ล้อเล่นหรือเปล่า!
เสิ่น อี๋เจ๋อ ก็มาถึงพร้อมกับพวกของเขา!
แม้ว่า เสิ่น อี๋เจ๋อ จะไม่ได้ปรากฏตัวต่อหน้าที่สำนักงานใหญ่ของสมาคมการค้าจิ่วติ่งโดยตรง แต่เขากลับแอบซ่อนตัวอยู่ในรถหรูที่จอดอยู่ใกล้กับสมาคมการค้า
ในขณะนี้ ตรงหน้า เสิ่น อี๋เจ๋อ มีหน้าจอขนาดเล็กสามจอ แสดงภาพทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในสำนักงานใหญ่ของสมาคมการค้าจิ่วติ่ง
ในสามจอนั้น หนึ่งจอเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดภายในสมาคม การค้าส่วนอีกสองจอเป็นภาพจากกล้องลับที่ซ่อนอยู่กับคนของเขาที่เป็นสายลับในสมาคม กล้องเหล่านั้นหันไปทาง ฟ่าน เจิ้งปิน กับอู๋ เหวินตง
เมื่อสักครู่นี้ บทสนทนาของ ฟ่าน เจิ้งปิน กับอู๋ เหวินตง ทั้งหมด ถูก เสิ่น อี๋เจ๋อ ที่นั่งอยู่ในรถได้ยินทั้งหมด
“เจ้าสองขยะนี่ก็พอมีฝีมืออยู่บ้างนะ…”
เสิ่น อี๋เจ๋อ พูดพึมพำกับตัวเองเล็กน้อยหลังฟังจบ เขารู้สึกว่าตัวเองดูถูกสองคนนี้มากเกินไป
ขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังวางแผน เสิ่น อี๋เจ๋อ ก็เตรียมแผนลับไว้เช่นกัน เป้าหมายของทั้งสามคนตอนนี้ตรงกัน ขัดขวางไม่ให้การกล่าวคําปราศรัยของ เย่เฉิน กับประธานหลัว เริ่มต้นขึ้น!!!
“อีกไม่นาน เหลืออีกแค่ครึ่งชั่วโมง…”
เสิ่น อี๋เจ๋อ ก้มมองนาฬิกา Richard Mille ที่ข้อมือตัวเอง เหลือเวลาอีกแค่ครึ่งชั่วโมงก่อนจะเริ่มงาน แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีสมาชิกของสมาคมการค้าจิ่วติ่งมาถึงเลยแม้แต่คนเดียว
ดูเหมือนว่าแผนการของพวกเขาจะได้ผลไม่น้อยเลยทีเดียว
เสิ่น อี๋เจ๋อ เริ่มผ่อนคลาย เขาหลับตาพิงเบาะเอนหลัง พักสายตาไปโดยไม่รู้ตัว และเผลอผล็อยหลับไป
เวลาไหลผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า กว่าครึ่งชั่วโมงผ่านไป เสิ่น อี๋เจ๋อ ลืมตาตื่นขึ้นมาช้าๆ ก้มมองเวลาบนข้อมือ แล้วต้องสะดุ้งโหยง
“เป็นไงบ้าง เป็นยังไงบ้างแล้ว?”
เสิ่น อี๋เจ๋อ รีบถามลูกน้องที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างร้อนรน
“ท่านประธาน วางใจได้เลยครับ ในช่วงครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา มีคนมาที่นี่แค่เจ็ดถึงแปดคน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นพวกเราที่มาทำทีดูสถานการณ์…”
ลูกน้องที่อยู่ข้างๆ เขารีบรายงานเพื่อให้ เสิ่น อี๋เจ๋อ สบายใจ
“งั้นก็ดี แบบนี้ก็ดีแล้ว…”
เสิ่น อี๋เจ๋อ ยิ้มออกมาอย่างพอใจ
ที่สำนักงานใหญ่ของสมาคมการค้าจิ่วติ่ง อู๋ เหวินตง กับฟ่าน เจิ้งปิน ก็สังเกตเห็นเช่นกันว่าแทบไม่มีคนมา พวกเขาถึงกับมีเวลาว่างเล่นกอล์ฟที่สนามเล็กๆ อยู่ด้านข้างด้วยความสบายใจ
อีกไม่กี่นาทีผ่านไป ตอนนี้เหลือเวลาไม่ถึงห้านาทีก่อนงานกล่าวคําปราศรัยจะเริ่มขึ้น
“ใกล้จะเริ่มงานการกล่าวคําปราศรัยแล้ว คนมากันแค่นี้เท่านั้นเองเหรอ”
“ประธานหลัว กับเย่เฉิน ยังคิดจะใช้การกล่าวคําปราศรัยครั้งนี้ดึงคะแนนนิยมอีกเหรอ ฝันไปเถอะ โง่เสียจริงๆ ฮ่าๆๆๆๆ…”
อู๋ เหวินตง กับฟ่าน เจิ้งปิน หัวเราะชอบใจอย่างยิ่ง ตอนนี้สมาชิกสมาคมที่มาถึงยังไม่ถึงหนึ่งในยี่สิบของทั้งหมด แถมในจำนวนนั้นยังมีพวกเขา และคนของ เสิ่น อี๋เจ๋อ อีกด้วย แผนของ เย่เฉิน และประธานหลัว คงจะล่มไม่เป็นท่าแน่นอน
ด้านนอก ในรถที่ซ่อนตัวอยู่ เสิ่น อี๋เจ๋อ ก็สังเกตเห็นสิ่งนี้เช่นกัน
“ไม่ใช่ละ นี่มันแปลกๆ…”
ต่างจาก อู๋ เหวินตง กับฟ่าน เจิ้งปิน ที่กำลังดีใจ เสิ่น อี๋เจ๋อ กลับรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้อง
จู่ๆ เสิ่น อี๋เจ๋อ ก็หันขวับไปมองหน้าจอทั้งสามจอทันที กวาดตามองไปรอบๆ แต่ก็ไม่พบเงาของประธานหลัว หรือเย่เฉิน เลย
“พวกนายเห็น เย่เฉิน กับประธานหลัว มารึยัง?”
