การตัดสินใจให้ เย่เฉิน เป็นประธานสมาคมการค้าจิ่วติ่งโดยเร็วที่สุด
ในสำนักงานใหญ่ของสมาคมการค้าจิ่วติ่ง ฟ่าน เจิ้งปิน ยืนตัวแข็งเหมือนถูกฟ้าผ่าหลังจากอ่านข่าวที่ลูกน้องเพิ่งส่งมาให้
ข้างๆ เขานั้น อู๋ เหวินตง กำลังฉลองกับพวกพ้อง หัวเราะเยาะ เย่เฉิน ว่าเป็นแค่คนโง่ แต่พอเห็นท่าทีประหลาดๆ ของ ฟ่าน เจิ้งปิน เขาก็ถามขึ้นด้วยความงุนงงว่า :
“เหล่าฟ่าน คุณเป็นอะไรน่ะ ทำไมทำหน้าไม่ดีเลย เราน่าจะดีใจสิ เราสามารถขัดขวางการปราศรัยของ ประธานหลัว กับไอ้แซ่เย่นั่นได้สำเร็จนะ เราไปฉลองกันเถอะ…”
“ขัดขวาง? พวกเราน่ะขัดขวางได้แค่ความว่างเปล่าเท่านั้นแหละ…”
ฟ่าน เจิ้งปิน หัวเราะแห้งๆ ก่อนจะยื่นส่งโทรศัพท์มือถือในมือให้ อู๋ เหวินตง ได้ดู
อู๋ เหวินตง งงงวยรับมาดู พอเห็นข้อความในหน้าจอโทรศัพท์ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มก็พลันแข็งทื่อทันที เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“การปราศรัยของ เย่เฉิน มัน ..เริ่มไปแล้ว? พวกเขาเปลี่ยนสถานที่ ไม่ได้จัดที่สำนักงานใหญ่?!”
อู๋ เหวินตง ถึงกับตะโกนร้องลั่นออกมา
เสียงตะโกนของ อู๋ เหวินตง ทำให้คนอื่นๆ ที่กำลังฉลองอยู่ หยุดชะงักแล้วตาค้างไปตามๆ กัน
“เป็นไปได้ยังไง เป็นไปได้ยังไงกัน?! พวกเขาเปลี่ยนสถานที่ตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมเราไม่รู้อะไรเลย?!”
อู๋ เหวินตง ไม่สามารถเชื่อความจริงตรงหน้าได้ พลางเอ่ยถามด้วยความสับสนอย่างไม่เข้าใจ
ในขณะนั้นเอง โทรศัพท์ของ อู๋ เหวินตง ก็ดังขึ้น ลูกน้องอีกคนของเขาก็ส่งข่าวมาให้
“ได้ข่าวว่าพวกเขาเพิ่งเปลี่ยนสถานที่ในวันนี้เอง และประธานหลัวเป็นคนส่งคนไปรับสมาชิกของสมาคมแต่ละคนด้วยตัวเอง โดยไม่ให้ติดต่อกับใครเลย”
ฟ่าน เจิ้งปิน กัดฟันแน่นพูดด้วยความโกรธว่า :
“แต่ฉันว่าที่จริงแล้ว เจ้าเย่เฉินนั่นมันวางแผนเรื่องนี้มานานแล้ว ที่บอกว่าจะจัดงานปราศรัยที่สำนักงานใหญ่! ก็แค่ควันบังหน้าที่ไอ้แซ่เย่นั่นใช้หลอกเรา!”
เมื่อนึกถึงเมื่อครู่ที่พวกเขายังหัวเราะเย้ย เย่เฉิน ยังคิดจะฉลองชัยชนะอย่างลำพองใจอยู่เลย แต่พอรู้ความจริงเข้า ฟ่าน เจิ้งปิน กับอู๋ เหวินตง ก็รู้สึกเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่ คนที่โดนหลอกให้เป็น ‘ลิง’ แสดงโชว์ในเกมของไอ้แซ่นี่ มันดันกลายเป็นตัวพวกเขาเอง!!!
“ไอ้บัดซบเอ๊ย!!! ไอ้แซ่เย่!!!”
