เด็กรับใช้

ผลของการประลองรอบที่ 2 นั้นเป็นหลินปินที่ได้รับชัยชนะไปอย่างง่ายดาย เพราะหลินปินเรียกหลินเสี่ยวหงออกมาจากแหวนบริวารแห่งเทพมาต่อสู้กับเย่หยวน เรียกได้ว่าการประลองรอบ 2 นั้น เย่หยวนพ่ายแพ้ไปด้วยสภาพอเนจอนาถเสื้อผ้าขาดยับเยิน แต่อย่างไรก็ตาม เย่หยวนมิได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย

“จบการประลองยุทธรุ่นเยาว์เพียงเท่านี้ อีก 2 ชั่วยามเริ่มการแข่งขันประลองยุทธรุ่นใหญ่” ผู้ตัดสินที่เวทีการประลองกล่าวออกมาเสียงดัง สาเหตุที่ต้องเริ่มการประลองยุทธในอีก 2 ชั่วยามนั้นเป็นเพราะเวทีประลองยุทธได้ถูกหลินเสี่ยวหง ทุบทำลายจนย่อยยับไปแล้ว จึงต้องทำการซ่อมแซมเวทีการประลองใหม่ กลุ่มของหลินฮันและเจ้าเมืองทั้งหลายจึงแยกย้ายกันออกไปที่พักของตนเอง

“เจ้าคนขี้แพ้ พาท่านน้าเดินตามข้ามา” หลินปินกล่าวขึ้นมาพร้อมกับก้าวเดินออกไป เย่หยวนได้ยินดังนั้นถึงกับพูดมิออก ได้แต่ประคองมารดาของตนตามหลินปินไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อเดินมาถึงห้องพักของหลินฮัน หลินปินก็พุ่งเข้าห้องไปเกาะแขนของพี่ชายตนเองทันที “ท่านพี่เจ้าขา ท่านพี่คนหล่อ” หลินปินกล่าวขึ้นมาอย่างออดอ้อน

“เจ้าอยากได้สิ่งใดหรือ” หลินฮันกล่าวขึ้นมาอย่างรู้ทัน

“แฮะๆท่านพี่รู้ทันข้าอีกแล้ว ข้าสัญญาไว้กับคนผู้หนึ่งนะ ท่านแม่ช่วยรักษาท่านแม่ของเขาได้ไหมเจ้าคะ” หลินปินกล่าว

“อ้อ พี่มิใช่หมอเทวดาเสียหน่อย จักช่วยเหลือผู้คนได้ด้วยเล่า” หลินฮันกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

“นะนะเจ้าค่ะ ท่านพี่ช่วยดูพวกเขาหน่อยก็ยังดี เจ้าพาท่านน้าเข้ามาได้แล้ว” หลินปินกล่าว ทันทีที่เย่หยวนได้ยินเสียงหลินปิน ก็รีบประคองฟ่านปิงลี่เข้ามาหาหลินฮันทันที

ตุบ!

เสียงเข่ากระทบพื้นดังสนั่น “ข้าน้อยเย่หยวนคารวะท่านเจ้าขุนเขาเดียวดาย” เย่หยวนกล่าวออกมาเสียงดังด้วยความเลื่อมใส ขณะที่ฟ่านปิงลี่มารดาของเย่หยวนกำลังจะคุกเข่าตามนั้น ก็ได้มีพลังสายหนึ่งมาพยุงนางเอาไว้มิให้นางคุกเข่า เป็นหลินฮันนั่นเอง “ท่านมิต้องคุกเข้าให้ข้าดอก” หลินฮันกล่าวขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้ม แล้วกล่าวกับเย่หยวนว่า

“เจ้ามีสิ่งใดมาแลกเปลี่ยนกับข้า หากข้ารักษาสตีผมขาวผู้นี้ให้เจ้า”

เย่หยวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงหันไปมองหลินปินที่ยืนเกาะแขนหลินฮันอยู่แล้วกล่าวว่า “ทะท่านต้องการค่ารักษาเท่าใดหรือขอรับ ข้าจักหามาให้กับท่านให้จงได้” เย่หยวนกล่าวขึ้นมา

“ท่านพี่เจ้าคะ ช่วยพวกเขาหน่อยเถิด” หลินปินกล่าวขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นสายตาของเย่หยวนมองมายังตน

ฟ่านปิงลี่ที่ยืนอยู่ข้างเย่หยวน นางมองหลินฮันด้วยแววตาอันสงสัย บุรุษผู้อยู่ตรงหน้าของนางนี้มิสามารถมองออกเลยแม้แต่น้อย ว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่ ขณะที่นางกำลังจักกล่าวอันใดนั้น ก็ได้ยินหลินฮันกล่าวขึ้นมาว่า

“10 ปี ข้าจะให้เจ้าเป็นคนรับใช้ของข้า 10 ปี หากเจ้ายอมรับข้าก็จักรักษามารดาของเจ้าให้”

