จับหลักฐานความผิดของ เย่เฉิน?
“ท่านอธิการบดีเย่!”
พอเห็นแบบนั้น หาน หย่งหมิง ก็รีบตะโกนเรียก
“หืม?”
“เพื่อนนักเรียนหาน?”
“มีอะไรหรือเปล่า มาหาฉันเหรอ?”
เย่เฉิน หันศีรษะกลับมามอง หาน หย่งหมิง
“ท่านอธิการบดีเย่ คุณไม่รู้จักคนใหญ่คนโตที่อยู่ข้างๆ ผมหรือครับ?”
หาน หย่งหมิง ถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“ไม่รู้จัก”
เย่เฉิน ส่ายหน้า คนบนโลกมีตั้งเยอะ ฉันจะไปรู้จักหมดได้อย่างไรล่ะ?
โอ้ ที่แท้เขาก็ไม่รู้จัก คุณเหอ แบบนี้เอง ก็ว่าอยู่…
“ท่านนี้คือ คุณเหอ ฟานเหวิน รองประธานประจำภูมิภาคจีนแผ่นดินใหญ่ของ เอลตัน อินเตอร์เนชั่นแนล เอดดูเคชัน กรุ๊ป ครับ”
หาน หย่งหมิง แนะนำเรื่องนี้อย่างจริงจัง
เหอ ฟานเหวิน ที่ได้ยินดังนั้นก็ยืดอกตรง และมองไปที่ เย่เฉิน ด้วยสายตาที่เหนือกว่าทันที
“อ้อ”
เย่เฉิน แค่ตอบรับเบาๆ ไปแบบไม่ใส่ใจ แล้วก็หันหลังเตรียมจะเดินกลับไปที่ห้องทำงานของตัวเองต่อ
อะไรน่ะ? รองประธานฯ ของ เอลตัน อินเตอร์เนชั่นแนล เอดดูเคชัน กรุ๊ป นั่น ..มันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ?
เมื่อเห็นท่าทีเฉยเมยแบบนี้ของ เย่เฉิน ทำเอาทั้ง หาน หย่งหมิง และเหอ ฟานเหวิน อึ้งไปหมด นี่มันอะไรกัน?
เมื่อครู่ที่ เย่เฉิน ไม่รู้จัก เหอ ฟานเหวิน แล้วเดินผ่านไปแบบไม่ทัก ก็ว่าไปอย่าง แต่ตอนนี้ที่รู้แล้วว่าเขาเป็นใคร ก็ยังจะทำเฉยเมยอีกเนี่ยนะ!?
ใบหน้าของ เหอ ฟานเหวิน เริ่มมืดครึ้มขึ้นเรื่อยๆ
ชัดเจนเลยว่าไอ้เด็กนี่มันไม่เห็นหัวฉันเลยสักนิด!
“ท่านอธิการบดีเย่ คุณเหอ ฟานเหวิน เขามาที่นี่เพื่อคุยกับท่านนะครับ ท่านช่วยรอหน่อยเถอะ”
หาน หย่งหมิง รีบพูดถึงจุดประสงค์ของเขาทันที
“หือ มาหาฉัน?”
เย่เฉิน ขมวดคิ้วขึ้น วันนี้คนมาเยอะจริงๆ แฮะ นี่ใครมาอีกแล้วล่ะ?
เย่เฉิน หยุดเดิน แล้วหันกลับมา
“ใช่ ฉันมาหาคุณ”
เหอ ฟานเหวิน ได้ยอมรับในเรื่องนั้นตรงๆ
“มีเรื่องอะไร เชิญว่ามาเลยครับ”
เย่เฉิน พูดตอบไปอย่างสุภาพ
“จะให้ฉันพูดตรงนี้เลยเรอะ?!”
เหอ ฟานเหวิน ถามกลับด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ทั้งไฟโทสะในใจของเขาก็กำลังคุกรุ่นแล้ว
ฉันเป็นถึงผู้บริหารระดับสูงมาหาลูกน้อง แต่ลูกน้องกลับไม่สนใจ ไม่ให้เกียรติแล้วยังจะให้ฉันพูด ..กันตรงทางเดินอีกเรอะ?
แม้แต่น้ำชาสักถ้วยยังไม่ยกมาให้ฉันเลย? นี่มันอะไรกัน?
ไอ้หมอนี่มันมีมารยาทหรือเปล่า? รู้จักคำว่า ‘ให้เกียรติ’ ไหม?
