ถังอี้ซินตีกระบี่

ทั้งสองพ่อลูกตกใจเป็นอย่างมากที่ได้ยินเสียงของหลินหงและหลินเสี่ยวไป๋ เพราะคนทั้งสองคิดว่าทั้งสองตัวนั้น เป็นเพียงแมวธรรมดา แต่เห็นทีคงมิใช่เช่นนั้นแล้ว หลินฮันจักต้องมิใช่ศิษย์ธรรมดาในสำนักเทพกระบี่แน่นอน



“ปีนี้เจ้าอายุเท่าใด” หลินฮันกล่าวถามถังอี้ซิน

“ข้าน้อยอายุ 14 ปีนี้เจ้าค่ะ” ถังอี้ซินกล่าว

“เจ้าเคยสร้างยุทธภัณฑ์อันใดหรือไม่” หลินฮันกล่าว

ถังอี้ซินได้ยินคำถามของหลินฮันก็เกิดอาการอ้ำๆอึ้งๆทันทีนางมิเข้าใจแม้แต่น้อย เหตุใดหลินฮันจึงถามเช่นนี้ จนในที่สุดนางถอนหายใจยาว จึงเล่าออกไปให้หลินฮันฟัง

ความจริงแล้วนั้นนางเคยแอบตีกระบี่เล่มหนึ่งตอนอายุ 7 ขวบ นางจำได้ว่าหลังจากนางตีเสร็จ กระบี่เล่มนั้นก็ลอยละล่องขึ้นบนฟ้าเหนือโรงตีเหล็กในตอนนั้น กระบี่เล่มนั้นหลังจากลอยละล่องขึ้นไปได้ไม่นาน ก็ได้พุ่งตัวลงมายังพื้นที่ที่เป็นโรงตีเหล็กที่นางยืนอยู่ทันที หลังจากนั้นถังอี้ซินหมดสติไปทันที พอฟื้นขึ้นมาตัวของถังอี้ซินก็ได้นอนอยู่ในโรงหมอแล้ว

เมื่อกลับมาบ้านได้เห็นสภาพโรงตีเหล็กของบิดาตนเองที่พังยับเยิน ถังเอ้อหลางที่ได้รับรู้เรื่องราวในครานั้น จึงสั่งห้ามมิให้นางสร้างอันใดขึ้นมาอีกอย่างเด็ดขาด เมื่อได้ยินบิดากล่าวเช่นนี้นางจึงมิกล่าจับค้อนสร้างอันใดอีกเลยจนกระทั่งตอนนี้ แถมกระบี่เล่มน้อยที่นางสร้างขึ้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

“เป็นเช่นนี้เอง ไหนเจ้าลองสร้างกระบี่ให้ข้าดู” หลินฮันกล่าว

“จะดีหรือเจ้าคะ ข้ากลัวพวกท่านได้รับบาดเจ็บ” ถังอี้ซินกล่าว

“มิต้องกังวล จะมิมีเหตุอันใดเกิดขึ้นทั้งนั้น” หลินฮันกล่าว

ได้ยินดังนั้นถังอี้ซินจึงหันหน้าไปมองถังเอ้อหลาง บิดาของนาง ถังเอ้อหลางพยักหน้าเบาๆเป็นเชิงอนุญาติ

“เจ้าคะ” ถังอี้ซินตอบรับคำของหลินฮัน

“แร่พวกนี้ข้ามอบให้เจ้า” หลินฮันกล่าวพร้อมกับหยิบแหวนมิติวงหนึ่งขึ้นมา ในแหวนมิติมีแร่เหล็กหายากหลากหลายชนิดที่หลินฮันได้จากขุนเขายุทธภัณฑ์

ถังอี้ซินรับแหวนมิติมา นางมิได้มีความรู้เรื่องแร่เหล็กเลยแม้แต่น้อย นางหยิบแร่สีทองก้อนหนึ่งขึ้นมา แล้วเดินไปยังบริเวณหน้าเตาหลอมขนาดใหญ่ของบิดาด้วยสีหน้ามิสู้ดี พลางมองมายังถังเอ้อหลางอีกครั้งด้วยแววตาดั่งคนมิมั่นใจในตนเอง

เมื่อถังเอ้อหลางได้เห็นสีหน้าและแววตาของบุตรสาวตน จึงกล่าวขึ้นว่า “มิต้องเป็นกังวลอันใดลูกรัก เจ้าเป็นเลือดเนื้อของพ่อ จงมั่นใจในฝีมือตนเอง”

ความจริงถังเอ้อหลางได้เห็นแร่เหล็กที่บุตรสาวของตนหยิบออกมาจากแหวนมิติที่หลินฮันมอบให้ ก็อดที่จักตกใจมิได้ เพียงมองครั้งเดียวก็ทราบได้ทันทีว่าแร่ชิ้นนั้น คือแร่หายากที่ผ่านการถลุงมาอย่างดี เหล็กไหลพันปี อย่างน้อยๆคงมีราคาถึง 1 แสนหินลมปราณขั้นสูง แต่เมื่อบุตรสาวของตนหยิบมันขึ้นมาหลินฮันมิได้มีอาการอันใดเลยแม้แต่น้อย ตัวตนของศิษย์สำนักเทพกระบี่ผู้นี้เป็นเช่นไรกันแน่

