ความจริงอันแสนเจ็บปวด

ทันทีที่ลำแสงที่พุ่งเข้าไปยังหว่างคิ้ว หลินหงแน่นิ่งไปทันที ภาพเรื่องราวมากมายเมื่อล้านปีก่อนปรากฎขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ทุกความทรงจำล้วนแล้วแต่เป็นความทรงจำของพยัคฆ์ขาวเทวะทั้งสิ้น หลินหงถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความเศร้าโศกและเจ็บปวด หลินหงได้รับรู้ทันทีว่าแสงที่พุ่งเข้าหว่างคิ้วของตนเป็นดวงจิตสุดท้ายของพยัคฆ์ขาวเทวะ น้องชายของตนเอง

หลินหงเข้าใจผิดมาโดยตลอดว่าน้องชายของตนพยัคฆ์ขาวเป็นผู้ทรยศ หักหลังล่อลวงตนเองไปขังไว้ในประตูลงทัณฑ์เทพที่มิมีทางออกมาได้ เพราะต้องการความเป็นใหญ่ของตน แท้จริงแล้วนั้นพยัคฆ์ขาวเทวะทำเพื่อหลินหงทั้งสิ้น

สงครามในครั้งนั้น เทพแห่งความตายและเทพแห่งสงครามที่ตัวหลินหงเองเข้าใจว่าได้สังหารไปหมดสิ้นแล้ว พวกมันยังมิได้เป็นอันใดเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังได้รับความช่วยเหลือจากเทพแห่งปัญญา จนมีพลังและกองทัพที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก กำลังที่จะบุกมาสังหารหลินหง พยัคฆ์ขาวไป๋หู่ที่ได้รับรู้เรื่องราว จึงได้ไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้วตัดสินใจทันที หากบอกพี่ชาย พี่ชายของมันย่อมมิมีทางหลบหนีไปเป็นแน่ มันจึงหลอกให้หลินหงเข้าไปในประตูลงทัณฑ์เทพ แล้วส่งลงมายังแดนมนุษย์ พร้อมปล่อยข่าวลือว่าพยัคฆ์เทวะทมิฬสีชาดพี่ชายของมันนั้นได้ตายไปแล้ว จากนั้นพยัคฆ์ขาวเทวะไป๋หู่ ร่วมมือกับสัตว์เทวะทั้ง 3 ได้แก่มังกรฟ้า วิหคเพลิงและเต่าดำต่อสู้ สุดท้ายพวกมันก็มิอาจต่อกรกับอีกฝ่ายได้เลยแม้แต่น้อย สัตว์เทวะทั้งสี่ใช้พลังเฮือกสุดท้าย ส่งลูกหลานของพวกมันสัตว์เทวะมายังแดนมนุษย์นี้เอง



“ไป๋หู่ ข้าจักล้างแค้นให้เจ้าให้จงได้” หลินหงคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างมหาศาล หลินหงรู้สึกขอบคุณสวรรค์ยิ่งนัก ที่ได้ส่งหลินฮันเป็นผู้มาปลดปล่อยตนเอง

“เจ้าเป็นอันใดไปหรือหลินหง” หลินฮันกล่าวถามออกมา

“มิได้มีอันใดขอรับ ข้าเพียงนึกถึงความหลังเท่านั้น” หลินหงกล่าวตอบ

“เจ้าจักจัดการเจ้าพยัคฆ์ขาวตนนี้เช่นไร” หลินฮันกล่าวถาม

หลินหงถอนหายใจเบาๆแล้วกล่าวออกไปว่า “ข้าจักไว้ชีวิตมันขอรับ ขอให้นายท่านใช้ดาบของนายท่าน ตัดเชือกสีดำที่ควบคุมมันอยู่ออกได้หรือไม่ขอรับ”

“ย่อมได้ ต้าเซิ่น” ฉึบ! เชือกสีดำที่คอของพยัคฆ์ขาวขาดออกทันที ดวงตาที่เป็นสีดำเริ่มสุขสว่างขึ้นมา “พวกท่านเป็นใคร ข้ามาอยู่นี่ได้เช่นไร” พยัคฆ์ขาวกล่าวถามอย่างมึนงง ด้วยน้ำเสียงอันเหนื่อยอ่อน มันจำได้ว่าตนเองนอนอยู่ในถ้ำของตนเองในอาณาจักรเมฆา แต่เหตุใดบริเวณที่มันอยู่ตอนนี้นั้นมิใช่ถ้ำของมันเลยแม้แต่น้อย

เมื่อได้มองเห็นร่างสีชาดอันใหญ่โต ร่างกายของมันพลันสั่นสะท้านในทันที “ท่านลุง”

