ราชาปีศาจเฮยหนาน
เหล่าปีศาจที่แสนชั่วร้ายเริ่มบุกเข้ามาประชิดประตูเมืองหลวง เหล่าแม่ทัพและทหารกล้าร่วมกันต่อสู้อย่างห้าวหาญ แต่ก็มิอาจต้านเอาไว้ได้นาน จำนวนคนมิได้ต่างแต่หากพลังบ่มเพาะแตกต่างกันมากนัก อาศัยเพียงเหล่าทหารที่มีพลังระดับพื้นฐานถึงราชันและแม่ทัพระดับจักรพรรดิ ไปสู้กับปีศาจระดับจักรพรรดิหลายแสนตน เปรียบเสมือนให้ลาแก่วิ่งแข่งกับม้าหนุ่มก็มิได้เกินเลยไปนัก ถึงแม้ปีศาจพวกนั้นจะไร้ทักษะ ใช้เพียงกรงเล็บเป็นอาวุธฟาดฟันก็ตามที
สำนักเทพกระบี่ สี่ตระกูลใหญ่และองค์จักรพรรดิพร้อมรัชทายาทเข้าสู่สนามรบทันที เกิดการต่อสู้อย่างหนักหน่วง เหล่าผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก สงครามครั้งนี้เห็นทีจักเป็นจุดจบของอาณาจักรนี้แล้วเป็นแน่ ผู้คนที่อยู่ในกำแพงเมืองรู้สึกถึงกลิ่นไอแห่งความตายโดยสัญชาตญาณ
“เจ้าแก่หยาง ลืมพวกเราสองคนไปแล้วรึ” จางหยูกล่าวขึ้นขณะลอยอยู่เหนือหัวของหยางหลงที่กำลังโจมตีเหล่าปีศาจ พร้อมกับหยางจื่อและศิษย์ทั้งหลายที่ประตูทิศใต้
ส่วนผู้อาวุโสสูงสุดฉีเย่วที่ออกมาจากอารยธรรมโบราณก่อนหลินฮัน เจ้าขุนเขายุทธภัณฑ์หลี่กวงที่มิได้หลบหนีตามตระกูลของมันไปแต่อย่างใด เจ้าขุนเขาโอสถไป๋เฉียง ผู้พิทักษ์แห่งขุนเขาศิษย์สายนอกหลิวเหว่ย ผู้พิทักษ์แห่งขุนเขาศิษย์สายในหลิวเจียและผู้อาวุโสของสำนักทั้งหลายรับมือที่ประตูทางทิศตะวันออก อีกทั้งยังมีผู้อาวุโสในสำนักเทพกระบี่ที่เป็นสมาชิกตระกูลใหญ่ทั้ง 4 ได้ไปช่วยที่ประตูทางทิศเหนืออีกด้วย
“เหอะ ข้าก็นึกว่าพวกเจ้าจักรอให้อาณาจักรแห่งนี้ล่มสลายแล้วรอให้พวกมันไปบุกสำนักของพวกเจ้าซะอีก”หยางหลงกล่าวออกมา
“เจ้าไก่อ่อนฟงพวกเราลงไปละเลงเลือดกันหน่อยเถิด” จางหยูกล่าว
“เจ้าสิไก่อ่อน ” ฟงจี้เหรินตอบกลับ
การต่อสู้ดุเดือดมากขึ้นเรื่อยๆ แม้พวกปีศาจจะมีเพียงระดับจักรพรรดิเท่านั้นแต่เมื่อพวกมันถูกสังหารเมื่อใด จำนวนก็จักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมิมีวันหมดสิ้น แม้แต่หยางจื่อที่มีพลังระดับราชันจักรพรรดิขั้น 8 ก็ยังเหนื่อยอ่อนด้วยการใช้พลังปราณจำนวนมากเกินไป
“ข้าว่าพวกมันมีเป็นล้านตนเป็นแน่ ข้าสังหารมาจักเป็นแสนตนแล้วนะ มันไม่มีทีท่าว่าจักหมดสิ้นเสียที”จางหยูกล่าวออกมา
“เจ้าสังหารเป็นแสนคนเดียวหรือไร ข้าสังหารมันมากกว่าเจ้าเสียอีก”ฟงจี้เหรินกล่าวออกมา
“พวกเจ้าเลิกพูดให้มากความ แล้วมาช่วยข้าทางนี้ได้แล้ว”หยางหลงกล่าวออกมา
บึมบึมบึม! เอื้อ!!!
เสียงการต่อสู้ดังสนั่นหวันไหว ซึ่งมากับเสียงร้องโหยหวนของเหล่าทหารกล้า
“พระบิดาหากเป็นเช่นนี้ต่อไปพวกเราต้องจบสิ้นแล้วเป็นแน่ พวกมันมิได้ลดจำนวนลงเลยแม้แต่น้อย”หลงเทียนหมิงกล่าวขึ้นมาด้วยใบหน้าเหนื่อยอ่อน ตัวมันมีพลังระดับจักรพรรดิขั้น 5 ถึงปีศาจพวกนี้มีพลังไม่เกินจักรพรรดิขั้น 1-2 แต่หากมีจำนานมากเช่นนี้ต่อให้เป็นราชันจักรพรรดิก็มิอาจต่อสู้ได้ไหว
“เจ้าจงเร่งไปสุสานบรรพชน ขอความช่วยเหลือจากท่านบรรพบุรุษโดยเร็ว”หลงซานกล่าวออกมา
“พะย่ะค่ะพระบิดา”หลงเทียนหมิงตอบรับ ในขณะที่กำลังจะหมุนกายจากไปนั้น
โฮกอ้าว!!!