เสิ่น อี๋เจ๋อ รีบหันไปถามลูกน้องกับคนขับรถ ด้วยสีหน้าที่จริงจัง เพราะเหลือเวลาไม่ถึงห้านาทีก่อนเริ่มกล่าวคําปราศรัย แต่กลับไม่เห็นตัวเอกของงานอย่าง เย่เฉิน และประธานหลัว ซึ่งมันไม่ปกติเอาเสียเลย
“ไม่เห็นครับ…”
“ท่านประธาน ยังไม่เห็นทั้งสองคนเลยครับ พวกเขาน่าจะยังไม่มา”
ทั้งคนขับ และลูกน้องต่างพากันส่ายหัว บอกว่าพวกเขาไม่เห็น เย่เฉิน กับประธานหลัว มาถึงสมาคมการค้า
ในเสี้ยววินาทีนั้น สีหน้าของ เสิ่น อี๋เจ๋อ ก็เคร่งเครียดขึ้นมา เขาเริ่มรู้สึกว่าต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นแน่
ยังพอเข้าใจได้ว่าทำไมสมาชิกสมาคมถึงไม่มา เพราะมีพวกเขาสามคนช่วยกันขัดขวาง แต่ถ้า เย่เฉิน กับประธานหลัวยังไม่มา.. แบบนี้มันมีปัญหาแน่นอน!
การกล่าวคําปราศรัยใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว แต่สองผู้จัดงานกลับยังไม่ปรากฏตัว มันดูไม่สมเหตุสมผลเลย ตามปกติแล้ว พวกเขาควรมาถึงล่วงหน้าเพื่อเตรียมตัวทุกอย่างให้พร้อมแล้วด้วยซ้ำ
หรือว่า… รถติด? หรืออยากวางมาด มาถึงทีหลังแบบให้ทุกคนจับจ้อง?
เสิ่น อี๋เจ๋อ รีบส่งข้อความสั่งลูกน้องให้ไปสืบหาความจริงมาทันที
ขณะเดียวกัน เสิ่น อี๋เจ๋อ และสองคนในสำนักงานใหญ่ของสมาคมการค้าจิ่วติ่ง อู๋ เหวินตง กับฟ่าน เจิ้งปิน ต่างก็มองนาฬิกาไม่วางตา
พริบตาเดียว เวลาผ่านไปห้านาที ถึงเวลางานกล่าวคําปราศรัยของประธานหลัวพอดี แต่จนถึงตอนนี้ เย่เฉิน, ประธานหลัว รวมถึงสมาชิกสมาคมการค้าคนอื่นๆ ก็ยังไม่มาสักคน
“สำเร็จแล้ว!”
“คงรู้แล้วว่าไม่มีใครมาฟังการปราศรัยพวกเขา ประธานหลัว และเย่เฉิน เลยไม่กล้ามาเสียเอง!”
“ฮ่าๆๆ ไอ้แซ่เย่ นี่มันโง่ชะมัด คิดจะมาท้าแข่งกับพวกเรา? ฝันไปเถอะ!”
“คืนนี้พวกเราต้องฉลองกันหน่อยแล้ว!”
ในสำนักงานใหญ่ของสมาคมการค้าจิ่วติ่ง อู๋ เหวินตง กับฟ่าน เจิ้งปิน ยิ้มแย้มอย่างลำพองใจ พูดคุยกันอย่างร่าเริงถึงแผนฉลองชัยชนะที่พวกเขาเชื่อว่าสำเร็จลุล่วง
ด้านนอก ลูกน้องของ เสิ่น อี๋เจ๋อ ก็ไม่พบความผิดปกติอะไรเช่นกัน
“อาจจะเป็นแค่เราคิดมากไปก็ได้…”
เสิ่น อี๋เจ๋อ ปลอบใจตัวเอง ก่อนจะยิ้มออกมาอีกครั้งอย่างโล่งใจ
แต่ในขณะที่ทั้งสามฝ่ายกำลังดีใจกันอยู่นั้น การกล่าวคําปราศรัยของ เย่เฉิน ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว!!!