ถังอี้ซินกลับมามองเตาหลอมเบื้องหน้าของตนเอง นางตั้งสมาธิแล้วจึงหยิบก้อนแร่สีทองอร่ามตาขึ้นมา นางมิทราบแม้แต่น้อยว่าก้อนสีทองนี้คือเหล็กไหลพันปี เห็นเพียงในแหวนมิติของหลินฮัน มีเจ้าก้อนสีทองนี้กองพะเนินเป็นภูเขาจึงได้หยิบออกมาเท่านั้น

นางนำก้อนแร่สีทองเข้าไปยังเตาเพื่อหลอมละลายให้กลายเป็นของเหลว แต่มิว่าจักใช้ไฟแรงเท่าใด เจ้าก้อนสีทองนั่นมิได้มีทีว่าจักหลอมละลายเลยแม้แต่น้อย ถังอี้ซินจึงลองส่งพลังปราณของตนเข้าไป ทันใดนั้นก้อนสีทองพลันเริ่มหลอมละลายอย่างง่ายดายราวน้ำแข็งโดนพายุเพลิง นางตั้งสมาธิใช้พลังปราณความคุมแร่เหล่านั้นออกมาจากเตาหลอม ถังอี้ซินหยิบค้อนขึ้นมาด้วยท่าทางทะมัดทะแมง การที่นางได้ดูบิดาสร้างอาวุธตั้งแต่เด็กนั้นทำให้นางจดจำท่าท่างได้ดียิ่งนัก

เพล่ง เพล่ง เพล่ง.....!

เสียงค้อนกระทบโลหะดังกึงก้อง ผ่านไปจนถึงยามอัสดงปรากฏกระบี่เล่มหนึ่งสีขาวสลับทองลอยพุ่งขึ้นไปสู่ท้องฟ้าเหนือเมืองแสงดาราดั่งพลุไฟ

ฟิ้ววว!

กระบี่เล่มนั้นพุ่งขึ้นไปไม่น่านก็พุ่งกลับลงมาเช่นเดิม หลินฮันเห็นดังนั้นก็กระโดดออกไปรับกระบี่ทันที

พรึบ!

ติ่ง! [ท่านได้รับกระบี่ไร้นาม(ผู้สร้างยังไม่ได้ตั้งชื่อ)ระดับจักรพรรดิขั้นสูง]

[กระบี่เล่มนี้ถูกสร้างขึ้นมาโดยผู้มีพรสวรรค์ด้านการสรรสร้างสูงที่สุดในเอกภพนี้ จึงกำเนิดจิตวิญญาณเทียมขึ้นมา คุณสมบัติต้านทานพลังมารทุกระดับ 50%]

“นี่มันสุดยอดเกินไปแล้ว สมกับเป็นสายเลือดเทพแห่งการสรรสร้าง” หลินฮันกล่าวขึ้นมาอย่างตื่นเต้นหลังจากหลังจากได้ดูข้อมูลของกระบี่เล่มนี้ แต่เมื่อมองไปยังถังอี้ซินก็ได้พบว่านางนั้นได้สิ้นสติไปโดยมีถังเอ้อหลางอุ้มนางไปนอนบนเตียงไม้อันผุพัง

“นายท่าน บุตรสาวข้านางเป็นอันใดหรือไม่ขอรับ” ถังเอ้อหลางกล่าว

“มิได้เป็นอันใด ปล่อยให้นางพักผ่อน ส่วนเจ้าก่อนหน้าที่มิสามารถใช้พลังปราณได้ เจ้าได้พบผู้ใดบ้างหรือไม่” หลินฮันกล่าว

ถังเอ้อหลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวออกมา “หลังจากที่จ้าเอาที่ดินไปจำนอง มีคนผู้หนึ่งมาว่าจ้างให้ตีกระบี่ให้ขอรับ แต่ข้ากำลังฝึกซ้อมที่จักเข้าร่วมการแข่งขันในวันพรุ่งนี้ จึงได้กล่าวปฏิเสธไป”

“เจ้าจำลักษณะคนผู้นั้นได้หรือไม่” หลินฮันกล่าว

“คนผู้นั่นสวมเสื้อผ้าสีเขียว สวมหมวกปิดบังใบหน้า ข้าจึงเห็นมิชัดขอรับ” ถังเอ้อหลางกล่าวออกมา

“เช่นนั้นก็ช่างเถิด ข้าจักให้เจ้าเป็นผู้ติดตามของข้า ส่วนบุตรสาวของเจ้าข้าจักรับนางเป็นศิษย์ เจ้ายินดีหรือไม่” หลินฮันกล่าว

“ข้าน้อยถังเอ้อหลาง ขอติดตามรับใช้นายท่านหลินฮันไปชั่วชีวิต” ถังเอ้อหลางคุกเข่าแล้วกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงตื้นตัน





ตอนก่อน

จบบทที่ ถังอี้ซินตีกระบี่

ตอนถัดไป