ภารกิจท้าทาย : ไปสัมผัสชีวิตจริง?

แผนกออกแบบของ Richemont Group ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก กำลังเกิดความขัดแย้งภายในขึ้นอย่างรุนแรง

บรรดานักออกแบบชั้นนำหลายคนของ Richemont Group มีปัญหาที่ไม่สามารถประนีประนอมกันได้ จนทำให้ดีไซเนอร์ระดับแนวหน้าหลายคนลาออกพร้อมทีมงานของพวกเขา

ในจำนวนนี้ มีดีไซเนอร์ระดับท็อป 2 คนที่พาทีมงานของตัวเองไปเข้าร่วมกับ Kering Group ของ เย่เฉิน

ดีไซเนอร์ทั้งสองคนรวมถึงทีมงานที่ติดตามมาล้วนเป็นสุดยอดฝีมือในวงการ ถือเป็นทรัพยากรที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง

ผู้บริหารระดับสูงของ Kering Group จึงรีบเรียกประชุมด่วน และทุกคนก็มีมติเห็นชอบที่จะรับดีไซเนอร์ทั้งสองคนรวมถึงทีมงานเหล่านี้เข้าร่วมกับบริษัททันที

จากนั้นพวกเขาก็รีบรายงานให้ เย่เฉิน ซึ่งเป็นซีอีโอของบริษัททราบเพื่อให้เขาตัดสินใจขั้นสุดท้าย

“ตกลง ผมเห็นด้วยที่จะรับพวกเขาเข้าร่วม และหลังจากพวกเขาเข้าบริษัทแล้ว ต้องให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าตอนอยู่ Richemont Group ห้ามมีการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ต้องสร้างความมั่นใจให้กับทีมพวกเขา เพื่อให้พวกเขารู้สึกมั่นคง…”

เย่เฉิน ตอบตกลงทันที

ทีมของดีไซเนอร์ทั้งสองมีจำนวนหลายสิบคน และล้วนเป็นบุคลากรชั้นแนวหน้าในอุตสาหกรรม การที่ได้คนเก่งๆ เข้ามาร่วมงานเยอะขนาดนี้ แน่นอนว่า เย่เฉิน ย่อมรู้สึกยินดี

สำหรับ เย่เฉิน บุคลากรเก่งๆ ไม่มีคำว่า ‘มากเกินไป’ อยู่แล้ว

ด้วยการเข้าร่วมของทีมเหล่านี้ ภายใต้การนำของ เหยียน อวี้ตาน และทามี อีฟลิน่า อาจารย์ของเธอ Kering Group ก็ใกล้จะแซงหน้า Richemont Group ขึ้นเป็นอันดับสองของโลกได้ ในไม่ช้านี้!!!

“รับทราบครับ ท่านซีอีโอ”

หลังจากได้รับคำสั่ง ผู้คนของ Kering Group ก็เริ่มดำเนินการทันที

อีกด้านหนึ่ง เย่เฉิน ที่เพิ่งทานข้าวเสร็จ และกลับไปยังมหาวิทยาลัยการเงิน และเศรษฐศาสตร์เซี่ยงไฮ้ จู่ๆ ก็มีข้อความแจ้งเตือนเข้ามาที่โทรศัพท์มือถือของเขา

[ติ๊ง]

[ภารกิจท้าทาย : สัมผัสชีวิตประจำวันของอธิการบดีเป็นเวลา 5 วัน (ไม่รวมวันหยุด)]

[รางวัลภารกิจ : หุ้น 12% ของ Porsche Group กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 3 ของ Porsche Group]

[รางวัลภารกิจ : 282 คะแนนค่าประสบการณ์]

[รางวัลภารกิจ : 148 คะแนนสะสม(ร้านค้า)]

“หืม?!”

เย่เฉิน เบิกตากว้างทันทีเมื่อเห็นภารกิจนี้

ภารกิจนี้น่าสนใจทีเดียว

หลังจากเป็นนักศึกษามาหลายปี เย่เฉิน ก็รู้สึกอยากรู้เหมือนกันว่าการเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยมันเป็นอย่างไร และให้ความรู้สึกแบบไหน

แถมรางวัลจากภารกิจครั้งนี้ก็ยิ่งใหญ่ไม่ใช่น้อยเหมือนกัน – หุ้นของ Porsche Group ถึง 12% ถ้าคิดตามมูลค่าบริษัท Porsche Group ที่ประมาณ 600,000 ล้าน หุ้น 12% ก็คือประมาณ 72,000 ล้านเลยทีเดียว!!!

