ขู่แกเหรอ? แกยังไม่มีคุณสมบัติพอให้ฉันขู่

“ฉัน...ตกลง...”

ถึงการเดิมพันครั้งนี้จะใหญ่ แต่สิ่งล่อตาล่อใจก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้เช่นกัน

ตามคำกล่าวที่ว่า ‘คลื่นลมยิ่งแรงเท่าไหร่ ปลายิ่งแพงขึ้นเท่านั้น(1)’ ถึงจะเดิมพันมาก แต่ถ้าชนะ ผลตอบแทนก็ย่อมมหาศาล

ตราบใดที่แค่ฉัน ..ชนะครั้งนี้ หนี้หกพันล้านก็จะถูกลบล้างหมด หกพันล้านไม่ใช่จำนวนเล็กๆ เลยนะ

แน่นอนว่า ถ้าแพ้ก็ต้องชดใช้ถึงหนึ่งหมื่นสองพันล้าน ซึ่งก็มหาศาลเช่นกัน แต่ อวี๋ เหวยเจ๋อ มั่นใจมากว่า พี่ใหญ่ของเขาจะต้องหนุนหลังเขาแน่นอน โอกาสชนะเดิมพันครั้งนี้จึงสูงถึง 99.9999%...

ในเมื่อมั่นใจว่าการเดิมพันนี้ไม่มีทางแพ้ แล้วจะมีความเสี่ยงอะไรอีกล่ะ?

ส่วนเหตุผลที่ อวี๋ เหวยเจ๋อ มั่นใจว่าพี่ใหญ่ของเขาอย่าง กัว ซิงหมิง จะหนุนหลังเขานั้น ก็ไม่ใช่อะไร เขาคือแขนขาขวาของพี่ใหญ่

พี่ใหญ่ของเขาอย่าง กัว ซิงหมิง เนื่องจากสถานะที่สูง จึงไม่สามารถลงมือทำอะไรบางอย่างได้ด้วยตัวเอง เรื่องงานสีเทาๆ หรือเรื่อง ‘สกปรก’ บางอย่าง จึงต้องฝากให้ อวี๋ เหวยเจ๋อ จัดการให้

ถ้าขาดฉัน อวี๋ เหวยเจ๋อ ผู้นี้ไปแล้ว.. พี่ใหญ่กัว เองย่อมจะจัดการกับปัญหาเรื่องพวกนี้ได้อย่างลำบากมากแน่นอน

เมื่อเห็น อวี๋ เหวยเจ๋อ ตอบตกลง เย่เฉิน ก็หันไปมอง จู๋ เย่ชิง หนึ่งครั้ง จู๋ เย่ชิง ก็เข้าใจทันที แล้วหยิบใบรับรองหนี้สินหกพันล้านของ อวี๋ เหวยเจ๋อ ออกมาจากกระเป๋า แล้ววางไว้บนโต๊ะ

เห็นแบบนั้น อวี๋ เหวยเจ๋อ ก็ลุกขึ้น ก่อนจะเดินเร็วเข้าไปในห้องหนังสือ ไม่นานก็กลับออกมาพร้อมกับบัตรธนาคารหลายใบ และสัญญาทรัพย์สินหลายชุด

“ตอนนี้ในมือฉันไม่มีเงินสดถึงหนึ่งหมื่นสองพันล้าน และพอดีว่าในบัตรพวกนี้มีอยู่เจ็ดพันสามร้อยล้าน รวมกับทรัพย์สินขนาดกลางพวกนี้แล้ว มูลค่ารวมคงเกินหนึ่งหมื่นสองพันล้านแน่นอน ฉันจะเอาพวกนี้มาเดิมพันกับพวกคุณ!”

