ใช้ หนิงซวง เป็นเดิมพัน?

สำหรับร้านค้าระดับแปดดาวที่จะได้รับการอัปเกรด เย่เฉิน ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก ขอแค่มีสินค้าในระดับเดียวกับ ‘หุ้นของบริษัท Blackstone Group’ หรือ ‘หุ้นของบริษัท เอ้อร์ซิง อิเล็กทรอนิกส์ กรุ๊ป’ ก็เพียงพอแล้ว

หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เย่เฉิน ก็ออกจากบ้าน

ประมาณสี่ถึงห้าสิบนาทีต่อมา เย่เฉิน ก็มาถึงมหาวิทยาลัยปักกิ่ง

“ฉันอยู่นี่!”

จากระยะไกล ซู หนิงซวง โบกมือไปมาอย่างร่าเริง เพื่อทักทาย เย่เฉิน

ช่วงเที่ยงวันนี้ ซู หนิงซวง นัด เย่เฉิน มาเจอกันที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง

ซึ่งในช่วงบ่ายเธอว่างพอดี และก่อนหน้านี้ เย่เฉิน เคยบอกว่าอยากออกมาเที่ยวชมมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ซู หนิงซวง ก็เลยไม่ลืม และใช้โอกาสนี้พา เย่เฉิน มาเยี่ยมชม

เย่เฉิน เดินเข้าไปหา ซู หนิงซวง จากนั้นทั้งสองก็เริ่มเดินชมมหาวิทยาลัยปักกิ่งด้วยกัน

นี่เป็นครั้งแรกที่ เย่เฉิน ได้มาเยือนมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งนี้ เขาเองจึงรู้สึกตื่นเต้นมาก และสนใจในทุกสิ่งอย่างอยู่รอบตัว

ภายใต้การแนะนำของ ซู หนิงซวง เย่เฉิน ได้ชมอาคารชื่อดังหลายแห่งในมหาวิทยาลัยปักกิ่ง

ไม่นาน ทั้งคู่ก็มาถึง ‘เจดีย์ปั๋วหญ่า(愽雅塔)’ ซึ่งเป็นอาคารที่มีชื่อเสียงที่สุดของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง

วันที่ ซู หนิงซวง มาเรียนวันแรก เพื่อนผู้หญิงที่เคยไปเยือนคฤหาสน์สไตล์โบราณสุดหรูของ เย่เฉิน ด้วยกัน ก็เคยเล่าประวัติของเจดีย์ปั๋วหญ่าให้ หนิงซวง ฟังแล้ว

และตอนนี้ก็ถึงคราวที่ ซู หนิงซวง จะเล่าเรื่องนี้ให้ เย่เฉิน ฟังบ้าง

ขณะที่ ซู หนิงซวง กำลังเล่าไปได้ครึ่งทาง ชายหนุ่มผมยาวที่มีท่าทางเจ้าชู้คนหนึ่งก็เดินเข้ามา

“คุณผู้หญิงแสนสวยคนนี้ ไม่ทราบว่าคุณจะยอมมาเป็นแบบให้ผมวาดรูปสักครู่ได้ไหมครับ?”

ชายหนุ่มผมยาวพูดอย่างสุภาพมาก

“หลังจากวาดเสร็จ ผมจะมอบภาพนั้นให้คุณเป็นของที่ระลึก”

“ไม่สนใจค่ะ”

ซู หนิงซวง หันหน้าไปทางอื่น ปฏิเสธชายหนุ่มผมยาวอย่างเย็นชา

วันนี้ในที่สุดฉันก็มีโอกาสได้อยู่กับ เย่เฉิน ตามลำพังสักที ไม่อยากให้ใครมารบกวนเลย แต่ผู้ชายคนนี้ดันมาขัดจังหวะซะได้ น่ารำคาญจริงๆ

“คุณผู้หญิง การได้เป็นแบบให้ผมวาดรูปนะ เป็นสิ่งที่ผู้หญิงหลายคนใฝ่ฝันเลยนะครับ ผมหวังว่าคุณจะลองพิจารณาให้ดีๆ”

ชายหนุ่มผมยาวยังคงไม่ยอมแพ้

“อ้อ ลืมแนะนำตัวไปเลย ผมชื่อ ไต้ ลี่เทา อยู่คณะศิลปกรรมครับ”

สุดท้าย ชายหนุ่มผมยาวก็ได้แนะนำตัวเองด้วยท่าทีหลงตัวเองสุดๆ

โดยเฉพาะตอนที่เขาเอ่ยชื่อของตัวเองออกไป เขายังเน้นเสียงหนักเป็นพิเศษอีกด้วย!!!

