ความทะนงตน

“ปรบมือ แกปรบมือทำไม? แกคิดว่าถ้าแกปรบมือแล้วจะมีคนมากมาย…”

ชายรูปร่างผอมเยาะเย้ยเมื่อเห็นการกระทำ และท่าทีของ เย่เฉิน

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ บอดี้การ์ดของบริษัท หยิงหลง ซีเคียวริตี้ กรุ๊ปของ เย่เฉิน รวมถึงลูกน้องของ จู๋ เย่ชิง ก็กรูกันออกมาจากคฤหาสน์ และจากที่ซ่อนอยู่ด้านนอก

ฝ่ายของ เย่เฉิน มีจำนวนคนมากกว่าอีกฝ่ายถึงสองเท่า

ชายรูปร่างผอมที่ก่อนหน้านี้ยังหยิ่งผยอง และลูกน้องของเขากว่าสิบคน เมื่อเห็นเช่นนั้นก็หน้าถอดสีทันที

ฝ่ายตรงข้ามเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว อีกฝ่ายมีคนมากมาย พวกเขาแทบไม่มีโอกาสต่อต้านเลยด้วยซ้ำ

“พวกเราอย่าไปกลัว! ถ้าเราสู้เต็มที่ อาจจะมีโอกาสรอด!”

ชายรูปร่างผอมกลืนน้ำลาย แล้วพยายามปลุกใจลูกน้องของตนไม่ให้ยอมแพ้

ชายรูปร่างผอมรู้ดีว่าหากลูกน้องของเขาสูญเสียกำลังใจ นั่นหมายถึงจุดจบของเขาอย่างแน่นอน

“ถ้าทุกอย่างจบลง ฉันจะให้เงินพวกแกเป็นค่าตอบแทนคนละแสน!”

ชายรูปร่างผอมเข้าใจดีว่า ‘รางวัลก้อนโตย่อมดึงดูดผู้กล้า’ จึงยื่นข้อเสนอเพื่อกระตุ้นขวัญกำลังใจให้แก่เหล่าลูกน้องของเขา

เมื่อได้ยินลูกพี่พูดเช่นนั้น ลูกน้องบางส่วนของเขาเริ่มเกิดความลังเล

ชายรูปร่างผอมเห็นเช่นนั้นก็เตรียมจะพูดโน้มน้าวอีกครั้ง แต่ไม่ทันที่เขาจะเอ่ยปาก บอดี้การ์ดของบริษัท หยิงหลง ซีเคียวริตี้ กรุ๊ปคนหนึ่งก็พุ่งเข้าไป และจัดการเขาได้อย่างง่ายดายด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียว

“พวกเรายอมแพ้!”

“พวกเรายอมรับความพ่ายแพ้!”

………

เมื่อลูกพี่ของพวกเขาถูกจับกุมได้ ลูกน้องก็หมดสิ้นกำลังใจจะสู้ต่อไปทันที

ชายรูปร่างผอมถูกควบคุมตัวไปหา เย่เฉิน, โม่ หงหรู และคนอื่นๆ

“เฉิง เจิ้งสง! ตอนนี้แกยังหยิ่งผยองอีกไหม?! แกจะยังกล้าขู่ทำลายครอบครัวฉันอยู่อีกหรือไม่?!”

โม่ หงหรู ต่อว่าชายรูปร่างผอมด้วยความโกรธ

“เฉิง เจิ้งสง? อะไร ฉันไม่ใช่ เฉิง เจิ้งสง! เฉิง เจิ้งสง คือลูกพี่ของฉัน ฉันก็เป็นแค่ลูกน้องคนสนิทของเขา และชื่อฉันคือ อาหลิน ต่างหากล่ะเว้ย!”

ชายรูปร่างผอมกล่าวออกมาด้วยเสียงดัง

“อะไรนะ?!”

“แกไม่ใช่ เฉิง เจิ้งสง?!”

โม่ หงหรู ตกตะลึงอย่างมาก แม้แต่ เย่เฉิน เองก็รู้สึกประหลาดใจ

ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่ เฉิง เจิ้งสง แต่เป็นเพียงลูกน้องคนสนิทคนหนึ่งของเขาเท่านั้น

“เฉิง เจิ้งสง ไม่ได้จะมาสั่งสอนฉันหรอกหรือ? แล้วตอนนี้มันอยู่ที่ไหน?!”

