้วยสายตาดูถูก แล้วกวาดตามองเขาจากหัวจรดเท้า แต่เขาไม่เห็นอะไรที่แตกต่างไปจากตัว เย่เฉิน เลย

“ทำไม? คุณไม่เชื่ออย่างนั้นเหรอ?”

เย่เฉิน นั่งลงอย่างใจเย็น แล้วถามกลับ

“ไร้สาระ! แน่นอนว่าฉันไม่เชื่อ! บอสหยวน เป็นใครกัน? แล้วแกเป็นใคร?”

จาง ลี่เฟิง ตอบด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม

“ถ้านายบอกว่าไอ้หนุ่มนี่มีฐานะระดับเดียวกับลูกชายของ บอสหยวน ฉันพอจะเชื่อได้บ้าง แต่ที่บอกว่า บอสหยวน ยังไม่คู่ควรถือรองเท้าให้มันเนี่ยน่ะ ดูเหมือนว่านายจะให้ค่าไอ้เด็กนี่สูงไปแล้ว!”

จาง ลี่เฟิง พูดกับ อู๋ เกาซาน พร้อมกับมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเหยียดหยาม

เด็กคนนี้มันยังหนุ่มเกินไป หนุ่มจนน่าหัวเราะ คงเป็นแค่ลูกหลานตระกูลร่ำรวยที่อาศัยอำนาจของบ้านตัวเองก็เท่านั้น ฉันไม่คิดเชื่อคำโกหกของ อู๋ เกาซาน แน่นอน

หึ.. คิดว่าฉันจะถูกหลอกง่ายๆ หรือไง?!

“อ่า.. จริงสิๆ! นายกล้าดูถูก บอสหยวน เหรอ? ดีเลยๆ ฉันจะไปบอก บอสหยวน เดี๋ยวนี้! โอกาสร่วมมือกับบริษัทของ บอสหยวน เวลานี้ก็ต้องเป็นของฉันแน่นอนแล้ว ฮ่าฮ่าๆ!”

จาง ลี่เฟิง ถึงกับยิ้มเยาะออกมา ทีแรกเขานึกว่าแผนที่เขาลงทุนไปจะสูญเปล่า แต่ใครมันจะไปคิดว่า อู๋ เกาซาน จะโง่ขนาดนี้ ดันไปพูดดูถูก บอสหยวน!

แบบนี้โอกาสในการร่วมมือกับบริษัทของ บอสหยวน ก็ต้องตกเป็นของฉันแน่นอนแล้ว!

ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าๆๆๆๆ!!!

ขณะที่ จาง ลี่เฟิง กำลังหัวเราะเยาะด้วยความดีใจ อู๋ เกาซาน กลับมองเขาด้วยสายตาดูถูก สายตาของ จาง ลี่เฟิง ไม่เคยกว้างไกลเกินกว่า บอสหยวน เลย

แต่หากเขาได้ บอสเย่ เป็นที่พึ่งพิงแล้วล่ะก็ บอสหยวน อะไรกัน? ข้อตกลงร่วมมืออะไรนั่น? มันไม่มีค่าอะไรเลย!

ในตอนนั้นเอง อู๋ เกาซาน ปรับสีหน้าเป็นจริงจังขึ้น แล้วหันไปมอง เย่เฉิน อย่างเคารพ ก่อนจะพูดขึ้นว่า :

“จาง ลี่เฟิง! คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าของนายตอนนี้ คือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด และเป็นซีอีโอของ Kering Group, เจ้าของบริษัท ฟิวเจอร์ เกม และอันดับหนึ่งในรายชื่อ 10 ผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นของเซี่ยงไฮ้... เย่เฉิน! ประธานเย่!!!”

เพล้ง!

หลังจากได้ยินคำพูดของ อู๋ เกาซาน จาง ลี่เฟิง ถึงกับมือไม้สั่นจนทำถ้วยชาหล่นลงพื้น น้ำชาสาดกระเซ็นเปียกไปทั่วทั้งตัวเขา

จาง ลี่เฟิง ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ร่างกายของเขาเริ่มสั่นสะท้าน

“นาย... นายว่าอะไรนะ... เขา... เขาคือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด และเป็นซีอีโอของ Kering Group?!!”

จาง ลี่เฟิง ถึงกับกรีดร้องออกมา!!!

“ทำไม? ดูไม่เหมือนงั้นเหรอ?”

เย่เฉิน ถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

จาง ลี่เฟิง หันไปมอง เย่เฉิน ที่ยังคงสงบนิ่งราวกับภูเขา แล้วหันไปมอง อู๋ เกาซาน ที่แสดงท่าทีจริงจัง ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงต่อหน้า

ถ้า อู๋ เกาซาน พูดถึงบริษัทที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน เขาอาจจะยังสงสัยได้ แต่ Kering Group ที่ซึ่งเป็นบริษัทระดับโลก ชื่อเสียงโด่งดัง แถมซีอีโอของบริษัทขนาดนี้ไม่มีทางปลอมแปลงได้!

ดังนั้น สิ่งที่ อู๋ เกาซาน พูดย่อมเป็นเรื่องจริงแน่นอน!

“อะ... เอ่อ... เย่... คุณชายเย่…”

จาง ลี่เฟิง ถึงกับพูดไม่เป็นภาษาในขณะนี้

จาง ลี่เฟิง รู้สึกตกใจ และหวาดกลัวจนถึงขีดสุด ซีอีโอของ Kering Group และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด...นี่มันถือเป็นบุคคลระดับสุดยอด!

อู๋ เกาซาน พูดถูก...ซีอีโอของ Kering Group และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด บอสหยวน ไม่มีค่าพอจะเปรียบเทียบกับคนคนนี้ได้เลย!!!

ขณะที่ จาง ลี่เฟิง กำลังตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เย่เฉิน ก็พลันเอ่ยถามประโยคหนึ่งขึ้นมา ซึ่งทำให้ จาง ลี่เฟิง สับสนอย่างมาก...

ตอนก่อน

จบบทที่ ไฟไหม้เหรอ?!

ตอนถัดไป