ร้านค้าตระกูลหลิน
สองแม่ลูกโอบกอดกันแน่น ไม่นานนักก็ค่อยๆคลายมือที่โอบกอดออก “ตอนนั้นใครๆก็บอกว่าท่านแม่เป็นปีศาจถูกสังหารไปแล้ว ข้าคิดว่าจักมิได้มีโอกาสพบหน้าท่านแม่แล้วเจ้าคะ” หลงซินซินกล่าวออกมา
ฟ่านปิงปิงที่ได้ยินบุตรสาวกล่าวเช่นนั้นก็รู้สึกเศร้าใจมิได้ ในครานั้นนางจำได้เพียงมีกระจกรูปร่างหน้าตาแปลกประหลาดอันหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะเครื่องประทินโฉมของนาง จางจึงยื่นมือไปสัมผัส หลังจากนั้นนางจำอันใดมิได้เลยแม้แต่น้อย
“แม่ทำผิดต่อเจ้ายิ่งนัก แล้วเป็นมาอย่างไรเจ้าถึงได้มาอยู่สำนักเทพกระบี่ องค์จักรพรรดิบิดาเจ้าเล่า” ฟ่านปิงปิงกล่าวถามบุตรสาว
หลงซินซินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง นางจึงกล่าวขึ้นมาด้วยใบหน้าอันเศร้าโศกว่า “ตั้งแต่มีข่าวว่าท่านแม่เป็นมารร้าย ลูกก็ถูกบังคับให้มาอยู่ในสำนักเทพกระบี่นี้แล้ว แต่นับว่าเป็นวาสนาของลูกที่ท่านอาจารย์เมตตา”
ฟ่านปิงปิงได้ยินเช่นนั้นนางถึงกับหมดความรู้สึกใดๆกับองค์จักรพรรดิหลงซานในทันที แม้แต่บุตรสาวแท้ๆของตนยังขับไล่ได้เช่นนี้ “แม่ขอโทษ ที่ทำให้เจ้าต้องตกระกำลำบากเช่นนี้” ฟ่านปิงปิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ
“มิได้เป็นอันใดเจ้าคะ ตอนนี้ลูกมีความสุขยิ่งนัก มีท่านอาจารย์กับศิษย์พี่ อยู่ที่นี่ลูกไม่เหงาเลยแม้แต่น้อย” หลงซินซินกล่าว ทันใดนั้นเอง
“ปิงเอ๋อ เจ้าฟื้นแล้ว” ฟ่านปิงลี่กล่าวพร้อมกับเดินเข้ามา
“ท่านพี่” ฟ่านปิงปิงตอบรับเสียงเบา นางนั้นรู้สึกผิดในใจยิ่งนักที่ยามนั้นได้หลบหนีออกมาโดยปล่อยให้พี่สาวของนางฟ่านปิงลี่ เผชิญหน้ากับกลุ่มโจรเพียงลำพัง
เมื่อเห็นใบหน้าอันมิสู้ดีของน้องสาว ฟ่านปิงลี่จึงกล่าวขึ้นว่า “เจ้ามิต้องคิดอันใดอีกแล้ว วันนี้พวกเราได้มาอยู่พร้อมหน้ากันแล้วมิใช่รึ” กล่าวจบฟ่านปิงลี่ก็ยิ้มออกมาอย่างสวยงาม
“ท่านพี่” ฟ่านปิงปิงกล่าวพร้อมกับโอบกอดพี่สาวของตนทันที
เวลาล่วงเลยไปกว่า 2 เดือน ร้านค้าตระกูลหลินที่ก่อตั้งได้ไม่นานนั้นเฟื้องฟูเป็นอย่างมาก ผู้คนจำนวนมากเบียดเสียดกันแน่นถนัด ร้านค้าตระกูลหลินนั้นโดงดังเป็นอย่างมาก ถึงขนาดที่ผู้คนของอาณาจักรเหมันต์และอาณาจักรทรายโลหิตยังต้องเดินทางมาเยือนสักครั้ง
สินค้าที่ขึ้นชื่อของร้านค้าตระกูลหลิน มีทั้งยุทธภัณฑ์และเม็ดยา ผู้ที่รับหน้าที่ดูแลเรื่องการสร้างยุทธภัณฑ์นั้นแน่นอนว่าเป็นสองพ่อลูกตระกูลถัง ถังเอ้อหลางและถังอี้ซิน ส่วนการสร้างเม็ดยานั้นเป็นไป๋เฉียงและศิษย์ทั้งหลาย แน่นอนว่าคนเหล่านี้เป็นผู้เสนอตนเขามาเอง เมื่อได้รับข่าวว่าหลินฮันต้องการว่าจ้างนักหลอมโอสถ เพราะเม็ดยาแต่ละเม็ดของหลินฮันนั้น ช่างน่าอัศจรรย์นัก หลินฮันได้สั่งสอนสูตรการหลอมเม็ดยาต่างๆมากมายอย่างมิได้หวงสูตรแต่อย่างใด ยกเว้นเพียงเม็ดยาทะลวงพลังขั้นกลางเท่านั้น ที่หลินฮันมิได้สั่งสอนผู้ใด ตอนนี้นั้นนับว่าหลินฮันเป็นอาจารย์ของนักหลอมโอสถเหล่าก็ว่าได้
