ซีรีส์ไหน?
“นาฬิกาของผมเหรอ?”
เมื่อได้ยินคำถามของ ฉิน โจวเผิง เย่เฉิน ก็ค่อยๆ ถอดนาฬิกาบนข้อมือตัวเองออก แล้ววางลงบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ
“Patek Philippe?”
ฉิน โจวเผิง มองแวบเดียวก็จำได้
แม้ว่าเขาจะไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องนาฬิกาหรูมากนัก แต่โลโก้ของแบรนด์ระดับนี้ เขาก็ยังพอแยกแยะออกอยู่
“อืม”
เย่เฉิน พยักหน้า
ในฐานะเจ้าของแบรนด์ Patek Philippe แน่นอนว่า เย่เฉิน ต้องใส่นาฬิกาแบรนด์ตัวเองอยู่แล้ว
“นาฬิกา Patek Philippe ของคุณก็ดูไม่ได้ต่างอะไรเท่าไหร่นี่ ดูๆ แล้วก็เหมือนกับ Vacheron Constantin ของผมเลย”
ฉิน โจวเผิง หยิบนาฬิกาของ เย่เฉิน ขึ้นมาสำรวจทั้งบนทั้งล่าง มองอย่างละเอียดถี่ถ้วน แต่ก็ยังไม่เห็นว่ามันมีจุดไหนพิเศษไปกว่านาฬิกาที่เขานำมาให้ เย่เฉิน ดูเลย
นาฬิกาสีโรสโกลด์ หน้าปัดสองด้าน ฟังก์ชันแสดงแผนที่ท้องฟ้าทั้งสองด้าน ปฏิทินถาวรแบบสองด้าน ฟังก์ชันพวกนี้ก็คล้ายกับ Vacheron Constantin ที่เขานำมาให้ เย่เฉิน อยู่มากเหมือนกัน
ถ้านาฬิกาของ เย่เฉิน มีอะไรที่เหนือชั้นกว่าจริงๆ จนเทียบไม่ติดกับ Vacheron Constantin ที่เขานำมา เขาก็อาจจะยอมรับมัน
แต่แค่ดูจากรูปลักษณ์แล้ว นาฬิกาทั้ง 2 เรือนมันไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่เลย แบบนี้ ไอ้อธิการบดีแซ่แย่นี่มีสิทธิ์อะไรถึงได้บอกว่านาฬิกาของฉันธรรมดากัน?
ฉิน โจวเผิง ปฏิเสธที่จะยอมรับ!
“ไม่ต่างกันเท่าไหร่?”
เย่เฉิน รู้สึกขบขันกับคำพูดแบบคนไม่รู้จริงของ ฉิน โจวเผิง
เห็นได้ชัดว่าเขาก็เป็นแค่คนนอกวงการแท้ๆ แต่ทำไมต้องทำตัวเหมือนรู้ทุกอย่างด้วย?
“นาฬิกา Patek Philippe เรือนนี้ของผม มีฟังก์ชันมากถึงยี่สิบอย่าง เช่น นาฬิกาปลุกแบบสองด้าน(Sonnerie Complication) จอแสดงผลขนาดเล็กสองจอขนาบข้างหน้านั้นคือ กลไกระฆังแบบสองด้าน(Chiming Mechanisms) โครโนกราฟแบบสองด้าน…” (อธิบายเพิ่มเติม คือ นาฬิกามีสองหน้าปัด(Dials)ที่สามารถแสดง และใช้งานฟังก์ชันได้)
เย่เฉิน เริ่มอธิบายจุดที่พิเศษของนาฬิกาเรือนนี้ให้ ฉิน โจวเผิง ฟัง
ในฐานะเจ้าของแบรนด์ Patek Philippe ที่มีนาฬิกาหลากหลายรุ่นให้เลือกใช้ แต่เขากลับเลือกใส่เรือนนี้ มันย่อมต้องมีความพิเศษอยู่อย่างแน่นอน
“แถมกระบวนการผลิตของนาฬิการุ่นนี้ซับซ้อน และประณีตมาก ต้องใช้ชิ้นส่วนมากถึง 100,000 ชิ้น ในการประกอบนาฬิการุ่นนี้ขึ้นมา”
“เดี๋ยวๆ?”
“คุณว่าไงนะ?!”
“นาฬิกาเล็กๆ แบบนี้ ต้องใช้ชิ้นส่วนประกอบถึงแสนชิ้น? คุณล้อเล่นใช่ไหม?”
