เม็ดยานวลหยกงาม
หลินฮันหยิบแหวนวงหนึ่งออกมาให้กับหลินปิน เป็นแหวนสีแดงเพลิงวงหนึ่ง “พี่ยกแหวนวงนี้ให้เจ้า แหวนวงนี้เรียกว่าแหวนบริวารแห่งเทพ เจ้าสวมใส่มันเข้าไปที่นิ้วของเจ้า แล้วถ่ายเทพลังปราณเข้าไปในแหวนพร้อมกับเอ่ยขึ้นมาว่า จงออกมา ไหนลองทำดู” หลินฮันกล่าว
หลินปินได้ยินดังนั้นก็สวมแหวนที่หลินฮันมอบให้ ทันทีที่สวมแหวนเข้าไปแล้วนั้น แหวนที่มีขนาดใหญ่กว่านิ้มมือของนางพลันหดเข้าไปกระชับพอดีกับนิ้วของนางอย่างน่าประหลาด หลินปินส่งพลังปราณเข้าไปในแหวน “จงออกมา” ทันใดนั้นเอง
ปุ้ง!
เสียงหมอกควันระเบิดเหนือโต๊ะอาหารของหลินฮัน ทำให้ทั่วบริเวณห้องโถงที่จัดงานเลี้ยงเงียบในทันที ทุกผู้ทุกคนต่างจับจ้องไปที่หมอกควันที่ระเบิดออกมาเหนือโต๊ะอาหารของหลินฮัน
หมอกควันเริ่มจางปรากฏเด็กชายผู้หนึ่ง เส้นขนเป็นสีแดงทั่วทั้งตัว เสื้อผ้าที่สวมใส่ล้วนแล้วแต่เป็นสีเพลิงทั้งสิ้น “บริวารแห่งเทพ ยักษาเพลิงโลกันตร์พร้อมรับใช้ขอรับ” เด็กชายผู้นั้นกล่าวออกมา มันมีพลังเพียงพื้นฐานขั้น 1 เท่านั้น เพราะตั้งแต่สุ่มได้แหวนบริวารแห่งเทพมา หลินฮันมิเคยเรียกออกมาใช้งานเลยแม้แต่น้อย
หลินฮันที่มองดูเจ้าเด็กน้อยหัวแดงนั้นถึงกับประหลาดใจ มิเหมือนในจิตนาการเลยซักนิด นึกว่ามันจักมีรูปร่างน่ากลัวเหมือนไอ้ยักษ์ ที่หยางจื่อสังหารไปในแดนทรายทรพิษซะอีก หรือเป็นเพราะมีพลังเพียงระดับพื้นฐานกันแน่นะ
“ท่านพี่เด็กหัวแดงคนนั้นเป็นใครหรือเจ้าคะ ทำไมเขาเอาแต่มองมาที่ข้ามิวางตาเลย” หลินปินกล่าวขึ้นมา
“ก็แหวนที่พี่มอบให้เจ้าอย่างไรเล่าเรียกเจ้าเด็กหัวแดงออกมา เจ้าตั้งชื่อซะสิ มันจักเป็นผู้รับใช้เจ้านับจากนี้” หลินฮันกล่าวออกมา
“อ้อ พี่ชายของหลินปินเก่งที่สุด เช่นนั้นนับแต่นี้เจ้ามีชื่อว่า หลินเสี่ยวหง ก็แล้วกัน อิอิ” หลินปินกล่าวขึ้นอย่างมีความสุข
“เจ้านายขอรับ ข้ากินอาหารพวกนี้ด้วยได้หรือไม่” หลินเสี่ยวหงมองไปยังแมวทั้งสองที่กำลังสวาปามพลางกลืนน้ำลายแล้วกล่าวถาม
“เอ่อ ท่านพี่ให้เสี่ยวหงน้อยกินได้หรือไม่เจ้าคะ” หลินปินกล่าว
“เจ้ากินให้ทันเจ้าสองตัวนั้นก็แล้วกัน” หลินฮันกล่าว
ได้ยินดังนั้นหลินเสี่ยวหงก็เข้าร่วมวงทันที ไม่นานก็เกิดสงครามแย่งชิงอาหารบนโต๊ะขนาดใหญ่ โดยฝ่ายแดงเป็นหลินเสี่ยวหง ฝ่ายน้ำเงินคือหลินหงและหลินเสียวไป๋นั่นเอง
“เจ้าเด็กหัวแดงนั่นกินเร็วชะมัน เสียวไป๋เราต้องเร่งมือเข้าให้ไว จักยอมแพ้มิได้เด็ดขาด” หลินหงกล่าวขึ้นมา
“ขออีก... ขออีก ... ขออีก” คำกล่าวนี้ดังขึ้นทุกๆ 3 ลมหายใจ หลงเสวียนห่าวเห็นดังนั้นแทบเป็นลมล้มพับไป ต่อให้ร่ำรวยเพียงใดหากพวกเจ้ายังกินแบบนี้ต่อไป จวนข้าคงมิเหลือสิ่งใดเป็นแน่
“เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร” หลินฮันกล่าวถาม
“ข้ามากับท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านตา ท่านเจ้าสำนักตู้ให้เข้าเป็นตัวเทนลงแข่งประลองฝีมือรุ่นเยาว์นะเจ้าคะ” หลินปินกล่าวขึ้นมาด้วยท่าทางภาคภูมิใจ ไม่นานหลังจากนั้นผู้คนจากตระกูลหลินก็เดินมาหาหลินฮันที่โต๊ะอาหาร
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านตา” หลินฮันคำนับทันที
“ลูกฮัน เจ้ามาทำอันใดที่นี่” หนิงฮวากล่าวถาม
“ข้าคิดจักกลับไปพาทุกคนไปอาศัยอยู่ที่เมืองหลวงนะขอรับ ระหว่างเดินทางเลยแวะมาเดินเล่นที่เมืองนี้สักหน่อย จริงสิขอรับข้ามีของขวัญให้พวกท่าน” หลินฮันหยิบเม็ดยามากมายหลากหลายชนิดออกมาแล้วบรรยายสรรพคุณต่างๆนาๆ หลินเทียน หนิงฮวา หนิงอัน หรือแม้แต่เจ้าเมืองทั้ง 4 ที่กำลังจะเดินขึ้นมาคำนับหลินฮันก็ได้ยินสรรพคุณเม็ดยาเหล่านั้นด้วย
หนิงฮวามิรอช้า นางกลืนเม็ดยานวลหยกงามที่หลินฮันมอบให้ทันที ผ่านไปมินานร่างกายของนางพลันส่องสว่างจ้า ร่องรอยความเสื่อมโทรมตามอายุหายไปจนหมดสิ้น หลินเทียนเห็นดังนั้นถึงกับตะลึง นี่มันหนิงฮวาเมื่อตอนเป็นสาวแรกรุ่นชัดๆ หนิงฮันเห็นดังนั้นก็มิรอช้า กระดกเม็ดยาเข้าปากตามไปทันที ลำแสงเอ่อล้นทั่วร่างกายของหนิงอัน เส้นผมสีขาวกลาวเป็นดกดำ ใบหน้าที่เริ่มหย่อนยานเต่งตึงอีกครั้ง
“นี่มันอัศจรรย์เกินไปแล้ว” ผู้คนที่ได้เห็นภาพนั้นต่างอุทานขึ้นมาทันที หลินเทียนเห็นดังนั้นก็กลืนเม็ดยาตามไปทันที ไม่นานเหตุการณ์ซ้ำเดิมก็ปรากฏขึ้น
เจ้าเมืองทั้ง 4 ต่างรีบเร่งเข้ามาหาหลินฮัน เพื่อถามซื้อเม็ดยานวลหยดงามนี้ ใครบ้างเล่ามิอยากดูอ่อนวัย หลินฮันจึงประกาศก้องดังทั่วห้องโถงว่า ยาเม็ดนวลหยกงามจักวางขายที่ร้านค้าตระกูลหลินและร้านค้าตระกูลชิงที่เมืองหลวงในอานาคต นอกจากนี้ยังมีเม็ดยาอย่างอื่นอีกเป็นจำนวนมาก ม่ว่าจะเม็ดยาที่สามารถงอกเงยแขนขาที่ขาดหายได้ หรือเม็ดยาทะลวงระดับขั้นพลังในทันที ทำเอาผู้คนในเต้นระส่ำ เม็ดยาคุณสมบัติราวเทพเซียนพวกนี้มีอยู่จริงๆเช่นนั้นหรือ
หลงเสวียนห่าวพลันชะงักทันที มันจำได้ว่าหลินฮันเคยมอบเม็ดยาให้พร้อมกับบอกว่าทำให้มิแก่ชรา หลงเสวียนห่าวค้นหาเม็ดยาแล้วกลืนเข้าไปทันที
เจ้าเมืองทั้ง 3 พลันรู้สึกอิจฉาหลงเสวียนห่าวขึ้นมา เจ้าเมืองฟ้านิลกาฬหลงจิ้งกล่าวขึ้นมาทันที “ข้าต้องซื้อเม็ดยานวลหยกงามนี้ไปฝากยายแก่หนังเหี่ยวที่บ้านให้จงได้” หลงจิ้งกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
ไม่นานบรรยากาศในงานเลี้ยงก็เริ่มกลับมาสงบดังเดิม เจ้าหลินหลงและหลินเสี่ยวไป๋ต่างนอนพุงกาง กินไม่ไหวแล้ว ส่วนผู้รับใช้คนใหม่ของหลินปิน หลินเสี่ยวหงยังคงตั้งหน้าตั้งตากินอยู่เช่นเดิม