ท่านเเม่
สตรีผมขาวมองไปรอบๆตัวก็ได้พบกับหลินฮันและด้านหลังของหลินฮันมีหลินหงในร่างพยัคฆ์สีแดงตัวใหญ่ นางลุกขึ้นจากเตียงพร้อมกับถอยกรูไปยังผนังถ้ำอย่างรวดเร็ว
“เจ้าเป็นผู้ใด อย่าเข้ามานะ” สตรีผู้นั้นกล่าวขึ้นมาอย่างระวังตัว
“ข้ามิได้ทำอันใดเจ้าเลยแม้แต่น้อย ข้าเขามาก็เห็นเจ้านอนอยู่บนเตียงสีขาวแล้ว เจ้ามาอยู่ในถ้ำแห่งนี้ได้อย่างไร แล้วเจ้าเป็นผู้ใดกัน” หลินฮันกล่าวด้วยความสงสัย
“ข้าจำมิได้ ข้าคือใครหรือ” สตรีผู้นั้นกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันสงสัยเช่นกัน หลินฮันได้ยินดังนั้นถึงกับพูดไม่ออก
“เจ้ายังไม่รู้แล้วจักให้ข้ารู้ได้อย่างไรเล่า” หลินฮันกล่าวอย่างจนปัญญา
หลังจากที่หมาป่าสีดำและผู้เฝ้าประตูนรกตนนั้นหายไป หลิงหงได้บอกเล่าเรื่องราวของพวกมันทั้งสองให้หลินฮันฟังผ่านทางพันธะสัญญาจิตวิญญาณ เดิมทีคิดว่าคงต้องสอบถามเรื่องราวกับสตรีนางนี้เพิ่มเติม แต่ดูเหมือนว่านางจักจำอันใดมิได้เลยแม้แต่น้อย หลินฮันสำรวจถ้ำแห่งนี้อยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็เดินออกไปยังบริเวณทางออก แต่เมื่อมองไปยังด้านหลังก็พบว่าสตรีผู้นั้นเดินตามตนเองมา พร้อมกับเตียงหยกสีขาวที่ลอยอยู่ด้านหลังของนาง หรือว่าเตียงหยกสีขาวนั่นเป็นเตียงจิตวิญญาณ สมบัติวิญญาณจริงๆด้วย หลินฮันคิดในใจ
เมื่อเดินออกมาถึงปากถ้ำหลินฮันก็ทะยานขึ้นไปยังท้องฟ้าทันทีแล้วพุ่งตัวไปยังทิศทางที่หลินปินและเย่หยวนอยู่ แต่เมื่อมองไปด้านหลังก็ได้พบกับสตรีทางนั้นนั่งอยู่บนเตียงหยกสีขาว เหาะตามมาอย่างรวดเร็ว
“เจ้าจักตามข้ามาด้วยเหตุอันใด” หลินฮันกล่าวถาม หลินฮันไม่สามารถสัมผัสพลังวิญญาณของนางได้เลยแม้แต่น้อย และค่าสถานะของนางนั้น แน่นอนว่านางนั้นเป็นเพียงคนธรรมดาที่มิได้มีพลังยุทธแม้แต่น้อย
“ข้ามิรู้ว่าจักไปที่ใด ข้าขอตามเจ้าไปได้หรือไม่” สตรีนางนั้นกล่าว
เวรกรรมอันใดของข้าอีกหนอ หลินฮันคิดในใจแล้วกล่าวขึ้นมาว่า “เช่นนั้นก็ได้ แต่ข้ามิได้มีเวลาดูแลเจ้าดอกหนา” กล่าวจบหลินฮันก็พุ่งตัวไปหาหลินปินและเย่หยวนที่กำลังนั่งอยู่บนหลังของพยัคฆ์สีขาวตัวใหญ่ แน่นอนว่าเป็นหลินเสี่ยวไป๋นั่นเอง ตอนนี้นั้นสัตว์อสูรในขุนเขามรณะล้วนตกตายจนหมดสิ้น มิเหลือไว้ให้ดูเล่นเลยแม้สักตัวเดียว
หลินปินที่ได้เห็นหลินฮันพุ่งตัวมาก็กล่าวขึ้นทันที “ท่านพี่เจ้าขา นั่งอยู่บนหลังเสียวไป๋สนุกมาเลยเจ้าคะ ข้าขอเสี่ยวไป๋ไปเลี้ยงอีกตัวได้ไหมเจ้าคะ ข้าจักขี่หลังเสี่ยวไป๋เล่นทุกวันเลย”
หลินฮันที่กำลังเข้ามาใกล้ถึงกับหัวทิ่มลงพื้น นั่นมันพยัคฆ์ขาวเทวะหนึ่งในสัตว์เทพเชี่ยวนะ น้องสาวของตนถึงกับจักเอาไปขี่เล่นซะอย่างนั้น ผู้ใดพบเห็นคงต้องตกตะลึงจนตายเป็นแน่
“เอ๋ พี่สาวสวยคนนั้นเป็นใครหรือเจ้าคะ หรือว่าท่านพี่ไปหาหญิงสาวผู้นั้นมาใช่หรือไม่” หลินปินกล่าวถามด้วยความสงสัย
