แปดตระกูลใหญ่ในปักกิ่ง สู่การเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของปักกิ่ง!
“ปัจจุบัน ปัญหาสำคัญที่สุดที่สมาคมการค้าจิ่วติ่งของเรากำลังเผชิญก็คือการหยุดนิ่ง สมาคมอื่นๆ ต่างก็ออกกฎใหม่ พัฒนาไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่พวกเรากลับอยู่กับที่…”
เย่เฉิน ยืนอยู่บนแท่น พูดออกมาเสียงดังกังวานอย่างจริงจัง
สมาคมการค้าอื่นๆ พัฒนาไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่สมาคมการค้าจิ่วติ่งกลับย่ำอยู่กับที่ จะไม่ให้ถูกคนอื่นแซงหน้าได้อย่างไร?!
หลังจากวิเคราะห์เหตุผลที่สมาคมการค้าจิ่วติ่งแย่ลงเรื่อยๆ แล้ว เย่เฉิน ก็เสนอแนวทางที่ดีหลายข้อ
“ตราบใดที่มาตรการเหล่านี้ของฉันถูกนำไปใช้ทั้งหมด ฉันมั่นใจว่าสมาคมการค้าจิ่วติ่งของเราจะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง และอาจก้าวไปได้ไกลกว่านั้น กลายเป็นสมาคมการค้าที่ใหญ่ที่สุด และแข็งแกร่งที่สุดในปักกิ่ง!”
“ถึงตอนนั้น ทุกคนที่อยู่ที่นี่ จะต้องรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสมาคม!!!”
“ทรัพย์สินของทุกท่านในที่นี่ก็จะเพิ่มขึ้น มั่งคั่งขึ้นจนหยุดไม่อยู่!!!”
ในที่สุด เย่เฉิน ก็พูดด้วยน้ำเสียงเร้าใจ
ทันใดนั้น ก็มีเสียงปรบมือดังกระหึ่มไปทั่วห้องประชุม
สมาชิกสมาคมการค้าจิ่วติ่งหลายคนที่นั่งอยู่ด้านล่างรู้สึกตื่นเต้น เลือดสูบฉีดแรง ใครจะไม่อยากรวยขึ้น มีทรัพย์สินมากขึ้นบ้างล่ะ?
เย่เฉิน พูดได้จับใจพวกเขาจริงๆ
“เสียดายแค่ว่า ตอนนี้ตำแหน่งของฉันยังไม่สูงพอ มาตรการพวกนี้ถึงจะนำมาใช้ได้ก็ยากเหลือเกิน…”
ท้ายที่สุด เย่เฉิน ก็ถอนหายใจเบาๆ
หากอยากให้มาตรการที่ เย่เฉิน เสนอถูกนำไปใช้จริง ตำแหน่งรองเลขาธิการคงไม่พอ อย่างน้อยต้องเป็นรองประธาน ถ้าเป็นประธานสมาคมได้ก็จะยิ่งดี
“จริงสิ อีกไม่นานก็จะมีการเลือกตั้งประธานคนใหม่แล้ว รองเลขาธิการเย่ คุณลองลงสมัครสิ พวกเราจะสนับสนุนคุณ!!!”
มีคนหนึ่งนึกขึ้นได้ทันที และพูดเสียงดังขึ้น
“ใช่แล้ว รองเลขาธิการเย่ พวกเราสนับสนุนคุณ คุณลงสมัครเถอะ!”
“ขอแค่สามารถนำมาตรการเหล่านั้นมาใช้จริง เราก็ยินดีเสนอชื่อคุณเป็นประธานสมาคมคนต่อไป…”
“ผมจะลงคะแนนเสียงให้คุณเอง ลงสมัครเถอะครับ!”
เมื่อมีคนเริ่มต้น เสียงสนับสนุนก็ดังขึ้นจากคนส่วนใหญ่ในที่ประชุม ทุกคนต่างแสดงออกอย่างตื่นเต้นว่าอยากให้ เย่เฉิน ขึ้นเป็นประธานคนใหม่ของสมาคมการค้าจิ่วติ่ง
แม้แต่ ฟ่าน เจิ้งปิน ที่ตอนแรกตั้งใจจะมานั่งดูว่า เย่เฉิน มีความสามารถแค่ไหน ยังเกือบจะเผลอหลุดพูดสนับสนุนออกมา
แต่พอเขาจะอ้าปากก็กลับฉุกคิดได้ทันที
เมื่อมองดูคนรอบๆ ตัวที่กำลังตะโกนเชียร์ เย่เฉิน อย่างกระตือรือร้น ฟ่าน เจิ้งปิน ยิ่งรู้สึกเย็นวาบไปทั่วทั้งแผ่นหลัง ความหวาดกลัวค่อยๆ ผุดขึ้นมาในใจ
เย่เฉิน คนนี้เก่งเกินไปแล้ว แค่การพูดครั้งเดียวก็ชนะใจผู้คนไปมากมาย แม้แต่ฉันเองยังเกือบจะถูก เย่เฉิน คนนี้ ชักจูงด้วยซ้ำ
เมื่อมี เย่เฉิน เป็นคู่แข่ง โอกาสที่ฉันจะได้เป็นประธานสมาคมการค้าจิ่วติ่งคนต่อไปก็ลดลงอย่างมาก!!!