โม่ หงหรู ซักถาม

“ลูกพี่เรากลัวว่าจะเกิดปัญหา เลยส่งฉันมาแทน ส่วนตัวเขาเองไปซ่อนตัวอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่ไม่ไกลจากที่นี่พร้อมกับลูกน้องอีกสิบกว่าคน”

ชายรูปร่างผอม ตอบกลับ

เฉิง เจิ้งสง เจ้าเล่ห์มาก เขาวางแผนรับมือสองทางไว้ตั้งแต่แรก เขากลัวว่าด้านนี้จะเกิดปัญหา จึงไม่ได้มาด้วยตัวเอง

และแถมเขายังสั่งลูกน้องไว้ว่า หากภายในหนึ่งชั่วโมงยังไม่มีใครกลับไปหาเขา เขาจะรีบหลบหนีออกจากเมืองเซี่ยงไฮ้ทันที

“พาพวกมันไป แล้วไปจับ เฉิง เจิ้งสง มาให้ได้!”

เย่เฉิน หันไปสั่งบอดี้การ์ดจากบริษัท หยิงหลง ซีเคียวริตี้ กรุ๊ปที่อยู่ข้างๆ เขาทันที

เฉิง เจิ้งสง คิดว่าตัวเองเจ้าเล่ห์ แต่ต่อให้เจ้าเล่ห์แค่ไหนก็ไร้ประโยชน์เมื่อเจอกับความแข็งแกร่งที่แท้จริง

ตอนนี้ ในเมื่อเขากล้าเหยียบเข้ามาในเมืองเซี่ยงไฮ้ ก็อย่าหวังว่าจะได้กลับออกไปอย่างสบายใจเลย!

“ฉันจะส่งคนไปช่วยอีกแรง”

ข้างๆ จู๋ เย่ชิง พูดเสริมขึ้น

ไม่นานนัก บอดี้การ์ดจากบริษัท หยิงหลง ซีเคียวริตี้ กรุ๊ปของ เย่เฉิน และลูกน้องของ จู๋ เย่ชิง ก็ออกเดินทางร่วมกันไปจับกุม เฉิง เจิ้งสง

อีกด้านหนึ่ง ภายในโรงแรม เฉิง เจิ้งสง กำลังรออย่างกระวนกระวายใจอยู่ เวลาผ่านไปทุกนาที ทุกวินาที แต่ก็ยังไม่มีข่าวคราวจากลูกน้องของเขากลับมา

“ดูท่าคงเกิดเรื่องแล้ว”

เฉิง เจิ้งสง เหลือบมองนาฬิกา ตอนนี้ผ่านไปกว่าสี่สิบนาทีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีข่าวคราวอะไรจากลูกน้องของเขาเลย

จากตรงนี้ไปถึงที่ที่ โม่ หงหรู มันอยู่.. ก็น่าจะใช้เวลาเดินทางแค่ราวๆ สิบถึงยี่สิบนาทีเท่านั้น

ดูท่าทางฝั่ง โม่ หงหรู คงเตรียมพร้อมไว้แล้ว ลูกน้องของฉันคงโดนกวาดเรียบหมดแล้วเป็นแน่

“ไม่ต้องรอแล้ว พวกเราไปกันเถอะ”

เฉิง เจิ้งสง เอ่ยขึ้น เขาไม่คิดจะรั้งรอจนครบหนึ่งชั่วโมงอีกต่อไป แต่ตัดสินใจหนีออกไปทันที

ระวังตัวไว้ย่อมดีกว่า..

“โชคดีที่ฉันฉลาดกว่า คิดเผื่อไว้แล้ว”

เฉิง เจิ้งสง หัวเราะเยาะ เวลานี้เขายังเต็มไปด้วยความทะนงตน

“คิดจะล่อฉันให้ไปติดกับงั้นหรือ? ฮึ! ฉันจะไปหลงกลพวกแกได้อย่างไร?”

“ไอ้พวกขยะพวกนี้… ถุย!”

หลังจากพูดจบ เฉิง เจิ้งสง ก็พาลูกน้องเดินลงบันไดไปข้างล่าง

น่าเสียดาย…ทันทีที่พวกเขาเดินออกจากโรงแรม ก็ถูกคนของ เย่เฉิน เข้ามาจับตัวพวกเขาไว้ได้ในทันที

เฉิง เจิ้งสง ถึงกับอึ้งไปหมด

ยี่สิบนาทีต่อมา เฉิง เจิ้งสง ถูกพาตัวมาที่เบื้องหน้า เย่เฉิน

“ว่าไง ตอนนี้แกจะยังคิดทำลายครอบครัวของ ลุงโม่ อยู่อีกหรือไม่?”

