พายุเริ่มตั้งเค้า
หยางหลงที่ได้เห็นอาการของหยางจื่อจึงกล่าวอย่างล้อเลียนว่า “เห็นทีบุตรสาวของข้าจักมีความรักแล้วกระมัง มิน่าเล่าเมื่อคืน เจ้าถึงใจลอยนัก มิว่าลั่วจวินกับฟงสืออี้กล่าวอันใดกับเจ้า พวกเขาล้วนเสมือนพูดคุยกันหินก็มิปาน แต่เมื่อเจ้าได้ยินข่าวของหลินฮันกับตระกูลชิงถึงกับออกอาการเลยหนา”
“ท่านพ่อกล่าววาจาเหลวไหล ผู้ใดชอบเจ้ากะล่อนนั่นกัน” หยางจื่อกล่าวขึ้นมาด้วยใบหน้าที่เริ่มแดง
"เหอะๆ อาการของเจ้ามันฟ้อง"
ไม่นานหลังจากหยางจื่อและหยางหลงพูดคุยกันเสร็จ ก็มีเสียงดัง 2 เสียงขึ้นมาจากฟากฟ้า
“เจ้าเฒ่าบ้ากระบี่ ของคุณที่เลี้ยงสุรา ข้าต้องไปแล้วอีก 3 ปีพบกันใหม่” จางหยูกล่าวออกมาในขณะที่ยืนอยู่บนหัวมังกรฟ้ากับลั่วจวินและผู้คนของสำนักสราณรมย์ พอกล่าวจบมังกรฟ้าก็เหาะเหินหายไปในอากาศทันที
“แม่นางหยางจื่อ ข้าขอลากลับสำนักแล้วพบกันใหม่” บนหลังของเต่าดำมีฟงสืออี้ ฟงจี้เหรินและผู้คนสำนักโลหิต” กล่าวจบก็รีบจากไปโดยพลัน
“เจ้าพวกนั้น เหตุใดถึงจากไปไวนักเล่า” หยางหลงกล่าวขึ้นมาอย่างประหลาดใจ
คืนก่อนหน้านั้นขณะที่ผู้คนกำลังร่ำสุรากันอยู่ หลินหงและหลินเสี่ยวไป๋ได้มาปรากฏตัวยังพื้นที่ที่สัตว์เทวะทั้ง 3 ได้แก่ มังกรฟ้า วิหคเพลิงและเต่าดำอาศัยอยู่ แล้วกล่าวให้สัตว์เทวะทั้ง 3 ทำพันธะสัญญาจิตวิญญาณกับหลินฮัน มีเพียงวิหคเพลิงเท่านั้นที่เต็มใจ ส่วนมังกรฟ้าและเต่าดำมิค่อยเต็มใจนัก แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าหลินหง มังกรฟ้าและเต่าดำจักทำอันใดได้ สัตว์เทวะทั้ง 2 จึงกล่าวว่าพร้อมกันว่า พรุ่งนี้ค่อยให้หลินฮันมาทำพันธะสัญญากับตนเอง รุ่งเช้าวันถัดมาพวกมันจึงรีบเร่งคนของสำนักทั้งสองแล้วบินกลับไปในทันที
มังกรฟ้ามีความสัมพันธ์กับสำนักสราณรมย์ยาวนาน ส่วนเต่าดำมีความสัมพันธ์สำนักโลหิตอย่างลึกซึ้ง หากทำพันธะสัญญากับหลินฮัน พวกมันต้องมาอาศัยอยู่ในดินแดนแห่งนี้ที่มิได้มีความคุ้นเคย จึงมิเต็มใจทำพันธะสัญญาแม้แต่น้อย แต่ว่าหากกล่าวเช่นนี้ต่อหน้าหลินหงมีหวังว่าพวกมันทั้งสองคงโดนย่างกินเป็นแน่
ณ พระราชวังในอาณาจักรเซียนกระบี่ จักรพรรดิหลงซานบรรทมอยู่บนเตียงอย่างอ่อนล้า หลังจากการต่อสู้กับปีศาจที่บุกเข้ามาในอาณาจักรจบสิ้นลง จักรพรรดิหลงซานได้รับสั่งให้องค์หญิงหลงจางลี่เข้าเฝ้า แต่เมื่อได้รับรายงานจากราชองครักษ์ที่ไว้วางใจแล้ว เข่าของหลงซานถึงกับอ่อน ร่างกายโอนเอนล้มลงสลบไปในที่สุด
ราชองคลักษณ์ได้รายงานว่า องค์หญิงหลงจางลี่ได้กลายเป็นมารร้ายและหลบหนีไป จากการสอบถามศิษย์หลัก บนศีรษะขององค์หญิงมีกระจกปีศาจอันหนึ่งดูน่ากลัวยิ่งนัก นางนำกระจกบานนั้นออกมาระหว่างประชันฝีมือกับหลงซินซิน หลังจากนั้นนางได้กลายเป็นมารร้ายในทันที
หลงซานที่ได้ยินคำว่ากระจกก็นึกตกใจทันที มารดาของหลงซินซินตอนเป็นมารร้าย ก็มีกระจกเช่นนี้อยู่บนหัวเช่นเดียวกันหรือว่า...