ฟ่าน เจิ้งปิน รู้สึกได้ถึงวิตกอย่างรุนแรง
ทางด้าน เหล่าหลัว ก็รู้สึกดีใจจนเกินคาด เย่เฉิน มอบความประหลาดใจให้กับเขาอีกครั้ง
คนที่อยู่ในที่ประชุมตอนนี้คิดเป็นประมาณหนึ่งในห้า หรือหนึ่งในสี่ของสมาชิกทั้งหมดของสมาคมการค้าจิ่วติ่ง
ในขณะนี้ คนส่วนใหญ่ในที่ประชุมต่างก็สนับสนุนให้ เย่เฉิน ขึ้นเป็นประธานคนใหม่ของสมาคมการค้าจิ่วติ่ง เมื่อรวมกับกลุ่มคนของเขาเอง ตอนนี้ เย่เฉิน สามารถแข่งขันกับผู้สมัครอีกสามคนได้อย่างสูสีเลยทีเดียว!!!
แค่การพูดครั้งเดียว ก็สามารถทัดเทียมกับผู้สมัครคนอื่นได้แล้ว
หาก เย่เฉิน ได้จัดการพูดอีกสองสามครั้ง และมีผู้ฟังมากกว่านี้อีกล่ะก็ ..จะมีผู้สนับสนุนเขาเพิ่มมากขึ้นอีกหรือไม่?!!
ยิ่งคิด เหล่าหลัว ก็ยิ่งรู้สึกว่ามันมีความเป็นไปได้แน่นอน
ในตอนแรก เหล่าหลัว คิดว่า เย่เฉิน มีโอกาสประมาณยี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่จะได้เป็นประธานสมาคมการค้าจิ่วติ่งคนต่อไป
แต่หลังจากเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ เหล่าหลัว ก็เปลี่ยนความคิดที่ว่านี้ไปโดยสิ้นเชิง เย่เฉิน มีโอกาสอย่างน้อยเจ็ดถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ที่จะได้เป็นประธานสมาคมการค้าจิ่วติ่งคนใหม่
เมื่อเห็นว่ามีคนมากมายสนับสนุนตนเอง เย่เฉิน ก็รู้สึกซาบซึ้งใจอยู่ลึกๆ แม้ว่าการวิเคราะห์ และข้อเสนอของเขาจะเป็นความจริง
แต่ในระหว่างการพูด เย่เฉิน ก็ใช้เทคนิคการพูด และกลยุทธ์ในการสื่อสารอย่างมาก ไม่เช่นนั้น ผลลัพธ์คงไม่ยอดเยี่ยมเท่านี้แน่นอน
[ทักษะนักพูดระดับโลก] ที่ได้มาจากร้านค้าระดับแปดดาวเมื่อไม่นานมานี้ช่างแข็งแกร่งสมกับที่คาดไว้จริงๆ
เป้าหมายของ เย่เฉิน ในครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ น่าเสียดายก็แค่ ..วันนี้สมาชิกสมาคมการค้าจิ่วติ่งที่มาร่วมฟังมีไม่มาก ไม่อย่างนั้น เขาอาจจะได้รับการสนับสนุนมากยิ่งกว่านี้
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ภายใต้การห้อมล้อมของกลุ่มผู้สนับสนุนจำนวนมาก เย่เฉิน ก็เดินออกจากสำนักงานใหญ่ของสมาคมการค้าจิ่วติ้ง
เมื่อ เย่เฉิน กลับถึงบ้าน เขาก็ได้รับข่าวดีอีกเรื่อง
ขณะนี้ ยอดรายได้จากภาพยนตร์ ‘ค่ำคืนอันมืดมิดกำลังมาเยือน’ ของเขาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ปัจจุบันใกล้จะแซงอันดับที่ 9 ของยอดรวมรายได้ภาพยนตร์ทั่วโลกแล้ว
คาดว่าอีกไม่กี่วัน ‘ค่ำคืนอันมืดมิดกำลังมาเยือน’ ก็จะแซงขึ้นไปเป็นภาพยนตร์อันดับ 9 ใหม่ของโลกได้เป็นผลสำเร็จ
และเมื่อภาพยนตร์ ‘ค่ำคืนอันมืดมิดกำลังมาเยือน’ กลายเป็นกระแสระดับโลก เกม ‘เข้าสู่โลกอนาคต’ ของ เย่เฉิน ก็กลับมาโด่งดังในประเทศ และต่างประเทศอีกครั้งเช่นกัน
รายได้ของเกม ‘เข้าสู่โลกอนาคต’ พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก เย่เฉิน เรียกได้ว่ารวยยับ