และไม่เหมือนกับที่ เสิ่น อี๋เจ๋อ, อู๋ เหวินตง และฟ่าน เจิ้งปิน วางแผนกันไว้เลย เพราะสถานที่จัดงานในครั้งนี้ ไม่ได้อยู่ที่สำนักงานใหญ่ของสมาคมการค้าจิ่วติ่ง แต่จัดขึ้นที่ห้องประชุมใหญ่ของโรงแรมฮิลตัน อินเตอร์เนชั่นแนลในปักกิ่ง!!!
นี่คือแผนที่ เย่เฉิน คิดไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว
เย่เฉิน คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่า เมื่อ ผู้อาวุโสหลัว ส่งข่าวเรียกสมาชิกสมาคมอย่างเปิดเผยแบบนั้น พวกคู่แข่งทั้งสามจะต้องรู้แน่นอน และจะต้องหาทางขัดขวางการปราศรัยครั้งนี้เต็มที่
หาก เย่เฉิน ทำตามแผนของ ผู้อาวุโสหลัว ต่อไป มีหวังจะเกิดปัญหามากมาย แม้จะสามารถจัดงานได้ก็อาจไม่บรรลุเป้าหมาย เย่เฉิน จึงเสนอความคิดขึ้นมา เวลาส่งคำเชิญให้สมาชิกสมาคม ให้บอกว่าสถานที่อยู่ที่สำนักงานใหญ่ของสมาคมการค้าจิ่วติ่งตามปกติ
แต่ก่อนเริ่มงานปราศรัยสองชั่วโมง เย่เฉิน จึงเปลี่ยนสถานที่กระทันหัน โดยย้ายไปที่ห้องประชุมใหญ่ของโรงแรมฮิลตัน อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งอยู่ภายใต้ชื่อของ เย่เฉิน เอง ทำให้ ฟ่าน เจิ้งปิน กับพรรคพวกจับทางไม่ทันเลยแม้แต่น้อย
และเพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล เย่เฉิน ยังให้ ประธานหลัว ส่งคนไปรับสมาชิกแต่ละคนถึงหน้าบ้าน โดยไม่ให้เดินทางมาด้วยตัวเอง และขณะเดียวกันยังส่งคนไปจับตาดูพวกของ ฟ่าน เจิ้งปิน กับเสิ่น อี๋เจ๋อ อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พวกนั้นส่งข่าวได้
แม้ว่าแผนนี้อาจจะทำให้สมาชิกบางคนไม่พอใจ แต่ก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาความลับ และความปลอดภัยของแผนนี้ให้สมบูรณ์แบบ
และก็เป็นไปตามนั้นจริงๆ จนกระทั่งถึงเวลาเริ่มการปราศรัย ไม่มีข่าวสารรั่วไหลออกไปเลยแม้แต่นิดเดียว
การปราศรัยครั้งนี้ สมาชิกสมาคมการค้าจิ่วติ่งมากันกว่าครึ่งหนึ่ง!!!
เมื่อการปราศรัยเริ่มขึ้นแล้ว เรื่องข่าวรั่ว หรือไม่ก็ไม่สำคัญอีกต่อไป
เพราะอย่าลืมว่า โรงแรมฮิลตัน อินเตอร์เนชั่นแนลที่ เย่เฉิน เลือกนั้นอยู่ค่อนข้างไกลจากสำนักงานใหญ่ของสมาคม อีกทั้งยังต้องใช้เวลาเดินทางอย่างน้อยสี่ถึงห้าสิบนาที
ถึงตอนนั้น แม้การปราศรัยยังไม่จบ แต่พวก ฟ่าน เจิ้งปิน และคนอื่นๆ จะรีบมาก็ไม่ทันการอยู่ดี
ด้วยแผนการที่แยบยลนี้ เย่เฉิน จึงจัดการหลอกพวก อู๋ เหวินตง, ฟ่าน เจิ้งปิน และเสิ่น อี๋เจ๋อ ที่คิดว่าตัวเองฉลาดล้ำได้อย่างหมดรูป!
และเมื่อการปราศของ เย่เฉิน เริ่มต้นขึ้นแล้ว พวก เสิ่น อี๋เจ๋อ, อู๋ เหวินตง และฟ่าน เจิ้งปิน ก็ได้รับข่าวจากสายของพวกเขา…
ในเสี้ยววินาทีเดียว ทั้งสามคนถึงกับ ‘ตกตะลึงตาค้าง อ้าปากค้าง พูดไม่ออก’ ไปราวกับโดนฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ!!!