“เอ่อ.. ท่านอธิการบดีเย่ รีบเชิญ คุณเหอ เข้าห้องทำงานสิครับ”
หาน หย่งหมิง เห็น เหอ ฟานเหวิน เริ่มไม่พอใจ ก็รีบเสนอทันที
“เข้าห้องทำงานเหรอ… ไม่ต้องหรอก ห้องฉันมีแขกอยู่แล้ว ถ้า คุณเหอ มีอะไรจะพูด ก็คุยกันตรงนี้เลยแล้วกัน”
เย่เฉิน ตอบกลับไปแบบใจเย็น
คราวนี้ เหอ ฟานเหวิน ของขึ้นเต็มที่แล้ว ตอนนี้ไฟโทสะในใจของเขาแทบจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว!
เจ้าเด็กนี่มันไม่เห็นหัวฉันเลยจริงๆ ทั้งๆ ที่ หาน หย่งหมิง ก็ส่งสัญญาณชัดแล้ว แต่มันยังกล้าปฏิเสธอีก? จะให้ฉันพูดกันมันต้องริมทางเดินเนี่ยนะ!?
“แล้วใครอยู่ในห้องคุณ? ก็ไปบอกให้เขาออกมาเดี๋ยวนี้เลย!!”
เหอ ฟานเหวิน สั่ง เย่เฉิน ด้วยความโกรธ
ฉันเป็นถึงผู้บริหารระดับสูงของไอ้หนุ่มนี่ แต่กลับต้องมายืนพูดคุยกับมันนอกห้อง ในขณะที่คนอื่นกลับนั่งอย่างสบายใจในห้อง ไอ้บ้านี่มันไม่ใช่สลับลำดับความสำคัญผิดเหรอไง?
ฉันคือใคร? ฉันคือรองประธานประจำภูมิภาคจีนแผ่นดินใหญ่ของ เอลตัน อินเตอร์เนชั่นแนล เอดดูเคชัน กรุ๊ปนะ ตำแหน่งระดับนี้ไม่ใช่ใครจะเจอได้ง่ายๆ หรอก!
“จะให้คุณเข้าไป แล้วให้เธอออกมา?”
เย่เฉิน พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูคล้ายจะลำบากใจเล็กน้อย
“ถ้าคุณอยากเข้าไปจริงๆ งั้นเชิญเข้าไปเองเลยครับ ไปบอกเธอด้วยตัวเองก็แล้วกัน”
เย่เฉิน พูดพลางถอยไปเล็กน้อย เปิดทางให้อีกฝ่าย
“เดี๋ยวผมจัดการให้เองครับ คุณเหอ!”
หาน หย่งหมิง อาสาไปแทนทันที
“ดีเลย! ไปไล่คนในนั้นให้มันออกมาซะ!”
เหอ ฟานเหวิน พยักหน้าเล็กน้อย ในใจเขาคิดว่า คนที่อยู่ในห้องของ เย่เฉิน ตอนนี้ น่าจะเป็นกิ๊ก หรือผู้หญิงที่มาคลุกกันในเวลางานแน่ๆ!
และไอ้เจ้านี่ก็คงไม่อยากให้ตัวฉันเองรู้ความจริง ถึงไม่ยอมเชิญให้เข้าไปในห้องทำงาน ไม่งั้น... ก็เว้นแต่ว่าหมอนี่สมองพังไปแล้ว ถึงจะกล้าพูดกับเจ้านายอย่างฉันแบบนี้!
“ไม่ว่าแกจะซ่อนใครเอาไว้ในนั้น แต่แกจำไว้เลย กล้าดูถูกหัวหน้าแบบนี้ ตำแหน่งอธิการบดีของแก ไม่ต้องหวังว่าจะรักษาไว้ได้อีกต่อไป!”
เหอ ฟานเหวิน ก้าวเข้ามาข่มขู่ เย่เฉิน อย่างดุดัน
คราวนี้ไม่ต้องให้ หาน หย่งหมิง มาขอร้อง ในขณะนี้เขาเองก็อยากลาก เย่เฉิน ลงจากตำแหน่งอธิการบดีอยู่แล้ว
กล้ามาทำตัวหยาบคายกับฉันขนาดนี้ ยังคิดจะทำงานอยู่ใน เอลตัน อินเตอร์เนชั่นแนล อีกเหรอ ฝันไปเถอะ!
“ไอ้หนู ฉันไม่สนว่าแกมีใครหนุนหลัง ไม่ว่าคนๆ นั้นจะมีอำนาจเพียงใด วันนี้ต่อให้องค์จักรพรรดิ์มาเอง แกก็ต้องถูกปลดออกจากตำแหน่ง!!!”