อวี๋ เหวยเจ๋อ วางบัตรธนาคาร และเอกสารทั้งหมดลงบนโต๊ะเช่นกัน

“ได้…”

เย่เฉิน พยักหน้าแสดงความเห็นชอบ พร้อมทั้งส่งสัญญาณให้ อวี๋ เหวยเจ๋อ เริ่มได้เลย

ส่วนเรื่องจะต้องเซ็นสัญญาเดิมพันหรือไม่? ยิ่งไม่จำเป็นเลย.. เนื่องจากถึงจะเซ็นสัญญาไป ถ้า อวี๋ เหวยเจ๋อ ไม่อยากคืนเงิน เขาก็ไม่คืนอยู่ดี เหมือนกับใบรับรองหนี้สินหกพันล้านก่อนหน้านี้.. อย่างไร

แถม เย่เฉิน ยังมั่นใจมากว่า แค่โทรศัพท์สายเดียว ต่อให้ อวี๋ เหวยเจ๋อ มีความกล้ามากว่าเขาสักสิบเท่า.. เขาก็ไม่มีทางกล้าเบี้ยวหนี้อีกต่อไปแน่นอน

“โอเค...”

อวี๋ เหวยเจ๋อ หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา โทรหาพี่ใหญ่ของเขา – กัว ซิงหมิง

เสียงโทรศัพท์ดังยาวอยู่กว่า 20 วินาที ถึงจะมีคนรับสาย

“มีอะไร?”

“พี่ใหญ่ คือแบบนี้ครับ ผมติดหนี้บ้านตระกูลจูอยู่...”

อวี๋ เหวยเจ๋อ รีบเล่าเรื่องโดยคร่าวๆ ให้ กัว ซิงหมิง ฟัง

“หึหึ น่าสนใจดีนี่...”

พอฟังจบ กัว ซิงหมิง ก็พลันหัวเราะออกมา คนที่กล้ามาเดิมพันกับ เสี่ยวอวี๋ ยังกล้าถามอีกว่าฉันกล้าหนุนหลัง อวี๋ เหวยเจ๋อ ไหม นี่มันเรื่องตลกชัดๆ ไม่ใช่หรือไง?

ด้วยเพราะเรื่องบางอย่างของฉัน ก็ยังต้องพึ่ง เสี่ยวอวี๋ คนนี้ให้จัดการให้ แล้วฉันจะไม่หนุนหลังอีกฝ่ายได้อย่างไร? อีกอย่าง หากเป็นชายชราตระกูลจูที่พูดออกมาเช่นนั้น ฉันอาจยอมก้มหัวให้ แต่คนที่พูดแบบนั้น มันดันเป็นแค่เด็กหนุ่มอายุยี่สิบกว่าๆ กลับกล้ามาขู่ฉันอีก มัน ‘อยากตายนักรึไง?!’

หรือนี่มันคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่แล้ว?

“ส่งโทรศัพท์ไปให้ไอ้เด็กนั่น ฉันอยากฟังว่ามันจะขู่ฉันยังไง...”

กัว ซิงหมิง พูดอย่างหยิ่งผยองสุดๆ

เมื่อได้ยินดังนั้น อวี๋ เหวยเจ๋อ ก็ยื่นส่งโทรศัพท์มือถือในมือไปให้กับ เย่เฉิน

อวี๋ เหวยเจ๋อ ยิ้มอย่างพึงพอใจในความเหนือของตนเอง ฮ่าๆ รอให้พี่ใหญ่กัวของฉันสั่งสอนไอ้เด็กนี่เสียหน่อย คิดจะให้ฉันใช้หนี้? ฝันกลางวันเหอะ

หกพันล้านนี่ ฉัน.. ไม่จำเป็นต้องคืนแน่นอน

“แกมันคือไอ้เด็กที่คิดจะขู่ฉันใช่ไหม...”

พอ เย่เฉิน รับโทรศัพท์ ก็ได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยความเฉื่อยชา และเหยียดหยามดังขึ้นทันที

“ขู่แกเหรอ? แกยังไม่มีคุณสมบัติพอให้ฉันขู่ ฉันแค่อยากเตือนว่า – ถ้าแกไม่อยากเสียตำแหน่งประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Sequoia Capital ก็หาคนมาแทนได้เลย”

“ฉันเชื่อว่ามีคนสนใจตำแหน่งนี้ไม่น้อยแน่ๆ”

เย่เฉิน พูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

ประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Sequoia Capital?!