ฉิน โจวเผิง นึกว่าตัวเองหูฝาดไป หรือไม่ เย่เฉิน ก็คงพูดผิดไปแล้ว
ถ้า เย่เฉิน บอกว่ามีไม่กี่ร้อย หรือแม้แต่พันชิ้น เขาก็ยังพอเชื่อ เพราะอย่างไรมันก็เป็น Patek Philippe นั่นเอง
แต่การที่เขามาบอกว่ามีตั้งแสนชิ้น นี่มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ?
“คุณไม่ได้ฟังผิดหรอก ใช่แล้วครับ หนึ่งแสนชิ้น…”
เย่เฉิน พยักหน้าอย่างมั่นใจ
เหตุผลที่ทำให้ Patek Philippe ขึ้นชื่อเรื่องราคาสูงลิ่ว ไม่ใช่แค่เพราะแบรนด์อย่างเดียวหรอกนะ
แล้วก็ก่อนที่มันจะกลายเป็นแบรนด์ระดับโลกล่ะ?
ทำไมมันถึงสามารถโดดเด่นท่ามกลางแบรนด์นาฬิกามากมาย และกลายเป็นที่ชื่นชอบของเหล่ามหาเศรษฐี และผู้นำระดับโลก?
เหตุผลสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ กระบวนการ และขั้นตอนการผลิตที่ซับซ้อนจนหาคู่แข่งได้ยากนั่นเอง
“แล้วนาฬิกา Patek Philippe ของคุณเรือนนี้ มันเป็นซีรีส์ไหนเหรอครับ?”
ฉิน โจวเผิง เริ่มรู้สึกหวั่นไหวกับคำพูดของ เย่เฉิน จนสุดท้ายเขาก็อดถามออกไปไม่ได้ ซึ่งตัวเขาเองก็อยากรู้จริงๆ ว่านาฬิกาเรือนนี้มันอยู่ในซีรีส์ไหน
ฉิน โจวเผิง ตั้งใจว่า หลังจากแยกกับ เย่เฉิน แล้ว จะไปหาซื้อนาฬิกาเรือนรุ่นเดียวกัน ซีรีส์เดียวกันนี้มาใส่บ้าง
“นี่คือนาฬิกา Patek Philippe Grandmaster Chime” เย่เฉิน เอ่ยขึ้น
“มันดูเหมือนไม่ได้ใช้วัสดุอะไรหรูหราพิเศษเท่าไหร่นะ ก็ไม่ได้ฝังเพชรทั้งเรือนด้วย ไม่น่าจะแพงมากใช่ไหม?”
ฉิน โจวเผิง ถามขึ้นด้วยความสงสัย
“Patek Philippe Grandmaster Chime รุ่นนี้นับว่าถูกมากเลยนะครับ แค่ประมาณสองร้อยกว่าล้านเท่านั้นเอง”
เย่เฉิน ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
คำพูดนี้ของ เย่เฉิน ทำเอา ฉิน โจวเผิง หยุดนิ่งค้างราวกับเขาถูกสายฟ้าฟาดเข้าเต็มๆ
“วะ...ว่าไงนะ?”
“คุณบอกนาฬิการุ่นนี้ราคาเท่าไหร่นะ?”
“สอง...ร้อย...กว่า...ล้าน?!”
ฉิน โจวเผิง ตกใจมากจนพูดแทบไม่ออก
นาฬิกาเรือนเดียวราคาเกินสองร้อยล้าน นี่ฉันไม่ได้ฝันอยู่ใช่ไหม?
เงินตั้งสองร้อยกว่าล้าน ถ้าเอาไปซื้อบ้าน ในเมืองที่มีที่ดินราคาแพงอย่างเขาอยู่ ยังซื้อได้ตั้งหลายหลัง หรือจะซื้อเป็นตึกย่อมๆ ไปเลยก็ยังได้
แต่นี่กลับใช้ซื้อแค่นาฬิกาเรือนเดียว ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับรายได้รวมของบริษัทฉันหลายเดือนรวมกันเสียอีก!
“อืม”
เย่เฉิน พยักหน้าเบาๆ
จริงเหรอเนี่ย... สองร้อยล้านกว่า?!
ฉิน โจวเผิง ถึงกับตาค้าง
เมื่อกี้ ท่านอธิการบดีเย่ พูดว่าอย่างไรนะ? ‘นับว่าถูกมาก แค่สองร้อยกว่าล้านเท่านั้นเอง’?!
คำว่า ‘แค่’ นั่นมันแทงใจสุดๆ
สองร้อยกว่าล้านเนี่ยนะถูก? มันแพงเกินบรรยายเลยต่างหาก!