“ไต้ ลี่เทา?”

“เขาคือรุ่นพี่อัจฉริยะของคณะศิลปะนั่นเองเหรอ?”

“รุ่นพี่ไต้! หนูอยากให้รุ่นพี่วาดภาพให้มากเลยคะ หนูยอมควักค่าใช้จ่ายทั้งเดือนให้เลย!”

สาวๆ ที่อยู่ใกล้ๆ พอได้ยินเขาแนะนำตัวก็พากันตื่นเต้นกันใหญ่

ดูเหมือนว่าชายหนุ่มผมยาวคนนี้จะเป็นดาวเด่นของคณะศิลปะ เป็นอัจฉริยะด้านการวาดภาพจริงๆ

“คุณผู้หญิง ผมว่าคุณควรพิจารณาให้ดีอีกทีนะครับ ผมเชื่อว่าพี่ชายท่านนี้คงไม่ใจแคบ หรือขี้หวงหรอก ก็แค่วาดภาพหนึ่งภาพเอง…”

ไต้ ลี่เทา จงใจหันไปจ้องมอง เย่เฉิน พลางพูดด้วยน้ำเสียงเสียดสี

“ไม่จำเป็นคะ ถ้าฉันอยากได้ภาพวาด ฉันให้แฟนของฉันวาดให้ก็ได้ ไม่ต้องรบกวนคนอื่นหรอกค่ะ แฟนของฉันก็มีความสามารถด้านศิลปะในระดับหนึ่งเหมือนกัน”

ซู หนิงซวง ปฏิเสธชายหนุ่มผมยาวอย่างไม่ลังเลอีกครั้ง หวังว่าเขาจะรู้ตัว และถอยไปเสียที

“โอ้?”

“พี่ชายคนนี้ก็มีฝีมือด้านศิลปะเหมือนกันเหรอ?”

หลังจากได้ยิน ซู หนิงซวง พูดแบบนั้น ไต้ ลี่เทา ชายหนุ่มผมยาวก็หันไปมอง เย่เฉิน อีกครั้ง

ก่อนจะเอ่ยปากถามอย่างเย้ยหยัน ทั้งในน้ำเสียงยังแฝงความเย่อหยิ่ง และดูถูกอยู่ไม่น้อยเลยว่า :

“ฉันเคยได้แชมป์การประกวดศิลปะระดับประเทศมาแล้วถึงห้าครั้ง ยังไม่กล้าอวดอะไรเลยนะ”

“ไม่ทราบว่าพี่ชายคนนี้ที่ว่ามี ‘ฝีมือ’ เนี่ย หมายถึงว่าเรียนวาดรูปมาตอนประถม หรือว่าตอนมัธยมต้นล่ะ?”

เมื่อเจอคำดูถูกแบบนี้ เย่เฉิน ตอบโต้กลับทันทีโดยไม่ลังเล :

“ว่าฉันมีฝีมือด้านวาดรูปหรือไม่ อาจจะพูดยาก แต่ถ้าแค่จะ ‘ขยี้’ นายล่ะก็… ง่ายมาก”

“โอ้โห ขยี้ฉันง่ายมากเหรอ… ฮ่าๆๆๆๆๆ ขำจนท้องแข็งเลย”

ชายหนุ่มผมยาวระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นออกมา

“ให้ตายสิ.. ไม่เคยเจอคนพูดจาเหลวไหลได้ขนาดนี้มาก่อนเลยจริงๆ”

ในฐานะ ‘อัจฉริยะศิลปะ’ ของคณะ เขาไม่เคยถูกใครหักหน้าต่อหน้าคนอื่นแบบนี้มาก่อนเลย

“พูดจาโอ้อวดไร้สาระจริงๆ”

“จะมาขยี้ รุ่นพี่ไต้ ให้ได้เนี่ย ฝันกลางวันเหรอ?”

