เข้าสู่สมรภูมิ
เฮยหนานยกยิ้มขึ้นอย่างเย็นชาแล้วกล่าวว่า “เหอะ เจ้ารู้จักข้าเช่นนั้นก็ดี ข้าต้องการตัวคนผู้หนึ่ง มันผู้นั้นคือหลินฮัน เจ้าขุนเขาเดียวดายของสำนักเทพกระบี่ จงรีบนำตัวมันมาให้ข้าแล้วข้าจักไว้ชีวิตพวกเจ้า”
“ท่านรอสักครู่ได้หรือไม่ อีกอย่างข้าขอให้ท่านหยุดพวกปีศาจที่กำลังเข่นฆ่าเหล่าทหารของข้าเพียงเท่านี้เถิด” หลงซานกล่าวออกมาด้วยความนอบน้อม หนทางรอดของอาณาจักรเซียนกระบี่ของมันได้เปิดออกแล้ว มีหรือที่จักมิคว้าเอาไว้
“ได้ ข้าให้เวลาพวกเจ้าเพียงครึ่งก้านธูป หากมิได้ตัวมันมา พวกเจ้าทั้งหมดจงมอดม้วยมรณาพร้อมเมืองแห่งนี้ซะ”เฮยหนานกล่าวออกมาด้วยวาจาเปียมอำนาจ
หลงซานได้ยินดังนั้นก็พุ่งตัวไปหาหยางหลงเจ้าสำนักเทพกระบี่ทันที “เห็นทีวันนี้ข้าจำต้องแตกหักกับสำนักเทพกระบี่เป็นแน่แล้ว”หลงซานคิดในใจ
ราชวงศ์หลงและสำนักเทพกระบี่นั้นมีความสัมพันธ์อันดีมาอย่างยาวนาน อีกทั้งสำนักเทพกระบี่ยังมีตัวตันที่น่าหวาดกลัวกว่าผู้ใดอยู่อีกผู้หนึ่ง นั่นก็คือเจ้าสำนักคนเก่า อาจารย์ของหยางหลง แต่ว่าราชวงศ์หลงก็ยังมีท่านบรรพชนเช่นเดียวกันซึ่งคนทั้งสองนี้ต่างมิมีผู้ใดล่วงรู้ว่ามีพลังอยู่ในระดับใดแล้ว
“หยางหลงข้าหลงซานขอให้ท่านส่งตัวหลินฮันมาให้ข้าเถิด นี่เป็นทางรอดเดียวของอาณาจักร มีเวลาเพียงครึ่งก้านธูปขอท่านจงเร่งตัดสินใจ” หลงซานกล่าวอย่างร้อนใจ
หยางจื่อที่นิ่งเงียบมิค่อยพูดจากล่าวขึ้นทันทีว่า “มิได้นะเจ้าคะท่านพ่อ เราจักส่งตัวเจ้าขุนเขาหลินให้พวกเขามิได้ หากเราส่งเขาไปมิเพียงต้องเสียเจ้าขุนเขามากฝีมือผู้หนึ่ง ยังต้องเสียศักดิ์ศรีของสำนักเทพกระบี่อีกด้วยนะเจ้าคะ”
หยางหลงเจ้าสำนักเทพกระบี่ครุ่นคิดอย่างหนัก มินานก็ถอนหายใจออกมาเสียงดัง
เห้อ!
“สวรรค์ช่างไร้น้ำใจนัก ใยต้องให้ชายหนุ่มผู้มีฝีมือจบชีวิตลงเช่นนี้ด้วย” หยางหลงนั้นทราบดีอยู่แล้วว่าเฮยหนานต้องการตัวหลินฮันเพราะหลินฮันได้สังหารผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักมารเมฆา แต่ก็มิคาดคิดว่าเฮยหนานจักมาด้วยตนเองเช่นนี้ อีกทั้งยังนำพยัคฆ์ขาวสัตว์เทวะในตำนานระดับเดียวกันกับวิหคเพลิงมาอีกด้วย เกรงว่าถึงท่านเจ้าสำนักคนเก่าอาจารย์ของมันและบรรพชนของราชวงศ์หลงร่วมมือกันยังมิอาจต่อสู้ได้ ไหนจักพวกปีศาจระดับจักรพรรดิที่มิมีวันตายพวกนั้น อีกทั้งวิหคเพลิงก็มิได้กลับมาพร้อมกับผู้อาวุโสสูงสุดฉีเย่ว เห็นทีครานี้ข้าคงต้องจำใจยอมรับความอัปยศในครั้งนี้
ทันใดนั้นเอง เสียงหวีดร้องอัดบาดหูของวิหคเพลิงก็ได้ดังสะท้อนขึ้นมา ตามมาด้วยเสียงคำรามของมังกรฟ้าและเสียงย่ำเท้าอันทรงพลังของเต่าดำ
หวีดด!!!!
โฮง!!!
ตึม ตึม ตึม!!!