“ไอ้ยักษ์ไร้สมอง มิเจอกันตั้งนมนาม ดูเหมือนเอ็งจักดูโง่งมขึ้นกว่าเดิมนะ ข้าเห็นเอ็งหอบหิวเม็ดยานวลหยกงามตั้งมากมาย หรือว่าเอ็งมัน...” ลั่วจวินกล่าว
“ข้าจักทำอันใดก็เรื่องของข้า ลิงหัวขาวอย่างเอ็งข้าก็เห็นซื้อเม็ดยางอกเงยกับเม็ดยาช้างสารอันใดนั่น เอ็งจักตัดของตนเองทิ้งแล้วให้กินยาให้มันงอกใหม่ใช่หรือไม่” ฟงสืออี้กล่าวกับลั่วจวิน
“เจ้า” ลั่วจวินถึงกับพูดอันใดมิออก ขณะที่กำลังจะกล่าวออกไปต่อนั้น
“อีกครึ่งชั่วยามร้านค้าตระกูลหลินของเราจักปิดการประมูลเม็ดยาและยุทธภัณฑ์ขั้นสูง หาผู้ใดต้องการเข้าร่วมประมูล จำต้องซื้อตั๋วเข้าร่วม ระดับทอง 300 หินลมปราณขั้นสูง ระดับเงิน 100 หินลมปราณขั้นสูงและระดับทองแดง 10 หินลมปราณขั้นต่ำ ผู้ที่มิได้มีตั๋วเข้าร่วม มิสามารถเข้าร่วมการประมูลได้” หวังเทาที่ได้รับหน้าที่เป็นผู้ดูแลร้านค้าตระกูลหลินกล่าวออกมา ตอนนี้ระดับพลังของหวังเทานั้นได้ทะลวงเข้าสู้ขั้นราชันจักรพรรดิแล้วเรียบร้อย จึงมิมีผู้ใดกล้ากล่าวทักท้วงแม้แต่ผู้เดียว
“ตั๋วระดับทองได้รับสิทธิพิเศษอย่างบ้างเล่า ท่านผู้ดูแลหวัง” จอมยุทธพเนจรผู้หนึ่งกล่าวออกมา
หวังเทาที่กำลังรอคำถามนี้อยู่พลันยิ้มรับ แล้วกล่าวขึ้นว่า “หากผู้ใดมีตั๋วระดับทองในมือ นอกจากจักได้นักอยู่ด้านหน้าของการประมูลแล้วนั้น ยังมีสิทธิ์ได้รับการสุ่มกงล้อลุ้นโชคถึง 3 ครั้ง ระดับเงิน 1 ครั้ง เด็กๆ” กล่าวจบก็ได้มีเด็กรับใช้ผู้หนึ่งยกแผ่นกระด้านสี่เหลี่ยมเข้ามา ด้านบนกระดานมีแผ่นวงกลมที่แบ่งออกเป็นช่องๆเขียนชื่อรายการเม็ดยาและยุทธภัณฑ์ต่างๆไว้มากมาย
“นี่เป็นกงล้อลุ้นโชคที่นายท่านของเราสร้างขึ้นมา สิ่งของที่มีค่าที่สุดในกงล้อนี้เป็นเม็ดยาทะลวงพลังขั้นกลาง ที่สามารถทำให้ผู้อยู่ตำกว่าระดับเทวะเลื่อนขั้นได้ทันที 1 ขั้นย่อยโดยมิมีเงื่อนไข เม็ดยาทะลวงพลังขั้นกลางนี้เราจักประมูลในวันนี้เช่นกัน ผู้ใดที่สุ่มได้ก็นับว่าเป็นโชควาสนาแล้ว” หวังเทากล่าวจบก็มีเสียงฮือฮาขึ้นทันที
“ท่านว่าอันใดนะ ระดับต่ำกว่าเทวะทะลวงได้ทันที”
“ข้าซื้อตั๋วทอง”
“ข้าก็เอาตั๋วทอง”
“ข้ายากจนยิ่งนัก ขอตั๋วเงิน 1 ใบ”
ทันทีที่เริ่มขายตั๋วการประมูล หินลมปราณจำนวนมหาศาลก็ได้เข้ากระเป๋าของหลินฮันแล้วเรียบร้อย ไม่นานนักผู้คนทั้งหลายก็เริ่มใช้สิทธิ์สุ่มกงล้อ บางคนได้เม็ดยาฟื้นฟูลมปราณ 1 เม็ดก็พลันรู้สึกเสียดายที่มิได้เม็ดยาทะลวงพลัง แต่เมื่อสังเกตดีๆแล้ว “นะนี่มันเม็ดยาความเข้มข้น 10 ส่วน ในร้านค้ามิได้มีเม็ดยา 10 ส่วนเต็มเช่นนี้สักเม็ด” คนเหล่านั้นต่างตะโกนออกมา เมื่อผู้คนได้ยินเช่นนั้นก็ต่อแถวซื้อตั๋วประมูลอย่างล้นหลาม แต่ส่วนมากแล้วนั้นได้เพียงเม็ดยาฟื้นฟูลมปราณเท่านั้น หลินฮันที่เฝ้ามองจากระยะไกลก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างชั่วร้าย
“สุ่มให้ตายไปเถอะ ยังไงพวกเอ็งก็ไม่มีทางได้แจ็คพอต ทีนี้พวกเอ็งจะได้รู้ ความรู้สึกที่โดนลุงขายโรตีสายไหมหยอดเหรียญหลอกมันเป็นเช่นใด หยอดไปตั้ง 10 บาท ได้เเค่ 2 ชิ้น ความรู้สึกนี้มิมีวันลืม”