“ฉันก็ไม่เคยเจอคนไม่รู้จักอายขนาดนี้เหมือนกัน”

บรรดากลุ่มสาวๆ ที่ชื่นชม ไต้ ลี่เทา ชายหนุ่มผมยาวต่างพากันวิจารณ์ เย่เฉิน อย่างดูแคลน

“งั้นเอาแบบนี้ไหม เรามาเดิมพันกันสักหน่อย?”

ชายหนุ่มผมยาวเสนอขึ้นมาอย่างกะทันหันว่า :

“ฉันกำลังอยากจะวาดภาพเจดีย์ปั๋วหญ่า(博雅塔)อยู่พอดี นายบอกว่าตัวเองเก่งกว่าฉัน งั้นเรามาแข่งกันว่าใครวาดเจดีย์ปั๋วหญ่าได้ดีกว่ากัน”

“ถ้านายแพ้ ก็ให้แฟนนายมาเป็นแบบให้ฉันหนึ่งวัน เป็นไง?”

เมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายนี้ แววตาของ เย่เฉิน พลันเย็นยะเยือกขึ้นมา

“ฉันไม่เคยเอาผู้หญิงของฉันมาเป็นเดิมพัน!!!”

เย่เฉิน ตอบด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ

ทันใดนั้น เสียงข้อความแจ้งเตือนจากเกมก็ดังขึ้นมา

[ติ๊ง!]

[ภารกิจท้าทาย : ประลองฝีมือกับ ไต้ ลี่เทา ดูซิว่าใครมีระดับฝีมือทางศิลปะเหนือกว่ากันอย่างเห็นได้ชัด ล้มล้างความเย่อหยิ่งของเขาอย่างหนักหน่วง และให้เขาได้รับรู้ว่ายังมีคนที่เก่งกว่าเขาอีกมาก อย่าได้กล้าทะนงตนอีกเลย!]

[รางวัลภารกิจ : หุ้น 1% ของ Penguin Group]

[รางวัลภารกิจ : 723 คะแนนค่าประสบการณ์]

[รางวัลภารกิจ : 465 คะแนนสะสม(ร้านค้า)]

เนื่องจากรอบๆ มีผู้คนอยู่มาก เย่เฉิน จึงยังไม่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดู

แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เย่เฉิน พอคาดเดาได้ทันทีว่าเป็นภารกิจท้าทายจากเกมแน่นอน

แต่ถึงแม้จะไม่มีเกมมาเกี่ยว เย่เฉิน ก็ยังคงต้องการ ‘ดับ’ ความอวดดีของผู้ชายคนนี้อยู่ดี

เย่เฉิน จะให้เขาได้รู้ว่า แค่เป็นอัจฉริยะ ไม่ได้แปลว่ามีสิทธิ์มาเหยียบหัวคนอื่น!!!

คิดจะให้ หนิงซวง ของฉันไปเป็นแบบงั้นเหรอ?

หมอนี่คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน?!

มันคู่ควรงั้นเหรอ?!

“ถ้านายอยากจะแข่งก็ได้ แต่ในเมื่อเป็นการแข่งระหว่างเราสองคน บทลงโทษมันก็ต้องเป็นเราสองคนเหมือนกัน”

เย่เฉิน กล่าวขึ้น

“โอ้?”

ชายหนุ่มผมยาวตอบอย่างไม่แยแส

“ฟังจากน้ำเสียง ดูเหมือนนายจะคิดบทลงโทษไว้แล้วล่ะสิ ไหน ลองว่ามาสิ?”

ตอนก่อน

จบบทที่ ใช้ หนิงซวง เป็นเดิมพัน?

ตอนถัดไป