และถ้า เย่เฉิน ได้หุ้น 12% นี้ รวมกับหุ้นเดิมที่เขามีอยู่ 10% ก็จะทำให้เขากลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 3 ของ Porsche Group อย่างสมบูรณ์

ทำงาน 5 วัน ได้เงิน 7 หมื่นกว่าล้านแถมขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับสามของบริษัทระดับโลกแบบนี้ จะรออะไรอีกล่ะ?!!!

“สัมผัสชีวิตอธิการบดีสินะ?”

เย่เฉิน พึมพำกับตัวเองเบาๆ

ในเมื่อจะต้องไปสัมผัสชีวิตอธิการบดี อย่างแรกคือต้องได้ตำแหน่งอธิการบดีมาก่อน

แต่ตอนนี้มันมีปัญหาอยู่นิดหน่อย ตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยนั้นไม่เหมือนกับตำแหน่ง ‘ซีอีโอ’ ของบริษัทที่แค่ซื้อกิจการก็สามารถนั่งเก้าอี้ได้

เพราะในปัจจุบันมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่เป็นของรัฐ เป็นมหาวิทยาลัยรัฐบาล ซึ่ง เย่เฉิน ไม่สามารถเป็นอธิการบดีได้

ดังนั้น เย่เฉิน หากต้องการเป็นอธิการบดี เขาจำเป็นต้องหามหาวิทยาลัยเอกชน

“ช่วยตรวจสอบให้หน่อยว่าที่เมืองเซี่ยงไฮ้ และพื้นที่โดยรอบ มีมหาวิทยาลัยเอกชน หรือมหาวิทยาลัยที่บริหารแบบส่วนตัวไหนบ้าง พร้อมข้อมูลพื้นฐานของอธิการบดีของแต่ละแห่ง”

เย่เฉิน ส่งข้อความสั่งให้ลูกน้องไปหาข้อมูล

ไม่นานหลังจากนั้น เย่เฉิน ก็ได้รับเอกสารข้อมูลชุดใหญ่กลับมา

หลังจากดูข้อมูลไปทั่ว เย่เฉิน ก็เลือกเป้าหมายเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า ‘มหาวิทยาลัยนานาชาติเอลตัน’!

มหาวิทยาลัยนานาชาติเอลตัน สังกัดในเครือ เอลตัน อินเตอร์เนชั่นแนล เอดดูเคชัน กรุ๊ป

หลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เพราะขนาดของมหาวิทยาลัยไม่ใหญ่นัก แต่ที่นี่คือสถาบันของเหล่าชนชั้นสูงโดยแท้จริง ค่าเทอมต่อปีสูงถึงหลักแสนหยวน

ค่าเล่าเรียนสี่ปีเต็มของมหาวิทยาลัยนั้น มีค่าใช้จ่ายสูงถึงหลักล้านหยวน และนี่ยังไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก

ลองคิดดูว่า ครอบครัวธรรมดาที่ไหนจะจ่ายไหว

เพราะเหตุนี้เอง นักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งนี้จึงล้วนเป็นบุตรหลานของคนรวย หรือชนชั้นสูงทั้งนั้น และมหาวิทยาลัยนานาชาติเอลตันแห่งนี้ก็รับนักศึกษาในจำนวนจำกัดในแต่ละปี แถมข้อกำหนดในการรับเข้านั้นก็เข้มงวดอย่างมาก

เหตุผลที่ เย่เฉิน เลือกมหาวิทยาลัยนานาชาติเอลตันนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ใกล้กับเมืองเซี่ยงไฮ้ ทำให้เดินทางสะดวก

อีกเหตุผลหนึ่งคือ อธิการบดีของมหาวิทยาลัยนี้ชื่อ ‘หลี่ เหยียนซิ่น’ ซึ่งรู้จักกับมหาเศรษฐีคนหนึ่งในเมืองเซี่ยงไฮ้ที่ เย่เฉิน รู้จัก

เย่เฉิน จึงรีบใช้เส้นสายติดต่อไปหาคนรู้จักคนนั้นทันที พร้อมกันนั้น เขาก็ใช้สายสัมพันธ์ระดับนานาชาติ ติดต่อไปยัง เอลตัน อินเตอร์เนชันแนล เอดดูเคชัน กรุ๊ป ซึ่งเป็นต้นสังกัดของอธิการบดีหลี่ เหยียนซิ่น