เมื่อกี้เขายังคิดอยากจะไปซื้อตาม เย่เฉิน อยู่เลย ตอนนี้ดูเหมือนเขาคิดฝันกลางวันไปชัดๆ นาฬิการะดับนี้ เขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดถึงด้วยซ้ำ
ในพริบตาเดียว นาฬิกา Patek Philippe Grandmaster Chime ที่อยู่ในมือเขาเหมือนหนักขึ้นมาทันทีราวกับหนักเป็นพันกิโล
ฉิน โจวเผิง รีบถือมันด้วยสองมืออย่างระมัดระวัง แล้ววางมันลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ ไม่กล้าแตะต้องอีกแม้แต่น้อย กลัวจะทำร่วง หรือเกิดขูดขีดเข้าจนเป็นรอย
ตัดภาพมาที่ เย่เฉิน เขากลับแค่หยิบนาฬิกาเรือนนี้ขึ้นจากโต๊ะแล้วใส่กลับข้อมืออย่างสบายๆ อย่างไม่ใส่ใจ
นาฬิการะดับโลกที่คนธรรมดาใช้กินใช้เที่ยวได้ทั้งชีวิต กลับอยู่บนข้อมือของ เย่เฉิน เหมือนเป็นนาฬิกาธรรมดาทั่วไปที่มูลค่าแค่หลักสิบหลักร้อยเท่านั้น
นี่หรือ... คือชีวิตของคนที่อยู่จุดสูงสุดของยอดพีระมิด?!
ฉิน โจวเผิง ไม่กล้าจินตนาการต่อไปอีกแล้ว
“ท่านอธิการบดีเย่ วันนี้ผมคนคับแคบได้เปิดหูเปิดตาแล้วจริงๆ ครับ”
ฉิน โจวเผิง มอง เย่เฉิน ด้วยแววตาเคารพสุดหัวใจ แล้วพูดออกมาอย่างเคารพนอบน้อม
ก่อนหน้านี้เขายังคิด ‘ตั้งใจจะใช้ความสุภาพก่อนแล้วค่อยใช้กำลัง ใช้ความนุ่มนวลก่อนใช้ความแข็งกร้าว(ใช้ไม้อ่อนก่อนใช้ไม่แข็ง)’ แต่แผนนี้เขาโยนทิ้งมันไปเรียบร้อยแล้ว
ต่อหน้าคนที่ใส่นาฬิการาคาเกินสองร้อยล้านอย่างไม่แยแสแบบนี้ ฉิน โจวเผิง ไม่มีแม้แต่ความกล้าจะต่อต้านเลยแม้แต่นิดเดียว
ถ้าไปมีปัญหากับคนแบบ อธิการบดีเย่ เข้า ฉันเองอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ‘ตัวเอง’ ตายอย่างไร…
“ท่านอธิการบดีเย่ เรื่องลูกชายของผม เป็นความผิดของเขาเองโดยสมบูรณ์ สิ่งที่ท่านทำนั้นถูกต้องแล้วครับ ผมขอบคุณที่ท่านสั่งไล่เขาออก นี่ถือเป็นบทเรียนให้เขา”
ท่าทีของ ฉิน โจวเผิง เปลี่ยนไปแบบสุดขั้ว จากเดิมที่คิดจะมาข่มขู่ เย่เฉิน ตอนนี้กลับกลายเป็นขอบคุณเขาที่ไล่ลูกชายตัวเองออก
และที่ ฉิน โจวเผิง พูดอยู่ตอนนี้คือความรู้สึกจริงจากใจของเขา
เนื่องจากตอนนี้มหาวิทยาลัยนานาชาติเอลตันมีอธิการบดีที่น่ากลัวขนาดนี้ ลูกชายตัวดีที่วันๆ เอาแต่สร้างปัญหาให้ฉัน ถ้ายังอยู่ที่นี่ต่อไปไม่รู้ว่าจะก่อเรื่องอะไรขึ้นมาอีก
ขณะนี้ที่ ท่านอธิการบดีเย่ ได้ไล่เขาออกไปตั้งแต่แรก เท่ากับว่า ช่วยให้ลูกชายฉันได้หนีออกจากที่นี่ หลีกเลี่ยงไม่ให้เขาไปหาเรื่องกับคนที่ไม่ควรหาเรื่องอีก
แบบนี้แล้ว ฉันจะไม่รู้สึกขอบคุณ ท่านอธิการบดีเย่ ได้อย่างไรล่ะ?!