เสียงคำรามของพยัคฆ์ดังสนั่นเมืองหลวง เหนือน่านฟ้าปรากฏพยัคฆ์สีขาวตนหนึ่ง ดวงตาของมันนั้นเป็นสีดำทมิฬ ดูแล้วช่างขัดกับลำตัวสีขาวบริสุทธิ์ยิ่งนัก บริเวณลำคอของมันมีเชือกสีดำเส้นหนึ่งรัดเอาไว้คล้ายปลอกคอ บนหัวของพยัคฆ์ขาวมีชายผู้หนึ่งเส้นผมสีขาวโพลน ดวงตาอันดำมืด จ้องมองมายังสมรภูมิการต่อสู้อย่างเย้ยหยัน
“นี่นะหรืออาณาจักรเซียนกระบี่ ช่างอ่อนด้อยนัก มิควรค่าแก่การมาของข้าในครั้งนี้เลยแม้แต่น้อย” ชายผู้อยู่บนหัวพยัคฆ์ขาวกล่าวออกมา ข้างกายของมันนั้นล้วนแล้วแต่เป็นผู้อาวุโสสวมใส่ชุดสำดำลวดลายก้อนเมฆสีขาว หากผู้ใดพบเห็นก็ย่อมรู้ว่านี่คือสำนักมารเมฆาอย่างแน่นอน
ชายผมขาวผู้นั้นวาดอักขระบางอย่างบนอากาศ ทันใดนั้นเองศพของปีศาจที่ถูกสังหารไปพลันลุกขึ้นมาอีกครั้ง ร่างกายของพวกมันทุกส่วนล้วนกลับมาสมบูรณ์ มิได้มีร่องรอยแห่งการสู้รบเลยแม้แต่น้อย พวกมันวิ่งเข้าสู่สมรภูมิรบอีกครั้ง
ผู้บ่มเพาะพลังที่กำลังต่อสู้กับปีศาจอยู่นั้น เมื่อได้เห็นเหตุการณ์เช่นนี้ถึงกับตื่นตกใจ นี่เองสินะสาเหตุปีศาจพวกนี้มิได้หมดสิ้นไปเสียที หลังจากพวกมันถูกสังหารให้สิ้นไปก็จักมีผู้มาทำให้มันฟื้นคืนได้อีกครั้ง ราวกับเป็นกองทัพอัมตะ ทหารผู้กล้าหลายคนเริ่มถอดใจ เหตุใดต้องมาสู้กับกองทัพที่มิสามารถสู้ได้แต่แรกเช่นนี้
“เจ้าเป็นผู้ใดกัน ใยถึงต้องมาทำลายอาณาจักรของข้า”หลงซานกล่างขึ้นด้วยน้ำเสียงอาฆาต
“ข้าเป็นผู้ที่เจ้าจักต้องเรียกว่าบิดาไงเล่า หึหึหึหึ” ชายผมขาวตอบกลับพร้อมปล่อยแรงกดดันอันมืดมิดออกมาจากร่าง กลิ่นอายความตายกระจายไปทั่วทุกหนทุกแห่งอย่างรวดเร็ว
“นะนะนี่หรือว่าเจ้าคือชายผู้นั้น จะจะเจ้าสำนักมารเมฆาเฮยหนาน” หลงซานกล่าวด้วยใบหน้าอันตื่นกลัว ชายผู้อยู่ตรงหน้ามันนี้คือ ราชาปีศาจเฮยหนาน มีคนเคยกล่าวว่าเฮยหนานนั้นบรรลุระดับพลังที่เหนือกว่าราชันจักรพรรดิได้นานแล้ว อีกทั้งพลังธาตุแห่งความตายยังแข็งแกร่งยิ่งนัก แต่ก็ยังมีคนกล่าวอีกว่าเฮยหนานได้รับบาดเจ็บหนักจากการต่อสู้จนพลังลดลงอย่างมากเหลือเพียงระดับจักรพรรดิเท่านั้น แต่ในวันนี้การที่เฮยหนานสามารถควบคุมพยัคฆ์ขาวเทวะหนึ่งในสี่สัตว์เทพได้นั้น ไม่ว่ามันจักใช้วิธีการอันใดย่อมมิใช่ผู้ที่สามารถต่อกรได้โดยง่าย อย่าน้อยๆเฮยหนานจักต้องเป็นผู้มีพลังระดับสู่เทวะขั้นต้นเป็นเเน่ ซึ่งผู้คนทั้งหลายในที่นี้มิมีทางที่จักต่อสู้ได้เลย การที่มันสั่งปีศาจจู่โจมอาณาจักรครั้งนี้เห็นทีคงเป็นเพียงการทรมานเหยื่ออย่างหนึ่งของมันเท่านั้น