นาฬิกาที่ อธิการบดีเย่ ใส่คือยี่ห้ออะไร?
คนที่ หาน หย่งหมิง ไปหา ชื่อว่า โหว จื้อยวิ่น เขาคือบุคคลทรงอิทธิพลของมหาวิทยาลัยนานาชาติเอลตัน
เหตุผลที่ โหว จื้อยวิ่น มีอิทธิพลมากขนาดนี้ เป็นเพราะพ่อของเขา – โหวจิ่ง พ่อของเขาดำรงตำแหน่งเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารของมหาวิทยาลัยนานาชาติเอลตัน
ตอนที่ เอลตัน อินเตอร์เนชั่นแนล เอดดูเคชัน กรุ๊ป จากต่างประเทศวางแผนจะสร้างมหาวิทยาลัยแห่งนี้ขึ้นในท้องถิ่น พวกเขาไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง จึงจำเป็นต้องร่วมมือกับบรรดานักธุรกิจ และผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น เพื่อร่วมลงทุนสร้างมหาวิทยาลัยขึ้นมา
แน่นอนว่า เอลตัน อินเตอร์เนชั่นแนล เอดดูเคชัน กรุ๊ป เป็นฝ่ายลงทุนหลัก โดยถือครองหุ้นส่วนใหญ่ แต่เหล่ามหาเศรษฐีท้องถิ่นที่ร่วมลงทุนก็กลายเป็นกรรมการบริหารของมหาวิทยาลัยด้วยเช่นกัน
หนึ่งในนักลงทุนเหล่านั้น ก็คือพ่อของ โหว จื้อยวิ่น – โหวจิ่ง
จากมุมมองของ หาน หย่งหมิง พวกนักศึกษาอย่างพวกเขา ไม่มีทางสู้อธิการบดีของมหาวิทยาลัยได้โดยตรง
แต่ถ้าหากสามารถกล่อม โหว จื้อยวิ่น ให้พ่อเขาเข้ามาเกี่ยวข้องได้ล่ะก็…ในฐานะกรรมการบริหารของมหาวิทยาลัย ต่อให้เป็นแค่ตำแหน่งธรรมดาเล็กๆ ก็มีอำนาจเหนือกว่าอธิการบดีคนใหม่อย่าง เย่เฉิน ที่เป็นแค่ ‘ลูกจ้าง’ ของมหาวิทยาลัยแน่นอน
ยิ่งคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากเท่าไหร่ หาน หย่งหมิง ก็ยิ่งรู้สึกมั่นใจว่าแผนนี้มีความเป็นไปได้มาก
คราวนี้ เขาคิดวิธีดีๆ ได้แล้วจริงๆ
ดังนั้น หาน หย่งหมิง จึงรีบตรงไปหา โหว จื้อยวิ่น ทันที เพื่อขอความช่วยเหลือ
เวลาผ่านไปจนถึงช่วงบ่าย ขณะที่ เย่เฉิน กำลังทำงานตามปกติอยู่ในห้องทำงาน จู่ๆ รถหรูอย่าง Bentley Mulsanne มูลค่าหลายล้าน ก็แล่นเข้ามาในบริเวณมหาวิทยาลัยนานาชาติเอลตันอย่างช้าๆ
ผู้โดยสารมาในรถคือ ฉิน โจวเผิง – ผู้เป็นพ่อของ ฉินอวี่
ในตอนเช้า หลังจากที่ ฉินอวี่ ถูก เย่เฉิน สั่งไล่ออกจากมหาวิทยาลัย เขาก็ได้กลับบ้านไปเล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อของเขาฟัง
ลูกชายของเขาถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยเอกชนแบบนี้ ถ้าข่าวแพร่ออกไป มีหวังทำให้ตระกูลฉินเสียหน้าแน่นอน!