มองออกไปรอบตัวก็ได้พบกับมังกรฟ้า วิหคเพลิงและเต่าดำ “พวกเจ้า”

หลินหงยิ้มให้พยัคฆ์ขาวอย่างอ่อนโยนพร้อมกับถ่ายเทพลังปราณเข้าร่างกายของมัน แล้วกล่าวขึ้นว่า “เจ้ามิต้องพูดอันใดในตอนนี้ จงไปกับข้า” กล่าวจบหลินหงย่อขนาดของตนให้กลายเป็นแมวสีแดงตัวหนึ่ง แล้วกระโดดขึ้นไปอยู่บนไหล่ของหลินฮัน พยัคฆ์ขาวเห็นดังนั้นก็ทำตามในทันทีแล้วเดินตามหลินฮันไป

หลินฮันเข้าไปหาผู้คนของสำนักเทพกระบี่ในทันที “ท่านเจ้าสำนักท่านเป็นอันใดหรือไม่ขอรับ”

“ข้ามิได้เป็นอันใดเลยแม้แต่น้อย กลับมาจากอารยธรรมโบราณครานี้เจ้ามีพลังแกร่งกล้ายิ่งนัก ข้ามองพลังของเจ้ามิออกเลยแม้แต่น้อย” หยางหลงกล่าวออกมา

หยางจื่อจึงกล่าวขึ้นมาว่า “เจ้ายังมิได้บอกเล่าอันใดให้ข้ารับรู้ถึงเหตุการในวงกตนั่นเลยแม้แต่น้อย ” ตัวนางที่มีพลังระดับราชันจักรพรรดิขั้น 8 ซึ่งถือว่ามากที่สุดในดินแดนแห่งนี้ในตอนนี้ยังมิอาจมองพลังของหลินฮันออกได้เลย ในตอนนั้นมันจักต้องมีอันใดบางอย่างแน่นอน

ทันใดนั้นหลี่กวงก็กล่าวขึ้นทันทีว่า “เรื่องราวในวันนี้เพราะเจ้าเป็นต้นเหตุ ทำให้อาณาจักรเกือบล่มสลาย เจ้าจักชดใช้เช่นไร” มันมองดาบในมือของหลินฮันด้วยดวงตาเป็นประกาย

หลินฮันจึงกล่าวออกไปว่า “หรือประตูลงทัณฑ์เทพมิอาจทำให้ท่านพอใจ สงสัยมันคงสูบพลังปราณในขุนเขาของท่านน้อยไปกระมัง” หลินฮันยกยิ้มอย่างผู้มีชัย

หลี่กวงได้ยินดังนั้นถึงกับพูดมิออกบอกมิถูก หลังจาที่หลี่กวงเจ้าขุนเขายุทธภัณฑ์นำประตูลงทัณฑ์เทพไปไว้ในขุนเขาของตน พลังปราณในขุนเขาก็ลดน้อยลงไปอย่างมาก จนมันคิดจักนำมาคืนหลินฮัน แต่ประตูบ้าเจ้ากรรมมิยอมขยับไปไหนเลยแม้แต่น้อย ตัวหลี่กวงเองถึงกับจนปัญญา ส่วนผู้อาวุโสคนอื่นๆล้วนเข้ามาทักทายหลินฮันอย่างนอบน้อม ในขณะนั้นเอง

หลงซานและองค์รัชทายาทหลงเทียนหมิง เดินเข้ามาหาหลินฮันด้วยอาการหวาดเกรง เพราะมิสามารถระบุพลังของหลินฮันได้เลย คนทั้งสองมิเพียงเกรงกลัวหลินฮันเพียงคนเดียวเท่านั้น พวกมันเกรงกลัวแมวสีชาดที่อยู่บนไหล่ของหลินฮันและพยัคฆ์ขาวที่อยู่ด้านหลังของหลินฮัน

“ท่านเจ้าขุนเขาหลิน ขอบใจท่านยิ่งนักที่ได้ช่วยเหลืออาณาจักรของข้าจนพ้นเคราะห์ในครั้งนี้” หลงซานกล่าวออกมาอย่างนอบน้อม

หลินฮันจึงกล่าวออกมาว่า “เป็นเพราะข้าที่เป็นต้นเหตุในครั้งนี้ หากพวกท่านต้องการสิ่งใดโปรดบอกข้ามาเถิด หากข้าสามารถทำได้ข้าย่อมทำอย่างสุดกำลังแน่นอน”

รัชทายาทหลงเทียนหมิงดวงตาเป็นประกาย มันกำลังพิจารณาว่าจักเอาดาบสีรุ้งเล่มนั้น หรือเอาแมวที่อยู่บนหัวไหล่ของหลินฮันดี





ตอนก่อน

จบบทที่ ความจริงอันแสนเจ็บปวด

ตอนถัดไป