ก่อนหน้านี้ เคยประเมินอย่างอนุรักษ์นิยมว่า เกม ‘เข้าสู่โลกอนาคต’ จะมีกำไรประมาณหนึ่งแสนล้าน แต่ด้วยกระแสของ ‘ค่ำคืนอันมืดมิดกำลังมาเยือน’ ที่กำลังดังระเบิด ขีดจำกัดของกำไรจากเกมนี้ก็ถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น
ซึ่งนี่ยังไม่รวมกับ [การ์ดเพิ่มเพดานรายได้] ที่ เย่เฉิน เคยใช้ไปในคราวก่อน
เมื่อเทียบกับภาพยนตร์ ‘ค่ำคืนอันมืดมิดกำลังมาเยือน’ แล้ว เกม ‘เข้าสู่โลกอนาคต’ นั้นทำกำไรได้มากยิ่งกว่า
นอกจากนี้ ด้วยราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ แหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่ เย่เฉิน เป็นเจ้าของ ก็สร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกวันเช่นกัน
ทุกวัน มีเงินไหลเข้าสู่บัญชีของ เย่เฉิน ไม่ขาดสาย
เย่เฉิน ตอนนี้ ต่อให้ไม่อยากรวย ยังไงก็รวยอยู่ดี!!!
ในขณะนี้ แม้เพียงแค่นำเงินเหล่านี้ฝากธนาคาร กินดอกเบี้ยต่อวัน เย่เฉิน ก็สามารถใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ซื้อคฤหาสน์สุดหรู รถหรูราคาแพง ได้ไม่รู้จบ
ตอนนี้ เย่เฉิน มีความสามารถพอจะต่อกรกับตระกูลเย่ในปักกิ่ง และเย่ หวยชาง ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ หรือแม้แต่จะโค่นล้มอีกฝ่ายลงเลยก็ยังได้
อย่างไรก็ตาม…เย่เฉิน ในตอนนี้ สายตา และเป้าหมายของเขาได้ก้าวข้ามแค่การโค่น เย่ หวยชาง หรือแค่ทวงคืนตระกูลเย่ในปักกิ่งกลับคืนมาแล้ว!!!
สิ่งที่ เย่เฉิน ต้องการคือ หลังจากโค่นล้ม เย่ หวยชาง ทวงคืนตระกูลเย่ในปักกิ่งกลับมาแล้ว เขาจะกำจัดภัยซ่อนเร้นทั้งหมดของตระกูลเย่ให้สิ้นซากในคราวเดียว
และผลักดันตระกูลเย่ในปักกิ่งให้ก้าวไปอีกขั้น กลายเป็นผู้นำของทั้งแปดตระกูลใหญ่ในปักกิ่ง กลายเป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของปักกิ่ง!!!
คุณต้องรู้ก่อนว่า เย่ หวยชาง บริหารตระกูลเย่ในปักกิ่งมานานหลายสิบปี รากฐานมั่นคงแน่นหนา ต่อให้ เย่เฉิน โค่นล้ม เย่ หวยชาง ลงได้ อุตสาหกรรมหลายส่วนของตระกูลเย่ในปักกิ่ง ก็ยังมีคนของ เย่ หวยชาง ฝังตัวอยู่
ลูกหลานของ เย่ หวยชาง ก็จะต้องหาเรื่องวุ่นวายอย่างแน่นอน ถึงตอนนั้น แม้ว่า เย่เฉิน จะสามารถจัดการทุกอย่างได้ ตระกูลเย่ในปักกิ่งก็คงต้องบอบช้ำหนัก และอาจหลุดออกจากกลุ่มตระกูลชั้นนำของปักกิ่งเลยก็ได้
ในปักกิ่ง มีตระกูลใหญ่มากมาย แต่ตระกูลที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดจริงๆ มีเพียงแปดตระกูลเท่านั้น และตระกูลเย่ก็เป็นหนึ่งในนั้น
หากเพราะเรื่องนี้ทำให้ตระกูลเย่ในปักกิ่งหลุดออกจากแปดตระกูลชั้นนำ ความเสียหายก็คงใหญ่หลวงมาก
เย่เฉิน ย่อมไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นแน่นอน ดังนั้นเขาจะต้องเตรียมการบางอย่างล่วงหน้า!!!