ข่าวลือ

เช้าวันถัดมาชิงส่วยก็ได้เดินทางมาหาหลินฮันที่ขุนเขาเดียวดายพร้อมกับบุตรสาวชิงเหยี่ยน



“คารวะท่านเจ้าขุนเขาหลิน”

“คารวะท่านเจ้าขุนเขาหลินเจ้าคะ” ชิงส่วยและบุตรีกล่าวออกมา

หลินฮันยิ้มรับแล้วกล่าวว่า “ท่านผู้นำตระกูลชิง แม่นางชิงเหยี่ยน พวกท่านส่งคนมาก็ได้ มิเห็นต้องมาด้วยตนเองเลย”

“มิได้ขอรับ เรื่องนี้ข้าต้องจัดการด้วยตนเองถึงจะถูก” ชิงส่วยกล่าวออกมา

“ท่านพ่อบอกว่าท่านเจ้าขุนเขาหลินสามารถปรุงยาวิเศษได้ ข้าเลยขอติดตามมาด้วยเจ้าคะ” ชิงเหยี่ยนกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่หวานหยาดเยิ้ม

“เช่นนั้นเชิญท่านทั้งสองด้านในก่อน” หลินฮันเชื้อเชิญ

นี่เป็นครั้งแรงที่ชิงส่วยและชิงเหยี่ยนได้ขึ้นมายังขุนเขาเดียวดาย คนทั้งสองคิดว่าจะเป็นดั่งข่าวลือที่ว่า ขุนเขาเดียวดายพลังปราณเหือดแห้งเบาบางนัก แต่เมื่อได้มาสัมผัสด้วยตนเองจึงได้รับรู้ว่าข่าวลือนั้นไร้สาระ พลังปราณในขุนเขาเดียวดายแน่นหนายิ่งนัก หากมีโอกาศได้ฝึกฝนที่นี่ คงสามารถทะลวงระดับได้โดยง่าย พึ่งคิดไปยังมิทัน 3 ลมหายใจๆ

เบิม!

พ่อลูกตระกูลชิงถึงกับตกใจสะดุ้ง เสียงพลังปราณระเบิดก้องกังวาน เป็นเสียงของหลงซินซินนั่นเอง ตอนนี้นางสามารถตัดเข้าสู่ระดับจักรพรรดิขั้น 1 แล้ว อีกทั้งพลังปราณในร่างกายของนางยังหนาแน่นกว่าจักรพรรดิทั่วไปหลายเท่านัก ไม่นานก็ตามมาด้วยเสียงระเบิดของพลังปราณอีก 2 เสียง เป็นหลินต่งและไอ้โล้นนั่นเอง หลินต่งสามารถตันผ่านไปอยู่ยังจุดสูงสุดของพลังระดับราชันขั้น 9 ส่วนไอ้โล้นนั้นได้ตัดผ่านเป็นจักรพรรดิขั้น 4

“เป็นศิษย์ของข้าที่อยู่ตำหนักข้างๆข้าตัดผ่านระดับได้สำเร็จ พวกท่านมิต้องตกใจ” หลินฮันกล่าวอย่างสบายอารมณ์”

พ่อลูกตระกูลชิงถึงกับอึ้งไป ตัดผ่านได้ทั้ง 3 คนอย่างง่ายดายราวกับการบ่มเพาะพลังเป็นเรื่องหมูๆ นี่มันเกินจินตนาการของข้าไปแล้ว

เมื่อชิงส่วยและชิงเหยี่ยนได้สติจึงเดินตามหลินฮันเข้าไปด้านในทันที ก็ได้พบกับเจ้าแมวหลินหงนอนหลับอย่างสบายอารมณ์ ไม่ไกลนักมีแมวสีขาวนอนหลับอยู่เช่นกันตรงหน้าของเจ้าแมวทั้งสอง มีกองกระดูกกองหนึ่งกองเป็นพะเนินเล็กๆ

“เชิญพวกท่านตามสบาย” หลินฮันกล่าวพร้อมกับนั่งลงบนเก้าอี้หลักในตำหนัก

“ขอรับ คฤหาสน์ที่ท่านเจ้าขุนเขาหลินต้องการ ข้าหาให้ได้แล้วนะขอรับ เป็นที่อยู่เดิมของตระกูลหลี่ที่เป็นกบฎแผ่นดิน ข้าจึงซื้อมาได้ในราคาที่ถูกยิ่งนัก คฤหาสน์หลังนั้นพื้นที่กว้างขวางนัก ท่านเจ้าขุนเขาต้องชอบเป็นแน่ของรับ” ชิงส่วยกล่าวออกมา

“เช่นนั้นก็ดี นี่เป็นรายชื่อสมุนไพรพี่ข้าต้องการ ท่านหามาได้มากเท่าไหร่ยิ่งดี” หลินฮันกล่าวจบก็ส่งกระดาษม้วนหนึ่งที่มีรายชื่อสมุนไพรจำนวนมาก