“ต้องการตัวข้าเช่นนั้นรึ” เสียงที่สอดแทรกไปด้วยพลังปราณอันทรงพลังดังขึ้นทันที
หยางหลง หลงซาน เฮยหนานและผู้คนทั้งหลาย มองตามที่มาของเสียงอันทรงพลังนั้น ก็ได้พบเข้ากับชายหนุ่มผู้หนึ่งยืนกอดอกอยู่เหนือศีรษะของวิหคเพลิง บนไหล่มีแมวสีชาดตัวหนึ่งนั่งอยู่อย่างอาจหาญ เป็นหลินฮันและหลินหงนั่นเอง
ด้านหลังของหลินฮัน บนแผ่นหลังอันกว้างใหญ่ของวิหคเพลิง มีผู้คนอยู่เป็นจำนวนมากทั้งชายและหญิงล้วนแล้วแต่เป็นศิษย์สำนักเทพกระบี่
ด้านขวาของหลินฮัน มีมังกรฟ้าตัวเขื่องพร้อมชายผู้มีเส้นผมสีขาว ลั่วจวิน ยืนอยู่บนศีรษะของมังกรฟ้า บนหลังของมังกรฟ้าเป็นผู้อาวุโสและศิษย์ของสำนักสราณรมย์
ด้านซ้ายของหลินฮัน มีเต่าดำรูปร่างใหญ่โตพร้อมชายรูปร่างสูงใหญ่กำยำ ฟงสืออี้ ยืนอยู่บนศีรษะของเต่าดำตัวใหญ่ ด้านหลังมีผู้คนจำนวนมากเช่นกันล้วนแล้วแต่เป็นศิษย์และผู้อาวุโสสำนักโลหิต
ภาพดังกล่าวล้วนทำให้ผู้พบเห็นตื่นตะลึง การรวมตัวของสัตว์เทวะทั้ง 3 แต่ผู้คนยังสงสัยยิ่งนัก เจ้าแมวสีชาดที่อยู่บนไหล่ของหลินฮันเหตุใดจึงดูน่าเกรงขามนัก หลินหงที่มองเห็นพยัคฆ์ขาวเทวะนั้นก็พลันปะทุความโกรธเเค้นขึ้นมาทันที มันปลดปล่อยพลังแรงกดดันอันมหาศาล พื้นดินแตกระแหงจากพลังกดดันของหลินหง ก้อนหินน้อยใหญ่ต่างลอยขึ้นมาบนอากาศ พลังระดับเทวะขั้น 9 มิใช่เรื่องล้อเล่นแม้เเต่น้อย
ก่อนหน้านี้ไม่นาน หลินฮันที่ได้ออกมาจากประตูเทพสวรรค์แปรเปลี่ยนก็ได้พบกับสัตว์เทวะทั้ง 3 ได้แก่วิหคเพลิง มังกรฟ้าและเต่าดำที่รออยู่หน้าประตูเทพสวรรค์แปรเปลี่ยน พวกมันล้วนเคารพหลินฮันอย่างนอบน้อมทำให้ผู้คนที่ติดตามมาด้วยแปลกใจยิ่งนักโดยเฉพาะลั่วจวินและฟงสืออี้ สัตว์เทวะทั้งสองของสำนักพวกมันนั้นยอมก้มหัวให้ผู้อื่นเช่นนั้นรึ
หลินฮันใช้วิหคเพลิงเป็นพาหนะเดินทางไปยังเมืองเขียวอรุณที่อยู่ไม่ไกลโดยมีลั่วจวินและฟงสืออี้พร้อมผู้คนขอติดตามไปด้วย เมื่อมาถึงเมืองเขียวอรุณก็ได้พบกับซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือน มีเพียงอาณาเขตตระกูลหลินเท่านั้นที่มิเป็นอันใดแม้แต่น้อย หลินฮันจึงรีบเร่งเข้าไปในตระกูลหลิน จึงได้รู้ข่าวว่ามีปีศาจรูปร่างคล้ายมนุษย์ บุกเมืองเขียวอรุณและเมืองอื่นๆจนย่อยยับ ในตอนนี้พวกปีศาจเหล่านั้นล้วนกำลังเข้าโจมตีเมืองหลวง
ในบริเวณนี้เหลือเพียงอาณาเขตตระกูลหลินเท่านั้นที่มิเป็นอันใด หลินฮันถึงกับกุมขมับในทันที มันเป็นคนบอกกล่าวให้หลินหงดูแลครอบครัวของตนเป็นอย่างดี แต่นึกมิถึงว่าเจ้าแมวตัวนี้จักซื้อตรงถึงเพียงนี้ นี่มันซื่อตรง ซื่อบื้อหรือขี้เกียจกันแน่ หลินฮันเดินไปบิดหูเจ้าหลินหงที่กำลังสวาปามเนื้อย่างอย่างทันที หลินหงรู้สึกถึงพลังเทพบรรพกาลในตัวหลินฮันถึงกับทำสีหน้าเเปลกประหลาด นี่มันกลิ่นอายพลังของเจ้าเทพกะล่อนหลินฟ่าน เหตุใดนายท่านของมันถึงมีพลังแห่งเทพบรรพกาลจอมกะล่อนนั่นได้ แต่หลินหงก็มิได้กล่าวถามอันใด
หลินฮันกล่าวกับลั่วจวินและฟงสืออี้ว่าตนเองจักเข้าไปต่อสู้กับปีศาจที่กำลังเข้ามาโจมตีเมืองหลวง คนทั้งสองจึงขอติดตามมาช่วยเหลือด้วย ทันใดนั้นหลินหงที่กำลังกินเนื้อย่างอยู่ได้รับรู้ถึงพลังบางอย่างอันคุ้นเคย "พยัคฆ์ขาวสารเลว" หลินหงกล่าวขึ้นมาด้วยอารมณ์โกรธแค้น มันได้ทิ้งเนื้อย่างที่กำลังกินอย่างเอร็ดอร่อยเมื่อครู่แล้วกระโดดขึ้นไปบนไหล่ของหลินฮันทันที