เหอ ฟานเหวิน ข่มขู่ เย่เฉิน สุดตัว
ขอแค่เขาลากคนในห้องออกมาเจอหน้า และมีหลักฐานแล้วล่ะก็ ..ต่อให้พระเจ้าก็ช่วยอะไรไอ้หมอนี่ไม่ได้!
“เหรอ?”
เย่เฉิน ส่ายหน้าเบาๆ อย่างอดไม่ได้
เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าอะไรทำให้ เหอ ฟานเหวิน มั่นใจขนาดนี้ หรือว่าอยู่ในบริษัทนานจนเหลิง จนกลายเป็นคนหยิ่งยะโส ไม่เห็นหัวใครแล้ว?
“ยังจะเหรออีกเรอะ!!!”
เมื่อพูดถึงขนาดนี้แล้ว เย่เฉิน ยังไม่กลัว แถมยังทำหน้าตาเฉย
เหอ ฟานเหวิน ก็ยิ่งโกรธหนักยิ่งกว่าเดิม ไอ้นี่มันกำลังท้าทายฉันชัดๆ! แบบนี้ยอมไม่ได้!
“อีกไม่นาน แกจบแน่!”
เหอ ฟานเหวิน พูดพร้อมหัวเราะเสียงเย็นๆ พลางยืนกอดอกอย่างมั่นใจ
ตอนนั้นเอง หาน หย่งหมิง ก็เดินมาถึงหน้าห้องทำงานของ เย่เฉิน
เขาผลักประตูเข้าไปเต็มแรง
ในห้องทำงาน สิ่งที่เขาเห็นคือ...หญิงชาวต่างชาติในวัยสี่ถึงห้าสิบปีคนหนึ่ง กำลังนั่งคุยกับผู้ช่วยที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอ พอเห็น หาน หย่งหมิง บุกเข้ามา พวกเขาก็ถึงกับตกใจ
“พวกคุณเป็นใคร ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!”
หาน หย่งหมิง กลัวว่าพวกเขาทั้งสองคนนั้นจะฟังไม่ออกจึงพูดด้วยภาษาอังกฤษออกมาด้วยความตั้งใจ
เนื่องจากตั้งแต่เด็กก็ถูกพ่อแม่พาไปเที่ยว และทำงานที่ต่างประเทศอยู่บ่อยๆ ภาษาอังกฤษของเขาจึงค่อนข้างดีมาก
“หืม?”
หญิงชาวต่างชาติ และผู้ช่วยของเธอมองหน้ากันอย่างมึนงงสับสน
“มัวยืนอึ้งอยู่ทำไม ออกไปเดี๋ยวนี้!”
เมื่อเห็นว่าทั้งสองยังไม่ขยับ หาน หย่งหมิง เองก็กลัวว่า เหอ ฟานเหวิน จะโกรธจึงรีบพุ่งเข้าไป คว้าคอเสื้อของทั้งคู่ แล้วลากพวกเขาออกมาทันที
“คุณเหอ เชิญเข้ามาข้างในได้เลยครับ ผมไล่สองคนนี้ออกมาแล้ว!”
หาน หย่งหมิง ตะโกนเรียกขณะลงมือ
ได้ยินอย่างนั้น เหอ ฟานเหวิน ก็หันมามอง เย่เฉิน ด้วยสายตาดูแคลน จากนั้นก็เดินอาดๆ มุ่งตรงไปยังห้องทำงานอย่างมั่นใจ
แต่พอเดินมาถึงหน้าห้อง และได้เห็นหน้าของสองคนที่ถูก หาน หย่งหมิง ลากตัวออกมาเท่านั้น เหอ ฟานเหวิน ก็แทบเข่าอ่อน ทรุดลงไปกองกับพื้นทันที!
“อ้าว? คุณเหอ เป็นอะไรไปครับ?”
เมื่อเห็น เหอ ฟานเหวิน ล้มลง หาน หย่งหมิง ตกใจมากจนรีบปล่อยสองคนนั้น แล้วพุ่งเข้ามาประคอง เหอ ฟานเหวิน ขึ้นอย่างระมัดระวัง
ในขณะที่ หาน หย่งหมิง คิดว่า เหอ ฟานเหวิน จะขอบคุณตัวเอง แต่ไม่เลย เหอ ฟานเหวิน กลับผลักเขาไปออกอย่างรุนแรงด้วยสีหน้าโกรธจัด!