“เจ้าจงไปสืบเรื่องราวของกระจกปีศาจบานนั้นว่ามีที่มาอย่างไร ข้าต้องการทราบภายใน 3 วัน” หลงซานกล่าวออกมาขณะบรรทมอยู่บนเตียง เงาสายหนึ่งหายออกไปจากห้องบรรทมของหลงซานทันที
“ฝ่าบาท องค์รัชทายาทหลงเทียนหมิง ขอเข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ” เสียงขันทีดังขึ้นมา
“เข้ามา” หลงซานกล่าว
“พระบิดา เป็นเช่นไรบ้างขอรับ ลูกนำโอสถทิพย์ที่ได้จากท่านราชครูมาถวาย” หลงเทียนหมิงกล่า แล้วหยิบเม็ดยาสีเขียวคล้ำเม็ดหนึ่งออกมา
“ข้ามิเป็นอันใดมากดอก แล้วเจ้าเล่าอารการบาดเจ็บหายแล้วรึ” หลงซานกล่าวขึ้นมา
“หายแล้วขอรับ โอสถทิพย์ของท่านราชครูดียิ่งนัก ข้าเพียงกินไปเม็ดเดียวอาการก็ดีขึ้นมากพะย่ะค่ะ พระบิดาลองเสวยดู” หลงเทียนหมิงกล่าวออกมา จักรพรรดิหลงซานได้ยินดังนั้นก็มิได้คิดอันใดมาก กลืนเม็ดยาที่หลงเทียนหมิงนำมาให้ทันที เพียง 3 ลมหายใจ ดวงตาของหลงซานเริ่มพล่ามัวแล้วมืดดับลงไปในที่สุด
“บรรทมให้สบายเถิดพะย่ะค่ะเสด็จพ่อ” หลงเทียนหมิงกล่าวออกมาเบาๆออกจากตำหนักของหลงซาน แล้วเดินไปยังห้องๆหนึ่งที่มีผู้เฒ่าชุดขาวนั่งอยู่
“ข้าได้นำยาเม็ดนั้นให้พระบิดากินแล้วขอรับท่านอาจารย์” หลงเทียนหมิงกล่าวออกมาอย่างเคารพน้อบน้อม
ผู้เฒ่าชุดขาวมองหลงเทียนหมิงด้วยรอยยิ้มแล้วกล่าวขึ้นว่า “ดี บิดาเจ้าคงจักนอนอยู่เช่นนั้นอย่างน้อยครึ่งปี เช่นนี้เจ้าก็จักล้างแค้นได้อย่างสบาย ข้าได้ยินมาว่า มันจักนำครอบครัวมาอยู่ในเมืองหลวง ถึงเวลานั้นเจ้าก็จักได้ล้างแค้นและดาบวิเศษเล่มนั้นก็จักเป็นของเจ้า” ราชครูเฒ่ากล่าวขึ้นมา ประกายสีดำแวบผ่านดวงตาของมันสายหนึ่ง แต่มินานก็หายไป
“ขอบคุณท่านอาจารย์ขอรับ ข้าต้องการให้มันตายอย่างทรมานที่สุด” หลงเทียนหมิงกล่าวออกมาด้วยแววตาอันเคียดแค้น หลินฮันได้ทำให้ตัวมันนั้นเสียหน้าอย่างถึงที่สุด หากพระบิดายังอยู่คงมิยอมให้มันทำการอันใดเป็นแน่ แต่ตอนนี้พระบิดาหลับใหลไป ผู้กุมอำนาจในอาณาจักรนับแต่นี้คือข้า หลงเทียนหมิง