“เลิกพูดจาเหลวไหลได้แล้ว กลับกันเถิด” กล่าวจบก็ได้ออกเดินทางไปยังขุนเขาเดียวดายสำนักเทพกระบี่ทันที
เมื่อมาถึงขุนเขาเดียวดาย ก็ได้มองเห็นตำหนักหลังใหญ่ที่สร้างขึ้นมาใหม่แทนที่ตำหนักหลังเดิมที่หลินฮันระเบิดไป ด้านหน้าตำหนักล้วนแล้วแต่เป็นผู้คนของตระกูลหลินและศิษย์ทั้งสามคนของหลินฮัน
“มาถึงกันนานแล้วหรือขอรับ” หลินฮันกล่าว
“สักพักแล้วละลูก ที่นี่นะหรือขุนเขาเดียวดายในสำนักเทพกระบี่ พลังปราณหนาแน่นยอดเยี่ยมยิ่งนัก” หนิงฮวากล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันตื่นเต้น
“ใช่แล้วขอรับ ในบรรดาขุนเขาทั้งมวล ขุนเขาเดียวดายของนายน้อย ยอดเยี่ยมที่สุดแล้วขอรับ” หลินต่งกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันภาคภูมิใจ ว่ากล่าวกันไม่นาน หลงซินซินพลันได้สังเกตเห็นสตรีผมขาวผู้หนึ่ง นั่งอยู่บนเตียงหยกสีขาวที่ลอยค้างอยู่บนอากาศ ร่างของหลงซินซินสั่นสะท้าย ดวงตาเริ่มพร่ามัว หยดน้ำตาไหลรินออกมาอย่างรวดเร็ว
“ท่านแม่” หลงซินซินกล่าวขึ้นมาพร้อมกับทะยานไปยังเตียงหยกสีขาวทันที ผู้คนที่ได้ยินเสียงนั้นก็หันมาสนใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทันที
ฟ่านปิงลี่ มารดาของเย่หยวนที่ได้เห็นสตรีที่นั่งอยู่บนเตียงหยก ก็ทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นทันที เย่หยวนเห็นดังนั้นก็รีบเร่งเข้าไปประคองมารดาของตนเอง
“ท่านแม่ ท่านเป็นอันใดไปหรือขอรับ หรืออาการจักกลับมากำเริบอีก” เย่หยวนกล่าวขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง
“ปิงเอ๋อ” ฟ่านปิงลี่กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันสุดแสนจะคำนึง พร้อมกับหยาดน้ำตาหลั่งรินออกมามิต่างกับหลงซินซินที่พุ่งตัวขึ้นไปด้านบนเวหา
สตรีที่อยู่บนเตียงหยก เมื่อได้เห็นหลงซินซินพุ่งตัวเข้ามาพร้อมกับเรียกตนเองว่าท่านแม่ นางถึงกับผงะ ในทันทีนางพยายามที่จะหลบเลี่ยงแต่ก็ไม่ทันการเสียแล้ว หลงซินซินพุ่งตัวเข้าไปกอดนางทันทีพร้อมกับร้องไห้ออกมา ทันใดทั้นเองความรู้สึกคุ้นเคยอันน่าประหลาดได้เกินขึ้นในจิตใจของนาง ความรู้สึกผูกพันอันคุ้นเคยนี่มันคืออันใดกัน
เมื่อมองลงไปยังผู้คนเบื้องล่าง ก็ได้เห็นสตรีผู้หนึ่งมีผมสีขาวเช่นเดียวกันกับนาง นั่งอยู่ที่พื้นพร้อมกับมีน้ำตาอาบใบหน้าพลางมองมาที่นางด้วยสายตาอันห่วงหา ทันใดนั้นเองความทรงจำอันแปลกประหลาดได้พุ่งเข้าสู่ศีรษะของนางอย่างบ้าคลั่ง นางกุมศีรษะของตนเองแล้วร้องขึ้นมาอย่างเจ็บปวดแล้วสลบไปทันที
“ท่านแม่” หลงซินซินเห็นดังนั้นก็ประคองร่างของมารดาพร้อมกับร่อนลงไปหาหลินฮันอย่างรวดเร็ว แล้วกล่าวขึ้นมาว่า “ท่านอาจารย์ ช่วยท่านแม่ของศิษย์ด้วย”
หลินฮันที่ได้มองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนแรกก็ยังมิอาจเข้าใจได้ แต่เมื่อได้ฟังคำที่หลงซินซินกล่าวกับตน ก็พลันเข้าใจทันที "นางคือท่านแม่ของเจ้าเช่นนั้นรึ..."