ด้วยความโกรธสุดขีด อู๋ เหวินตง ขว้างโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ของตัวเองลงพื้นอย่างแรง จนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ
ขณะที่ฝั่ง ฟ่าน เจิ้งปิน กับอู๋ เหวินตง กำลังเดือดดาลไม่หยุดนั้น ทางด้าน เสิ่น อี๋เจ๋อ ก็ลงมือทันทีที่ได้รับข่าว
ทันทีที่รู้ว่า เย่เฉิน เปลี่ยนสถานที่จัดงาน เสิ่น อี๋เจ๋อ ก็รีบสั่งคนขับรถให้ขับพุ่งตรงไปที่โรงแรมฮิลตันทันที โดยไม่ต้องสนใจไฟแดง หรือกฎจราจรอะไรทั้งสิ้น ขอแค่ไปให้ถึงให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
แม้จะตอบสนองเร็วกว่าสองคนนั้น และคนอื่นๆ มาก แต่ใบหน้าของ เสิ่น อี๋เจ๋อ ก็เต็มไปด้วยความมืดมนมากในขณะนี้
เสิ่น อี๋เจ๋อ เคยมั่นใจว่าตัวเองฉลาดที่สุด คิดว่าทั้งประธานหลัว, เย่เฉิน รวมถึง อู๋ เหวินตง และฟ่าน เจิ้งปิน ล้วนแล้วแต่เป็นหมากในมือเขาทั้งสิ้น และจะต้องพ่ายแพ้ต่อเขาอย่างแน่นอน
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้กลับพิสูจน์ว่า คนที่โดนหลอกกลับเป็นตัวเขาเอง ฉัน.. เสิ่น อี๋เจ๋อ คนที่เคยคิดว่าตัวเองแนบเนียนที่สุด กลับถูกเด็กหนุ่มอายุยี่สิบปีอย่าง เย่เฉิน หลอกจนหมดรูป!!!
นี่มันคือความอัปยศครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต!!!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เสิ่น อี๋เจ๋อ ก็รีบโทรหาสายลับคนสนิทของเขาในฝั่ง ประธานหลัว – เจียง ซงม่าย เพื่อสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น
เจียง ซงม่าย คือชายหัวโล้นที่เคยปรากฏตัวตอน ประธานหลัว พาไปพบ เย่เฉิน – เป็นคนที่ ประธานหลัว ไว้วางใจมากถึงขนาดแนะนำให้ เย่เฉิน รู้จักเป็นการส่วนตัวในตอนนั้นเลยด้วยซ้ำ…
ในตอนแรก ข่าวที่ อู๋ เหวินตง กับฟ่าน เจิ้งปิน ร่วมมือกัน ก็เป็นเจียง ซงม่าย ที่แอบมาบอก ประธานหลัว
แน่นอนว่า เหตุผลที่ เจียง ซงม่าย กล้ามาบอกเรื่องนี้ให้ ประธานหลัว และเย่เฉิน รู้ ก็เพราะเบื้องหลังเป็นการจัดฉากของ เสิ่น อี้เจ๋อ ทั้งสิ้น
แต่ตอนนั้น เสิ่น อี๋เจ๋อ ยังมั่นใจว่า ทุกอย่างอยู่ในกำมือของเขา ใครจะคิดล่ะ ว่าตอนนี้เรื่องราวจะเลยเถิดจนควบคุมไม่ได้ไปซะแล้ว!!!
“อะไรนะ เปลี่ยนสถานที่? จัดงานปราศรัยที่โรงแรมฮิลตัน?! เรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย?!”
พอได้ยิน เสิ่น อี๋เจ๋อ พูดจบ เจียง ซงม่าย ก็ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก ไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“นายหมายความว่า นายเองก็ไม่รู้เรื่องนี้เลยงั้นเหรอ?”
เสิ่น อี๋เจ๋อ ถามกลับอย่างไม่เข้าใจ เพราะ เจียง ซงม่าย เป็นคนสนิทของ ประธานหลัว เรื่องสำคัญขนาดนี้ ประธานหลัว จะไม่บอกเขาได้อย่างไรกัน?
“ผมไม่รู้จริงๆ ครับ ท่านเสิ่น…”
เจียง ซงม่าย รีบปฏิเสธเสียงดัง :
“เมื่อวานผมก็ได้รับข่าวจาก ประธานหลัว นะครับ แต่ตอนนั้นผมอยู่นอกเมืองเลยไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก”
“เป็นไปได้ยังไง? ถึงขั้นไม่บอกนายที่เป็นคนสนิทด้วยเนี่ยนะ?”
