พลังทำลายล้างอันมหาศาล
“ต้าเซิ่น ไปจับนางกลับมาให้ข้า” หลินฮันกล่าวในทันที
ดาบแห่งราชันมังกรพุ่งตัวออกไปยังทิศทางที่หลงจากหลี่หายไป หลินต่ง ไอ้โล้น หลงซินซินและศิษย์หลักสำนักเทพกระบี่วิ่งเข้ามาหาหลินฮันที่อุ้มหยางจื่ออยู่ทันที
“นายท่าน ท่านอาจารย์ ท่านประมุขหลิน”ทุกคนต่างเรียกชื่อของหลินฮันด้วยความเป็นห่วงพลางมองดูหยางจื่อที่อยู่ในอ้อมแขนของหลินฮัน หลินต่งยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วกล่าวขึ้นว่า
“นายหญิง” หยางจื่อที่ได้ยินดังนั้นก็ดิ้นออกจากอ้อมแขนของหลินฮันในทันทีแล้วกล่าวขึ้นว่า
“นายหญิงอันใดของพวกเจ้า เหตุใดเจ้าจึงยังมิตาย ข้าเห็นเจ้าสังหารตนเองต่อหน้าต่อตาข้า”
หลินฮันอมยิ้มขึ้นมาแล้วกล่าวว่า “เจ้าเป็นห่วงข้ารึ”
“ใครเป็นห่วงเจ้ากัน ข้าเพียงหวังจะเก็บศพเจ้าไปส่งตระกูลของเจ้าเท่านั้น เชอะ”นางกล่าวจบก็กระโจนหายไปในอากาศทันที
หลินฮันมองตามหยางจื่อที่หายไปในอากาศ
“ท่านอาจารย์ท่านเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ แล้วเหตุใดดาบของท่านอาจารย์ถึงพุ่งออกไปเช่นนั้นได้”หลงซินซินกล่าวถาม ลั่วจวินและฟงสืออี้ก็รอฟังอยู่เช่นกันพวกมันส่งสัยยิ่งนักนั่นมันดาบอันใดกัน
ฟิ้วว!
หลงซินซินกล่าวจบดาบแห่งราชันมังกรก็พุ่งตัวเข้ามาหาหลินฮันทันที “นายท่านเจ้ามารตนนั้นหนีไปได้ของรับ มันมิได้อยู่ในมิติแห่งนี้แล้ว”
“ดะดะดาบพูดได้” ผู้คนที่ได้ยินเสียงของต้าเซิ่นนั้นล้วนตกใจเป็นการใหญ่รวมถึงศิษย์ทั้ง 3 ของหลินฮันด้วย พวกมันล้วนมิเคยเจอดาบพูดได้เช่นนี้มาก่อนในชีวิต
หลินฮันยิ้มแต่ก็มิได้ตอบคำ แต่กล่าวถามเรื่องที่หลงจางลี่กลายเป้นมารได้อย่างไร ขณะนั้นเองฟงสืออี้เดินเข้ามาหาหลินฮันแล้วกล่าวขึ้นมาว่า
“ท่านเจ้าขุนเขาหลิน ข้าฟงสืออี้ได้ยินชื่อเสียงของท่านมานานแล้ว วันนี้ข้าจักขอโอกาศประลองฝีมือสักหน่อยได้หรือไม่”
“เจ้ายักษ์หน้าโง่ไร้สมอง แม้แต่ข้าเจ้ายังมิอาจตัดสินแพ้ชนะยังมีหน้าไปท้าทายผู้อื่นอีกงั้นรึ ท่านเจ้าขุนเขาหลินประลองกับข้าดีกว่า” ลั่วจวินกล่าวขึ้นมา
“เช่นนั้นก็ย่อมได้ พวกเจ้าทั้งสองเข้ามาพร้อมกัน” หลินฮันกล่าวขึ้นอย่างอหังการ มันหยิบดาบขึ้นมาเล่มหนึ่งซึ่งมิใช่ดาบแห่งราชันมังกรแม้แต่น้อย แล้วกดพลังของตนเองลงจากระดับสู่เทวะขั้น 1 เหลือเพียงราชันจักรพรรดิขั้น 3 เท่านั้น แล้วการต่อสู้ของคนทั้งสามก็เริ่มต้นขึ้น หนึ่งคือเจ้าขุนเขาเดียวดายแห่งสำนักเทพกระบี่ สองคือเจ้าสำนักโลหิตและสามคือรองเจ้าสำนักสราณรมย์
หลินฮันใช้เคล็ดจิตสมุทรพลังปราณเคลือบใบดาบทันทีแต่ยังมิทันจะได้ใช้ทักษะอันใด ลั่วจวินก็พุ่งเข้ามาประชิดตัว เกิดการประทะอย่างรุนแรงจากคนทั้งสอง หลินฮันใช้เพลงดาบร้อยแปรเปลี่ยนเข้าประทะกับลั่วจวิน ลั่วจวินเองก็มิเบาใช้ทักษะประจำตัวเพลงดาบโค้งพิรุณโปรยปราย แผ่นดินเริ่มสะเทือนเป็นฟงสืออี้ที่วิ่งเข้ามาด้านข้างลากง้าวเล่มโตลงกับพื้น มันกระโดดเข้าประทะกับคนทั้งสองที่กำลังต่อสู้กันทันที
บึมบึมบึม!