พอรู้ตำแหน่งของพี่ใหญ่ของ อวี๋ เหวยเจ๋อ จู๋ เย่ชิง ก็เปลี่ยนสีหน้าไปเป็นจริงจังทันที ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมตระกูลจูถึงยังไม่ลงมือกับ อวี๋ เหวยเจ๋อ

ถึงตำแหน่งประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Sequoia Capital นี้จะไม่ถือว่าสูงนักในสายตาของตระกูลจูในปักกิ่ง แต่ Sequoia Capital ก็คือยักษ์ใหญ่ที่แม้แต่ตระกูลจูในปักกิ่งก็ยังต้องเกรงใจ

ถ้าหากเป็นเงินจำนวนมากหน่อยก็คงไม่ว่า แต่แค่หกพันล้าน จะให้ไปมีปัญหากับ Sequoia Capital? แบบนั้นไม่คุ้มค่าเลยจริงๆ…

และเมื่อ อวี๋ เหวยเจ๋อ ได้ยินคำพูดของ เย่เฉิน เขาก็ถึงกับตะลึงงัน – ไอ้หมอนี่กล้าพูดโอ้อวดได้ขนาดนี้เชียวเหรอ? เขากล้าพูดขู่พี่ใหญ่ฉันด้วยประโยคว่า ‘ถ้าไม่อยากเป็นประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Sequoia Capital ต่อ ก็ให้คนอื่นมาทำแทนได้เลย’ นี่มันเรื่องตลกชัดๆ!

ตำแหน่งประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Sequoia Capital ที่พี่ใหญ่กัวของฉันนั่งอยู่นั้น เป็นอะไรที่เด็กหนุ่มอย่างไอ้หมอนี่แตะต้องได้งั้นเหรอ?!

“หืม?!”

อีกฝั่งหนึ่ง กัว ซิงหมิง เองก็ถึงกับตกตะลึงกับคำพูดของ เย่เฉิน เช่นกัน

เมื่อเห็นว่า เย่เฉิน มั่นใจถึงขนาดนี้ และกล้าพูดแบบนั้นออกมา กัว ซิงหมิง ก็เริ่มมีลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นในใจ

“เอ่อ... ขอถามหน่อย คุณคือ...”

กัว ซิงหมิง ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเทา

“เย่เฉิน”

เย่เฉิน ตอบกลับเสียงเรียบๆ

เย่เฉิน งั้นเหรอ?!

เย่เฉิน คนนั้นที่เพิ่งกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหม่ของ Sequoia Capital น่ะเหรอ?!

ภายในใจของ กัว ซิงหมิง ถึงกับหวาดผวาอย่างรุนแรง!!!

“คุณเย่ ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะบังคับให้ไอ้สารเลวนี่คืนเงินให้คุณแน่นอน! ผมขอเอาหัวตัวเองเป็นประกัน!”

ในวินาทีต่อมา ท่าทีของ กัว ซิงหมิง ก็เปลี่ยนไป 180 องศา กลายเป็นอ่อนน้อม และรับปาก เย่เฉิน อย่างหนักแน่น

อีกฝ่ายคือผู้ถือหุ้นรายใหม่ของ Sequoia Capital ส่วน อวี๋ เหวยเจ๋อ ก็แค่ลูกน้องตัวเล็กๆ ต้องเลือกใคร มันก็ชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?!

ต่อให้ลูกน้องคนนี้มันจะสำคัญแค่ไหน ก็ไม่อาจเทียบกับตำแหน่งของตัวเองได้

“อืม...”

เย่เฉิน พยักหน้าอย่างพอใจ แล้วก็ส่งโทรศัพท์คืนไปให้ อวี๋ เหวยเจ๋อ

“พี่ใหญ่...”

อวี๋ เหวยเจ๋อ รับโทรศัพท์มือถือกลับมาก่อนจะเอ่ยปากถามอย่างระมัดระวัง เพียงแต่…

“พี่ใหญ่บ้าอะไรของแก! ไปหาเรื่องใครไม่หา ดันไปหาเรื่องกับบุคคลระดับนั้นเข้า แกนี่มันโง่บรมจริงๆ!!!”

ทันทีที่ได้ยินเสียง อวี๋ เหวยเจ๋อ จากสาย กัว ซิงหมิง ก็ก่นด่า อวี๋ เหวยเจ๋อ ยับแบบไม่ไว้หน้า!!!

ใบหน้าของ อวี๋ เหวยเจ๋อ ถึงกับซีดขาวทันที ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าเรื่องนี้ร้ายแรงขนาดไหน

ตึก!