เสิ่น อี๋เจ๋อ พูดด้วยความโมโหจัด
ความจริงแล้ว การที่ไม่บอก เจียง ซงม่าย ก็เป็นสิ่งที่ เย่เฉิน กำชับ ประธานหลัว ไว้ตั้งแต่เมื่อวาน เนื่องจากตอนที่ เย่เฉิน พบ เจียง ซงม่าย ครั้งแรก เขาก็รู้สึกแปลกๆ เล็กน้อย อีกฝ่ายดูเหมือนจะ ‘กระตือรือร้นเกินไป’ จนผิดปกติ
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในวันปราศรัยที่สำคัญนี้ เย่เฉิน จึงขอให้ ผู้อาวุโสหลัว เก็บเรื่องนี้เป็นความลับสุดๆ โดยบอกว่าให้มีแค่เขา กับผู้อาวุโสหลัว เท่านั้นที่รู้ แม้แต่คนสนิทก็ห้ามให้รู้เรื่องนี้
แม้ เหล่าหลัว จะงุนงงอยู่บ้างว่าทำไมต้องระวังขนาดนั้น แต่สุดท้ายก็ยอมตกลงเห็นด้วย
“เอาเถอะ นายรีบกลับปักกิ่งให้ไว แล้วคอยติดตามอยู่ใกล้ๆ ประธานหลัวไว้ ฉันต้องการข่าวจากนายตลอด”
เสิ่น อี๋เจ๋อ พูดขึ้น เขาคิดว่าที่ ประธานหลัว ไม่บอก เจียง ซงม่าย อาจเป็นเพราะอีกฝ่ายอยู่นอกเมืองเท่านั้น ยังไม่ทันระแคะระคายว่า เย่เฉิน อาจจับพิรุธ เจียง ซงม่าย ได้
“เร็วเข้า! เร็วกว่านี้! ฉันต้องไปถึงโรงแรมฮิลตันให้ได้ในครึ่งชั่วโมง!”
หลังจากวางสายแล้ว เสิ่น อี๋เจ๋อ ก็สั่งให้คนขับเร่งเครื่องเต็มที่ ไม่ต้องสนว่ามีไฟแดง หรือข้อจำกัดความเร็วอะไรอีก ความเร็วคือสิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้
ฉันต้องรีบไปให้ถึงก่อน เพื่อ ‘ล้ม’ งานปราศรัยของ เย่เฉิน ให้ได้!
ขณะเดียวกัน อู๋ เหวินตง กับฟ่าน เจิ้งปิน ก็เริ่มขยับทันที พวกเขาหาซูเปอร์คาร์แรงๆ มาหลายคัน แล้วขนลูกน้องบึ่งตรงไปยังโรงแรมฮิลตัน อินเตอร์เนชั่นแนลด้วยความเร็วสูง หวังจะขัดขวาง เย่เฉิน เช่นเดียวกัน
แต่น่าเสียดาย ที่สำนักงานใหญ่ของสมาคมการค้าจิ่วติ่งนั้นอยู่ไกลจากโรงแรมฮิลตัน อินเตอร์เนชั่นแนลที่ เย่เฉิน อยู่มากเกินไป
ตอนที่พวกเขากำลังเร่งเครื่องอยู่นั้น การปราศรัยของ เย่เฉิน ก็เข้าสู่เนื้อหาใจความสำคัญไปแล้ว!
เวลาไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว สามสิบสองนาทีต่อมา เสิ่น อี๋เจ๋อ ก็มาถึงโรงแรมฮิลตัน อินเตอร์เนชั่นแนลที่ เย่เฉิน อยู่
ทันทีที่ลงจากรถ เสิ่น อี๋เจ๋อ กับพวกลูกน้องก็รีบวิ่งเข้าโรงแรมไปด้วยความเร็วสูง ตรงดิ่งไปยังห้องประชุมใหญ่ของโรงแรม
สามนาทีต่อมา เสิ่น อี๋เจ๋อ ก็ถีบประตูห้องประชุมเข้าไปทันที
ในวินาทีนั้นเอง ประธานหลัว ก็ได้ก้าวขึ้นเวที พร้อมจะประกาศ ‘การตัดสินใจครั้งใหญ่’ ที่จะทำให้ เย่เฉิน ได้เป็นประธานสมาคมการค้าจิ่วติ่งคนต่อไปโดยเร็วที่สุด!!!