บ่ายวันเดียวกัน เย่เฉิน ก็ได้รับข่าวว่า ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว

ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เย่เฉิน จะได้ทำหน้าที่เป็น ‘อธิการบดีชั่วคราว’ ของมหาวิทยาลัยนานาชาติเอลตันเป็นเวลา 5 วันติดต่อกัน แน่นอนว่าไม่รวมวันหยุด เพราะนี่คือสิ่งที่ เย่เฉิน เน้นย้ำไว้โดยเฉพาะอย่างชัดเจน

ในเมื่อภารกิจมีข้อกำหนดชัดเจน เย่เฉิน ก็ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

คืนนั้นเอง เย่เฉิน ก็ไปขอลาเรียนกับอธิการบดีของมหาวิทยาลัยการเงิน และเศรษฐศาสตร์เซี่ยงไฮ้ ด้วยความที่อธิการบดีคนนั้นติดหนี้บุญคุณ เย่เฉิน อยู่ เขาจึงตอบตกลงทันที ทุกอย่างจึงเป็นไปอย่างราบรื่น

เช้าวันรุ่งขึ้น เย่เฉิน กำลังจะขับรถ Bugatti La Voiture Noire ซึ่งเป็นรถรุ่นลิมิเต็ดเพียงคันเดียวในโลกไปยังมหาวิทยาลัยนานาชาติเอลตัน

แต่ทันทีที่เปิดประตูรถ เย่เฉิน ก็ต้องชะงักไป

ในวันแรกของการไป ‘สัมผัสชีวิตแบบเรียบง่าย’ ในบทบาทอธิการบดี ถ้าไปด้วยรถ Bugatti รุ่นลิมิเต็ดที่ผลิตเพียงคันเดียวในโลกแบบนี้...มันจะดูเวอร์ไปหรือเปล่า?

ไม่ได้ๆ วันนี้วันแรก ต้องทำตัวให้ถ่อมตัวหน่อย

เย่เฉิน จึงเดินไปในโรงจอดรถส่วนตัวของตัวเอง และเริ่มหารถที่ดูธรรมดาที่สุดในบรรดารถทั้งหมดที่มีอยู่ สุดท้าย เย่เฉิน ก็เลือกได้ รถที่ ‘ธรรมดาที่สุด’ ในโรงจอดรถของเขา : Koenigsegg CCXR

ในความทรงจำของ เย่เฉิน รถคันนี้มีมูลค่าประมาณ 30-40 ล้านหยวนเท่านั้นเอง...

แค่นี้ก็น่าจะเรียบง่ายพอแล้วแหละ

หลังจากเลือกได้ เย่เฉิน ก็กลับเข้าไปในคฤหาสน์ หยิบกุญแจรถของรถ Koenigsegg CCXR แล้วขับออกจากบ้านตรงไปยังมหาวิทยาลัยนานาชาติเอลตันทันที

ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา เย่เฉิน ก็มาถึงมหาวิทยาลัย

เมื่อเข้าไปในบริเวณมหาวิทยาลัยแล้ว เย่เฉิน ก็ขับรถตามระบบนำทางไปยังที่จอดรถ

และแล้ว เย่เฉิน ก็ต้องพึมพำกับตัวเองว่า ‘นี่แหละ มหาวิทยาลัยของพวกคนรวยตัวจริง’ เพราะลานจอดรถของมหาวิทยาลัยนี้ต่างจากที่อื่นลิบลับ

ถ้าเป็นมหาวิทยาลัยทั่วไป รถในลานจอดมักเป็นรถธรรมดาทั่วไป แต่ที่มหาวิทยาลัยนานาชาติเอลตันกลับเต็มไปด้วยรถซูเปอร์คาร์อย่าง Ferrari, Lamborghini, Aston Martin แทบจะไม่มีรถธรรมดาอยู่เลย

รถที่ดู ‘ที่แย่ที่สุด’ ที่เขาเห็นอยู่ในตอนนี้ก็น่าจะเป็น Maserati!

เย่เฉิน หาที่จอด และจอดรถเรียบร้อย แต่พอเขาเปิดประตูรถลงมา ก็มีใครบางคนเดินเข้ามาหาเขาทันที!

ตอนก่อน

จบบทที่ ภารกิจท้าทาย : ไปสัมผัสชีวิตจริง?

ตอนถัดไป