เย่หยวนได้ยินดังนั้นถึงกับคิดหนัก เป็นข้ารับใช้ผู้อื่นถึง 10 ปี แต่เพื่อโอกาสในการรักษามารดาแล้ว เย่หยวนจึงตอบตกลงในทันที “ข้าตกลงขอรับ หากท่านช่วยมารดาของข้าได้ ไม่ว่า 10ปี หรือ 100ปี ข้าก็จักติดตามรับใช้ท่านขอรับ” เย่หยวนกล่าวออกมาด้วยความหนักแน่น

หลินฮันได้ยินดังนั้นก็มิได้แสดงออกทางสีหน้าอันใดแม้แต่น้อย แต่ในใจนั้นกำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ได้เทพแห่งแสงเจ้าของวิชาภูษาสวรรค์มาเป็นเด็กรับใช้ ฮาฮ่าฮ่า หากผู้ใดรู้คงได้กลั้นใจตาย”

หลังจากนั้นไม่นานหลินฮันก็มองไปยังฟ่านปิงลี่ที่กำลังยืมมองตนอยู่ด้วยแววตาสงสัย “จากที่ข้าดูอาการแล้ว ธาตุเตโช(ไฟ)ในร่างกายของท่านกำลังหย่อนกำลังลงเรื่อยๆ เห็นทีคงสามารถอยู่ได้อีกไม่เกินครึ่งเดือน แต่ว่าหากท่านดื่มของสิ่งนี้จักสามารถอยู่ได้อีก 100 ปีเป็นอย่างน้อย” หลินฮันกล่าวขึ้นมาพร้อมกับขวดหยกใบหนึ่งปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ ขวดหยกค่อยๆลอยไปยังเบื้องหน้าของฟ่านปิงลี่ ฟ่านปิงลี่จึงรับขวดหยกที่ลอยมายังตรงหน้าของตนทันที

สิ่งที่หลินฮันกล่าวนั้นมิได้โกหกเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้นั้นนางรู้สึกถึงความหนาวเย็นอันน่าประหลาดในร่างกายซึ่งเป็นผลมาจากธาตุวาโย(ลม) ในร่างกายกำลังกำเริบเพราะธาตุเตโช(ไฟ)อ่อนกำลังลงเรื่อยๆ หากเมื่อใดที่ธาตุเตโชหมดไปเมื่อนั้นนางก็จักจากโลกใบนี้ไปอย่างแน่นอน

ฟ่านปิงลี่ค่อยๆเปิดขวดหยกออก พลังปราณอันบริสุทธิ์พวยพุ่งออกมาอย่างรุนแรง “นี่มันหัวใจเทวะพิสุทธิ์ในตำนาน” ฟ่านปิงลี่อุทานออกมาอย่างตกตะลึง หัวใจเทวะพิสุทธิ์นี้ล้ำค่าเป็นอย่างมาก ว่ากันว่า 1 หยดสามารถต่ออายุขัยได้ 100 ปี มิว่าคนผู้นั้นจักมีสภาพใกล้ตายอย่างไร

เย่หยวนที่ได้ยินมารดากล่าวออกมาก็พลันตกตะลึงเช่นกัน หัวใจเทวะพิสุทธิ์นี้เย่หยวนเคยได้เห็นเพียงในตำราเท่านั้น มิคิดว่าจักได้มีวาสนาได้เห็นของจริง อีกทั้งยังเป็นมารดาของตนเองที่ได้รับวาสนานี้ เกรงว่า 10 ปี คงน้อยเกินไปสำหรับหัวใจเทวะพิสุทธิ์หยดนี้เสียแล้ว ท่านเจ้าขุนเขาหลินฮันเมตตาข้ามากถึงเพียงนี้ ข้าเย่หยวนขอสาบานว่าจักรับใช้ท่านเจ้าขุนเขาเดียวดายหลินฮันไปจนวันตาย เย่หยวนกล่าวสาบานในใจตนเอง

ผ่านไป 2 ชั่วยาม ผู้คนที่อยู่ในห้องจึงเดินออกมา หลินฮันและแมวสองตัวบนหัวไหล่เดินออกมาพร้อมกับหลินปินที่กำลังกล่าววาจาอันใดกับเย่หยวนก็มิทราบ ตามมาด้วยฟ่านปิงลี่ที่มีใบหน้านวลเยาว์ดังคนอายุ 18-19 ปีก็มิปาน เรียกได้ว่าตอนนี้นั้นนางได้หายเป็นปกติแล้ว พลังของนางยามนี้นั้นกลับคืนมาดังเดิมแถมยังก้าวหน้าขึ้นอีกขั้น 1 เสียด้วย จากเดิมที่เป็นเพียงราชันขั้น 9 ตอนนี้นั้นนับว่านางมีพลังระกับจักรพรรดิขั้น 1 อายุขัยเพิ่มขึ้นอีก 500 ปีเป็นอย่างน้อย





ตอนก่อน

จบบทที่ เด็กรับใช้

ตอนถัดไป