ความจริงหากหลินฮันต้องการสมุนไพรเพียงเอ่ยปากพูดกับไป๋เฉียงเจ้าขุนเขาโอสถ เกรงว่าสมุนไพรพวกนั้นคงจะถูกส่งมาถึงขุนเขาเดียวดายอย่างรวดเร็ว แต่ว่าหากหลินฮันทำเช่นนั้นเกรงว่า เหล่าศิษย์ทั้งหลายของสำนักเทพกระบี่จักมิมีโอสถใช้เป็นเวลานาน

ชิงส่วยที่มองเห็นรายชื่อสมุนไพรบนกระดาษถึงกับประหลาดใจ สมุนไพรพวกนี้มิได้เป็นของหายากเลยแม้แต่น้อย มีเพียงบางชนิดที่มีราคาแพงเช่น โสมเพลิงตะวัน หญ้าชันกาดหัวแดง แก่นประดงทองคำ เป็นต้น นอกนั้นล้วนแล้วแต่เป็นสมุนไพรที่สามารถหาได้ตามข้างทางด้วยซ้ำ แน่ใจหรือว่าของพวกนี้สามารถปรุงเป็นยาวิเศษพวกนั้นได้

หลินฮันที่มองเห็นใบหน้าสงสัยของชิงส่วยก็ยกยิ้มที่มุมปาก แล้วกล่าวขึ้นมา “สมุนไพรพวกนั้นข้าต้องการเป็นจำนวนมาก ยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งดี” หลินฮันกล่าวจบก็สะบัดนิ้ว แหวนมิติวงหนึ่งพุ่งไปด้านหน้าของชิงส่วนและบุตรสาวทันที

“แหวนสองวงนี้ถือว่าเป็นของรับแขกจากข้า หวังว่าพวกท่านจะรับไว้” ชิงส่วยและบุตรีหยิบแหวนขึ้นมาก็ได้พบกับเม็ดยาจำนวนมาก สองพ่อลูกถึงกับพูดอันใดมิออก เพราะแต่ละเม็ดนั้นความเข้มข้นล้วนเต็ม 10 ส่วนทั้งสิ้น หากนำไปขายคงสามารถสร้างคฤหาสน์ได้เป็นพันๆหลัง

พูดคุยกันได้อยู่นาน หลินฮันได้บอกกับชิงส่วยว่าจักย้ายตระกูลหลินแห่งเมืองเขียวอรุณมาอยู่ที่เมืองหลวงในอีก 1 เดือนข้างหน้าให้ส่งคนไปดูแลทำความสะอาดคฤหาสน์หลังนั้นไว้ อีกทั้งยังต้องการที่ดินว่างเปล่าวเป็นจำนวนมากอีกด้วย ชิงส่วยและชิงเหยี่ยนได้ยินดังนั้นก็รับคำอย่างว่าง่าย โอกาศได้รับความไว้วางใจจากหลินฮันเจ้าขุนเขาเดียวดายผู้สังหารปีศาจเพียงตวัดมือผู้ใดจักโง่ปฏิเสธ ก็ขอตัวกลับด้วยความตื่นเต้น มาเยือนขุนเขาเดียวดายในครั้งนี้ได้รับผลกำไรมหาศาลนัก

“ชิงเหยี่ยนลูกพ่อ เจ้าขุนเขาหลินผู้นี้ใช้ได้มิน้อย เจ้ามิสนใจหน่อยรึ” ชิงส่วยกล่าวออกมาขณะเดินลงมาจากเขา

ชิงเหยี่ยนหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก “ท่านพ่อ พูดเหลวไหลอันใด”

ขณะทั้งสองคนเดินลงมานั้นก็ได้พบกับศิษย์สำนักเทพกระบี่จำนวนมากมายืนชุมนุมกันที่ตีนเขา เหล่าศิษย์ทั้งหลายมองชิงส่วยและชิงเหยี่ยนอย่างประหลาดใจ

“นั่นมันผู้นำตระกูลชิง เหตุใดถึงสามารถขึ้นไปบนขุนเขาของท่านหลินฮันได้ เอ๊ะ บุตรสาวตระกูลชิง หรือว่าท่านเจ้าขุนเชาหลินจักชอบพอกับแม่นางคนนั้น ข้าต้องรีบส่งคนไปแจ้งท่านพ่อให้นำของขวัญไปมอบให้ตระกูลชิงโดยเร็ว”

“เจ้ารอข้าด้วย จ้าก็จักไปแจ้งที่ตระกูลของข้าเช่นกัน” เหล่าศิษย์ทั้งหลายแตกกระจายกลับไปยังตระกูลของตนเองทันที ไม่นานจึงเกิดข่าวลือเรื่องท่านเจ้าขุนเขาเดียวดายและบุตรสาวตระกูลชิงไปทั่วสำนักเทพกระบี่ พอหยางจื่อได้ยินข่าวลือนั้นนางถึงกับกำหมัดเเน่น มองไปด้านที่ขุนเขาเดียวดายตั้งอยู่ "เจ้าคนชั่วช้า"







ตอนก่อน

จบบทที่ ข่าวลือ

ตอนถัดไป