เสียงพลังระเบิดลมปราณจากการโจมตีของฟงสืออี้โดยที่หลินฮันและลั่วจวินรับไว้ได้อย่างมิยากเย็น ขณะที่ดาบหนึ่ง ดาบโค้งหนึ่งและง้าวหนึ่งกำลังฟาดฟันกันอยู่นั้น
ตึงตึงตึง!
เสียงย่ำเดินของอะไรบางอย่างซึ่งมีขนาดใหญ่โตกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ ตัวมันสุงใหญ่มีหลายหมื่นตน ทุกตนล้วนแล้วแต่เป็นระดับราชันจักรพรรดิขึ้น 6 - 9 ทั้งนั้น ฟงสืออี้ ลั่วจวินและผู้คนทั้งหลายเห็นแล้วถึงกับเสียวสันหลัง กองทัพอสูรปีศาจระดับนี้พวกมันเกินที่จักรับมือไหว
“พวกเราต้องรีบถอยโดยเร็ว อีกทั้งเกรงว่าทางเข้าอารยธรรมโบราณใกล้จะปิดลงแล้ว” ลั่วจวินกล่าวขึ้นมาโดยพลัน ฟงสืออี้ก็พยักหน้าเห็นด้วยศึกครั้งนี้โอกาศชนะเป็นไปได้ยากยิ่งนัก
หลินฮันมิได้กล่าวอันใด ในมือปรากฏดาบแห่งราชันมังกรแทนที่ดาบเล่มเดิมที่ใช้ประมือกับคนทั้งสอง มันเหาะขึ้นไปยืนบนท้องฟ้า มองฝูงอสูรปีศาจด้วยใบหน้าอันเรียบเฉยมิได้หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย หลินฮันเริ่มปลดปล่อยพลังที่สะกดไว้จากราชันจักรพรรดิขั้น 3 พุ่งทะยานขึ้นสู่เทวะขั้น 1 ทันที หมู่มวลอากาศเริ่มบิดเบือนจากพลังที่หลินฮันปลดปล่อยออกมา
“เคล็ดดาบประกายแสง” หลินฮันกล่าวออกมาเบาๆพร้อมกับตวัดดาบเท่านั้น
เบิมเบิมเบิมเบิมเบิม…………..!
อสูรปีศาจเหล่านั้นล้วนตกตายในทันที แผ่นดินเกิดหลุมลึกกว้างใหญ่ราวมหาสมุทรสุดลูกหูลูกตา
ติ่ง! [ท่านได้เลื่อนระดับสู่เทวะขั้น 2]
หลินฮันยกยิ้มอย่างพอใจ พลังดาบแห่งราชันมังกรรวมเข้ากับจิตวิญญาณที่มีพลังระดับเทวะขั้น 9 เกิดเป็นพลังทำลายล้างที่สูงส่งนักเพียงตวัดดาบเบาๆด้วยพลังสู่เทวะขั้น 1 ของหลินฮัน ถึงขนาดทำให้แดนทรายทรพิษเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ได้ หากมันโจมตีรุนแรงกว่านี้ดินแดนแห่งนี้มิใช่จักแหลกสลายไปเลยรึ
ลั่วจวิน ฟงสืออี้และผู้คนทั้งหลายอ้าปากค้างทันที พลังระดับนี้มันเกิดที่พวกมันจักจินตนาการไปแล้วแสดงว่าที่หลินฮันประลองกับพวกมันเมื่อสักครู่นี้เกรงว่าเพียงแค่เห็นแก่ใบหน้าของพวกมันเท่านั้น
ณ เมืองเขียวอรุณ กำแพงเมืองล้วนพังทลาย บ้านเรื่อนย่อยยับ มีเพียงอาณาเขตของตระกูลหลินเท่านั้นที่ยังปลอดภัยมิได้มีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย ในอาณาเขตของตระกูลหลินเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจำนวนมาก ในห้องโถงหลักบุคคลใหญ่โตล้วนอยู่ในที่แห่งนี้ทั้งสิ้น แมวสีชาดตัวหนึ่งกำลังนั่งกินซี่โคงหมูย่างบนโต๊ะตัวใหญ่อย่างเอร็ดอร่อย “แซบหลาย แพลบๆ”