เมื่อ กัว ซิงหมิง พูดจบ อวี๋ เหวยเจ๋อ ก็ทรุดตัวลงคุกเข่าลงต่อหน้า เย่เฉิน ทันที

“ท่านครับ! ผมรู้ว่าผมผิดไปแล้ว! ทั้งหมดนี่เป็นของท่าน...ผมยอมแพ้ตามเดิมพันครับ...”

ในขณะที่เขาพูด อวี๋ เหวยเจ๋อ ก็ผลักบัตรธนาคาร และเอกสารทรัพย์สินทั้งหมดไปตรงหน้า เย่เฉิน โดยตรง

“ท่านก็คิดซะว่าผมเป็นแค่ลมตดเถอะครับ ปล่อยผมไปเถอะ...”

เพี๊ยะ!

เพี๊ยะ!!

เพี๊ยะ!!!

หลังจากพูดเช่นนั้นจบ อวี๋ เหวยเจ๋อ ก็ได้ตบหน้าตัวเองอย่างแรง พร้อมกับกล่าวขอโทษ เย่เฉิน และจู๋ เย่ชิง

เพียงโทรศัพท์สายเดียว เย่เฉิน ก็ช่วย จู๋ เย่ชิง เคลียร์ทุกอย่างได้หมด

เย่เฉิน หยิบเอาบัตรธนาคาร และเอกสารพวกนั้นขึ้นมาอย่างพอใจ ก่อนจะลุกขึ้น แล้วหันไปพยักหน้าให้กับ จู๋ เย่ชิง เพื่อบอกว่าไปกันได้แล้ว

แต่ก่อนจะเดินออกจากคฤหาสน์หรูหลังนี้ไป เย่เฉิน ก็หันกลับมามอง อวี๋ เหวยเจ๋อ อีกครั้ง

“คราวหน้าใช้สมองหน่อย อย่ามาทำตัวเป็นพวกเบี้ยวหนี้อีกนะ ตอนนี้แกก็ตบต่อไปเถอะ ตบไปให้ครบหนึ่งชั่วโมง แล้วค่อยมาคุยกัน...”

เย่เฉิน ต้องการให้ อวี๋ เหวยเจ๋อ จดจำบทเรียนนี้ไว้ตลอดชีวิต – ตบหน้าตัวเองหนึ่งชั่วโมงเต็ม! แน่นอนว่า อวี๋ เหวยเจ๋อ จะไม่มีวันลืมเรื่องนี้แน่นอน…

“ค...ครับ! ครับ! ครับ!”

อวี๋ เหวยเจ๋อ ตอบเสียงตะกุกตะกัก ไม่กล้าขัดคำสั่งของ เย่เฉิน แม้แต่นิดเดียว

หลังจากพูดอย่างนั้นแล้ว เย่เฉิน ก็พา จู๋ เย่ชิง ออกจากคฤหาสน์หรูของ อวี๋ เหวยเจ๋อ กลับไปขึ้นรถ

แต่ยังไม่ทันนั่งลงดี จู๋ เย่ชิง ก็รีบเปิดปากพูดด้วยความตื่นเต้น...

(1)[คลื่นลมยิ่งแรงเท่าไหร่ ปลายิ่งแพงขึ้นเท่านั้น(风浪越大,鱼越贵)] - ‘ยิ่งเจอปัญหาหรืออุปสรรคที่ใหญ่หลวงเท่าไหร่ ผลตอบแทนหรือคุณค่าที่ได้มาก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น’ เปรียบเทียบสถานการณ์ที่ยากลำบากในการจับปลาในช่วงที่มีคลื่นลมแรง ซึ่งทำให้จำนวนปลาที่จับได้น้อยลง ส่งผลให้ราคาปลาสูงขึ้น ในทำนองเดียวกัน มันสื่อว่าความสำเร็จที่ได้มาจากการเผชิญหน้า และการเอาชนะความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งสิ่งนั่นย่อมมีคุณค่า และความหมายมากขึ้น

ตอนก่อน

จบบทที่ ขู่แกเหรอ? แกยังไม่มีคุณสมบัติพอให้ฉันขู่

ตอนถัดไป