เย่เฉิน ถามชายที่ตอนนี้กลายเป็น ‘นักโทษ’ ไปแล้ว

“ฮึ่ม! อย่าหลงตัวเองให้มากนัก ฉันจะบอกพวกแกว่าอย่าแตะต้องฉัน! และพวกแกก็ไม่มีวันแตะต้องฉันได้! เพราะคนที่หนุนหลังฉันนั้น แม้แต่แกเองก็ไม่กล้าทำอะไรเขาหรอก!”

แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ เฉิง เจิ้งสง ก็ยังคงหยิ่งผยอง เพราะมั่นใจว่าคนที่หนุนหลังเขานั้นทรงอิทธิพลมาก เฉิง เจิ้งสง จึงไม่เกรงกลัว เย่เฉิน และพวกเขาเลย

“ยังปากแข็งอีก?”

“ไม่ใช่ว่าแกบอกว่าจะทำลายครอบครัวฉันหรือ?”

“ก็มาเลยสิ!”

ผัวะ!

โม่ หงหรู พุ่งเข้าไปเตะ เฉิง เจิ้งสง อย่างแรง

โดยปกติ โม่ หงหรู เป็นคนสุขุม อ่อนโยน แต่ครั้งนี้ เฉิง เจิ้งสง ข่มขู่ถึงครอบครัวของเขา ทำให้แม้แต่คนใจเย็นอย่าง โม่ หงหรู ก็ยังอดกลั้นอารมณ์เอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป

แค่เตะครั้งเดียวไม่พอระบายความโกรธ โม่ หงหรู จึงระดมหมัด และเตะซ้ำๆ ใส่ เฉิง เจิ้งสง จนใบหน้าบวมเป็นหัวหมู ก่อนจะยอมปล่อยมือ

“พวกแกกล้าทำร้ายฉัน… ดี… พวกแกจะต้องเสียใจ!”

เฉิง เจิ้งสง ที่ถูกซ้อมจนสะบักสะบอมยังคงไม่ยอมแพ้ ถ้าไม่ใช่เพราะมือของเขาถูกมัดอยู่ และถูกล้อมรอบด้วยคนของ เย่เฉิน เขาคงเอาคืนไปแล้ว

“แกคิดว่าคนที่หนุนหลังแกจะมาช่วยแกอย่างงั้นหรือ? แกคงกำลังหมายถึง เบิร์น ฮาลิแฟกซ์ ใช่ไหม?”

เย่เฉิน ถามขึ้น

“แน่นอน!”

เฉิง เจิ้งสง ได้ยินคำพูดนั้นก็พยักหน้าอย่างมั่นใจ เขามีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับ เบิร์น ฮาลิแฟกซ์ และเชื่อว่าอีกฝ่ายจะต้องมาช่วยเขาแน่นอน

“ดี งั้นแกติดต่อ เบิร์น ฮาลิแฟกซ์ เดี๋ยวนี้เลย บอกให้เขามาที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ฉันจะรอเขาอยู่ที่นี่”

เย่เฉิน ส่งสัญญาณให้ลูกน้องของเขาทันที

ลูกน้องรีบคืนโทรศัพท์ให้ เฉิง เจิ้งสง พร้อมกับแก้เชือกที่มัดมือของเขาออก

ครั้งนี้ เย่เฉิน ตั้งใจจะจัดการกับปัญหาของ เบิร์น ฮาลิแฟกซ์ ไปพร้อมกัน

ไม่เช่นนั้น หากปล่อยให้ เฉิง เจิ้งสง หลุดไป แล้วให้ เบิร์น ฮาลิแฟกซ์ มายุ่งภายหลัง มันจะกลายเป็นปัญหาที่ต้องมาตามแก้ภายหลังให้เสียเวลาเปล่า

“นี่แกบอกให้ฉันโทรเองนะ”

เฉิง เจิ้งสง เหลือบมอง เย่เฉิน ก่อนจะรีบเปิดโทรศัพท์ และกดโทรหา เบิร์น ฮาลิแฟกซ์ ผู้สนับสนุนของเขาทันที

ตอนก่อน

จบบทที่ ความทะนงตน

ตอนถัดไป