แน่นอนว่า ฉิน โจวเผิง ย่อมทนไม่ได้ แม้จะดุด่าลูกชายไปชุดหนึ่ง แต่เขาก็รีบหาทางแก้ไขสถานการณ์ทันที
ครั้งนี้ ฉิน โจวเผิง ตั้งใจจะใช้ความสุภาพก่อนแล้วค่อยใช้กำลัง ใช้ความนุ่มนวลก่อนใช้ความแข็งกร้าว(ใช้ไม้อ่อนก่อนใช้ไม่แข็ง) ขั้นตอนแรกที่เขาวางไว้คือเขาวางแผนที่จะ ‘มอบของขวัญ’
ซึ่งการให้ของขวัญนี่เองก็ถือเป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง และเขาเองก็ เชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก
ถ้าการให้แค่เงินสด มันจะดู พื้นๆ เกินไป
ดังนั้น คราวนี้ ฉิน โจวเผิง จึงเตรียมของขวัญที่คิดว่ามีมูลค่าสูงพอ เพื่อใช้เงิน ‘ปิดปาก’ เย่เฉิน โดยหวังให้ เย่เฉิน เปลี่ยนใจ รับ ฉินอวี่ ลูกชายของเขากลับมาเรียนที่มหาวิทยาลัยนานาชาติเอลตันอีกครั้ง
แน่นอน ถ้า เย่เฉิน ไม่รับของ และยังดื้อดึงไม่ยอม เขาก็เตรียมจะใช้ ‘ไม้แข็ง’ ต่อไป หากถึงตอนนั้น ก็อย่าหาว่าฉันไม่ไว้หน้าก็แล้วกัน!
คนขับรถพา ฉิน โจวเผิง มาหยุดที่หน้าอาคารสำนักงานที่ เย่เฉิน ประจำอยู่โดยตรง
ฉิน โจวเผิง ลงจากรถ พร้อมกับเลขาสาวคนหนึ่ง แล้วเดินเข้าไปในอาคารอย่างคุ้นเคย เพราะเขาเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้ว ไม่นาน ฉิน โจวเผิง ก็มาถึงห้องทำงานของ เย่เฉิน
เขาเคาะประตู
“เชิญเข้ามา”
ฉิน โจวเผิง กับเลขาสาวของเขาเปิดประตูเดินเข้าไป
“ขออนุญาตแนะนำคะ ท่านนี้คือ ท่านประธานฉิน โจวเผิง จากบริษัท ฉิน กรุ๊ป และยังเป็นบิดาของ ฉินอวี่ นักศึกษาคนหนึ่งของมหาวิทยาลัยคุณ”
หลังจากเข้ามาแล้ว เลขาสาวกล่าวแนะนำตัว ฉิน โจวเผิง ด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ
“ขอแก้ไขหน่อยนะครับ… ตอนนี้ ฉินอวี่ คือ ‘อดีต’ นักศึกษาของเรา”
เย่เฉิน กล่าวแก้ไขคำพูดของเลขาสาวทันที
“ท่านอธิการบดี ท่านพูดแบบนี้ก็ดูจะ ..เคร่งครัดเกินไป แล้วนะครับ”
ฉิน โจวเผิง ที่นั่งลงฝั่งตรงข้าม เย่เฉิน ตอบด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย
“ฉินอวี่ ยังเด็ก อายุยังน้อยอยู่เลย จะทำผิดพลาดบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ผู้ใหญ่แบบเราๆ ก็ควรเข้าใจ และให้โอกาสเขาแก้ไขไม่ใช่หรือครับ?”
ฉิน โจวเผิง กล่าวอย่างไม่ใส่ใจนัก ราวกับว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย
แม้จะดุด่าลูกชายไปบ้างแล้ว แต่สำหรับ ฉิน โจวเผิง เรื่องเล็กๆ แค่นี้ของลูกชาย ในสายตาเขา.. มันก็ไม่ต่างอะไรกับ ‘เรื่องไร้สาระ’ แค่สั่งให้มหาวิทยาลัยเปลี่ยนที่ปรึกษาสาวคนใหม่ให้ลูกชาย มันจะไปยากตรงไหนกัน?
“อายุยี่สิบกว่าแล้วนะครับ บรรลุนิติภาวะแล้ว นี่ถือว่ายังเด็กอยู่เหรอครับ?”