จากนั้น เหอ ฟานเหวิน ก็รีบเดินมาหยุดตรงหน้าผู้หญิงต่างชาติคนนั้น สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แล้วเขาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือไปว่า :
“ท่านซีอีโอ… ท่านมาที่นี่ได้ยังไงครับ…?”
คำพูดนี้ของ เหอ ฟานเหวิน ทำเอา หาน หย่งหมิง ถึงกับช็อกจนยืนนิ่งไปเหมือนรูปปั้น!
อะไรนะ?!
ซีอีโอ?!
คุณเหอ ฟานเหวิน เรียกผู้หญิงชาวต่างชาตินั่นว่า ซีอีโอ?!
ในพริบตาเดียว จิตใจของ หาน หย่งหมิง แทบจะหยุดทำงาน สมองของเขาตื้อไปหมด
ด้านหนึ่ง เหอ ฟานเหวิน มองซีอีโอของ เอลตัน อินเตอร์เนชั่นแนล เอดดูเคชัน กรุ๊ป ด้วยหัวใจที่เต้นระรัวจนแทบระเบิดออกมา
เหอ ฟานเหวิน ไม่เคยคาดคิดเลยว่า ซีอีโอ จะมาที่ประเทศจีนด้วยตัวเอง
ในความทรงจำของเขา ตั้งแต่ ซีอีโอ คนนี้เข้ารับตำแหน่งเมื่อไม่กี่ปีก่อน เธอ..ก็ไม่เคยมาเยือนที่นี่เลยสักครั้ง!
เมื่อครู่ความหยิ่งยโสทั้งหลายของเขาแทบไม่มีเหลือ เหอ ฟานเหวิน กลับกลายเป็นคนที่แสนจะต่ำต้อย และหวาดกลัวแทน
ในขณะนี้ เหอ ฟานเหวิน… ถึงกับมือไม้สั่นไปหมดแล้ว!
อีกด้านหนึ่ง เย่เฉิน ก็กำลังยืนดูเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างสงบ เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ซีอีโอ ของ เอลตัน อินเตอร์เนชั่นแนล เอดดูเคชัน กรุ๊ปก็เพิ่งมาเยี่ยมเยือนเขาอย่างกะทันหัน
เธอมาหา เย่เฉิน เป็นการส่วนตัว เนื่องจากอยากให้เขาช่วยลงทุนใน ‘มหาวิทยาลัยนานาชาติเอลตัน’ เพื่อขยายขนาดของมหาวิทยาลัย แต่เพราะขาดเอกสารบางอย่าง เย่เฉิน จึงจำเป็นต้องเดินออกไปที่ห้องเก็บเอกสารในชั้นเดียวกัน แล้วตอนกลับมาเขาก็เจอเข้ากับเหตุการณ์ทั้งหมดนี้
ฉันก็บอกไปแล้วนะว่า ‘ถ้ามีเรื่องจะพูด ก็คุยกันตรงนี้แหละ’ และนั่นถือเป็นคำแนะนำที่ใจดีมากแล้วด้วย น่าเสียดาย... ที่ เหอ ฟานเหวิน อะไรนี่ไม่เชื่อ ยังจะดื้อรั้นลากคนในห้องออกมา แถมยังสงสัยว่าฉันซ่อนคนเอาไว้ในห้องอีก
หึหึ… แล้วตอนนี้ล่ะ? เป็นไง?
“ลูกน้องของคุณนี่ ‘สุภาพ’ มากเลยนะคะ…”
ซีอีโอของ เอลตัน อินเตอร์เนชั่นแนล เอดดูเคชัน กรุ๊ป – วาเลอรี มองไปทาง หาน หย่งหมิง ด้วยสายตาเย็นยะเยือก น้ำเสียงของเธอก็เย็นเฉียบจนน่าขนลุก
ในบริษัท วาเลอรี เป็นคนที่มีชื่อเสียงเรื่องอารมณ์ดี เธอมีนิสัยเป็นมิตร และเป็นที่รักของพนักงานทุกคน
แต่ต่อให้เป็นคนอารมณ์ดีแค่ไหน ถ้าจู่ๆ ถูกใครก็ไม่รู้มาคว้าจับคอเสื้อ แล้วลากคุณออกมาอย่างหยาบคาย แบบนี้ ..ต่อให้เป็นใครก็ต้องโกรธทั้งนั้น!!!
หลังจากดุ เหอ ฟานเหวิน เสร็จ วาเลอรี จึงค่อยๆ หันไปมอง เย่เฉิน…