เย่เฉิน สวนกลับคำพูดอีกฝ่ายอย่างเฉียบคม
ถ้าหากว่าคนผิดเป็นแค่เด็กเล็ก เขายังพอเข้าใจได้ แต่ถ้าคุณเป็นผู้ใหญ่ที่อายุยี่สิบกว่าแล้ว ยังทำตัวไร้ความรับผิดชอบ แล้วบอกว่า ‘ยังเด็กอยู่’ แบบนั้น..มันใช้ไม่ได้แล้ว
ผู้ใหญ่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง!
ฉิน โจวเผิง ที่ได้ยินถึงกับพูดไม่ออก เพราะสิ่งที่ เย่เฉิน พูดนั้นฟังดูสมเหตุสมผล
“ท่านอธิการบดีครับ ผมก็อบรมลูกไปแล้ว เอาเป็นว่าเรื่องนี้...เราปล่อยผ่านไปเถอะนะครับ”
ในระหว่างพูด ฉิน โจวเผิง ก็ส่งสัญญาณทางสายตาให้เลขาสาวที่มาด้วยกัน
เลขาสาวรีบเดินเข้ามา หยิบกล่องของขวัญออกมาวางไว้บนโต๊ะทำงานของ เย่เฉิน
นี่คือกล่องผ้ากำมะหยี่ขนาดเท่าฝ่ามือ ดูภายนอกเหมือนไม่มีอะไรพิเศษ
แต่เมื่อ ฉิน โจวเผิง เปิดกล่องให้ดู ก็เผยให้เห็นของขวัญชิ้นล้ำค่าในสายตาของเขา
นั่นคือ นาฬิกา Vacheron Constantin รุ่น Overseas Perpetual Calendar เรือนใหม่เอี่ยม
“ท่านอธิการบดีเย่ครับ นี่คือนาฬิกา Vacheron Constantin Overseas Perpetual Calendar”
ฉิน โจวเผิง กลัวว่า เย่เฉิน อาจไม่รู้จักแบรนด์นาฬิกาหรู จึงแนะนำด้วยตัวเอง
Vacheron Constantin Overseas Perpetual Calendar เป็นนาฬิการะดับไฮเอนด์ มูลค่าราว 4-5 ล้านหยวน ของขวัญระดับนี้ ถือว่าหรูหรา และฟุ่มเฟือยสุดๆ แล้ว
“ท่านอธิการบดี ผมขอมอบนาฬิกาเรือนนี้ให้คุณ หวังว่าคุณจะยอมให้ ฉินอวี่ กลับมาเรียนที่มหาวิทยาลัยนานาชาติเอลตันอีกครั้ง”
ฉิน โจวเผิง พูดพร้อมรอยยิ้ม เหมือนจะสื่อว่า ‘ดูสิ ฉันให้ของขนาดนี้แล้ว คุณก็ควรอ่อนข้อให้หน่อยนะ ยอมปล่อยให้ ฉินอวี่ ลูกชายฉันกลับมาศึกษาต่อ’
เย่เฉิน มองดูนาฬิกาในกล่องที่ ฉิน โจวเผิง ส่งมาให้เขา แล้วก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวเบาๆ
ฉิน โจวเผิง คนนี้ ไม่เข้าใจเรื่องนาฬิกาจริงๆ นึกว่าแค่ราคาสูงก็เท่ากับ ‘ของดี’ ไปหมด…ใช่ไหม?
“นาฬิกา Vacheron Constantin รุ่นนี้ของประธานฉิน สำหรับคนทั่วไปอาจดูดี แต่สำหรับคนที่เล่นนาฬิกาจริงๆ แล้วจะรู้ว่ามันมีข้อบกพร่องอยู่หลายจุดเลยครับ”
เย่เฉิน วิเคราะห์จากมุมของคนรักนาฬิกาตัวจริง
เนื่องจากเขามีนาฬิกาหรูระดับโลกหลายเรือน เขาเลยเข้าใจมันอย่างลึกซึ้ง
“แน่ใจเหรอ?”
ฉิน โจวเผิง ขมวดคิ้วแน่น
นาฬิกา Vacheron Constantin เรือนนี้ที่มีมูลค่า 4–5 ล้านแบบนี้ ยังจะมีข้อบกพร่องอีกเหรอ?
“ก่อนอื่นเลย สายนาฬิกาโลหะของ Vacheron Constantin รุ่นนี้ ต้องปรับขนาดด้วยการถอดข้อ ไม่มีระบบปรับละเอียด ทำให้สวมไม่พอดีข้อมือ และถึงต่อให้ปรับแล้วก็ยังไม่แนบสนิทกับข้อมือ”
“ต่อมา กลไกภายในของมันยังอ่อนไหวต่อแรงโน้มถ่วงโลก ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนของเวลาเล็กน้อยได้…”
ถ้าหากเป็นนาฬิกาทั่วไป เรื่องแบบนี้อาจมองข้ามได้ ปัญหาเหล่านี้ถือเป็นเพียงปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่
แต่สำหรับ Vacheron Constantin ที่ถือเป็นนาฬิการะดับท็อป ความ ‘ไม่สมบูรณ์แบบ’ เล็กน้อยก็ถือว่าเป็นข้อเสียใหญ่ได้เลย ทุกจุดต้อง ‘ไร้ที่ติ’ เท่านั้นถึงจะสมกับราคาหลายล้าน!
เมื่อฟัง เย่เฉิน อธิบายถึงข้อบกพร่องของนาฬิกาเรือนนี้ ใบหน้าของ ฉิน โจวเผิง ก็เริ่มซีดลงเรื่อยๆ
ฉันใช้เงินซื้อมันโดยไม่ได้มองเรื่อง ‘คุณภาพ’ ของนาฬิกา ฉันแค่มองว่า แค่มัน ‘แพงก็พอแล้ว’
ราคา 5 ล้านหยวนมันไม่พออีกเหรอ?! ในสายตาของฉัน ราคาคือนิยามของคุณค่า!
สำหรับ ฉิน โจวเผิง สิ่งที่เขาทำก็แค่ต้องการใช้เงินปิดปากอีกฝ่าย ไม่ได้อยากมาฟังบรรยายเรื่องนาฬิกา!
เย่เฉิน พูดรายยาวไม่จบสักที จน ฉิน โจวเผิง เริ่มที่จะหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว
“ฟังดู ท่านอธิการบดีเย่.. จะเชี่ยวชาญเรื่องนาฬิกาดีนี่ครับ งั้นขอถามหน่อย… นาฬิกาที่คุณใส่อยู่ เป็นยี่ห้ออะไรครับ?!!”
ยังไม่ทันที่ เย่เฉิน จะพูดจบ ฉิน โจวเผิง ก็ตัดบททันที
นาฬิการะดับท็อปแบบนี้เป็นที่ต้องการสูงมาก พอออกมาก็ถูกบรรดาผู้มีอิทธิพลแย่งกันไปหมดแล้ว ฉันสามารถหานาฬิกา Vacheron Constantin Overseas Perpetual Calendar เรือนนี้มาได้ ก็ถือว่าไม่ง่ายเลยด้วยซ้ำ
เมื่อครู่ อธิการบดีแซ่เย่คนนี้ มันดันเอาแต่พูดถึงข้อเสียของนาฬิกา Vacheron Constantin เรือนนี้ของฉัน แล้วนาฬิกาของนายล่ะ สมบูรณ์แบบไร้ที่ติเลยหรือไง?!
ฮึ่ม.. ไอ้อธิการบดีแซ่เย่นี่อย่ามาทำเป็นเก่งนักเลย!
ไม่ว่าจะอย่างไรฉันไม่มีทางเชื่อหรอกว่า ไอ้อธิการบดีแซ่เย่นี่จะสามารถใส่นาฬิกาที่เจ๋งกว่าเหนือกว่า หรือแพงกว่า Vacheron Constantin เรือนนี้ของฉันได้!!!