คำสั่งจับกุม

ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมานั้นบรรยากาศในวังหลวงในอาณาจักรเซียนกระบี่ นับว่าแปลกประหลาดยิ่ง เหล่าทหารยามที่ยืนประจำการอยู่ต่างรู้สึกได้ถึงความวังเวงอันมิมีสิ้นสุด ตั้งแต่องค์จักรพรรดิหลงซานล้มป่วย องรัชทายาทหลงเทียนหมิงก็ได้ออกว่าราชการแทน และสิ่งที่องค์รัชทายาททำสิ่งแรกหลังจากออกว่าราชการคือ แต่งตั้งราชครูเฒ่าเป็นมหาอุปราช ต่อมาไม่นานก็ได้ทำการขึ้นภาษีเป็นสองเท่าทำให้บรรดาขุนนางน้อยใหญ่ต่างมิพอใจ เกิดการชุมนุมคัดค้านขึ้น

หลงเทียนหมิงได้สั่งให้จับกุมตัวขุนนางเหล่านั้นทั้งหมด ผู้ใดขัดขืนก็จักสังหารให้สิ้นทั้งตระกูล เหล่าขุนนางทั้งหลายที่คิดจักต่อต้านได้เริ่มหายไปทีละคน บางคนนั้นเรียกร้องให้องค์จักรพรรดิหลงซานมาจัดการปัญหาเหล่านี้ หากเป็นเช่นนี้ต่อไปอาณาจักรต้องเสือมถอยลงกว่าเดิมเป็นอย่างมากอย่างแน่นอน แต่ก็ไร้วี่แววการปรากฎตัวขององค์จักรพรรดิหลงซานโดยสิ้นเชิง

ณ ห้องโถงใหญ่ในมหาราชวัง หลงเทียนหมิงนั่งอยู่บนบัลลังมังกร ด้านขวามือมีราชครูเฒ่าที่ได้รับแต่งตั้งเป็นมหาอุปราช มีอำนาจรองจากผู้ครองบัลลังยืนอยู่ ขุนนางน้อยใหญ่ต่างหมอบกราบที่พื้นด้วยความหวาดกลัว หลงเทียนหมิงนับว่าพอใจยิ่งนัก การได้รับอำนาจอันไร้ขีดจำกัดในมือ ทำให้มันในตอนนี้กลายเป็นผู้ที่มันใจในตนเองอย่างเต็มเปียม

“ฝ่าบาท เจ้าขุนเขายุทธภัณฑ์หลี่กวง แห่งสำนักเทพกระบี่ ขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ” เสียงข้ารับใช้ดังขึ้นบริเวณหน้าห้องโถงใหญ่

“เข้ามา” หลงเทียนหมิงกล่าว

“คำนับองค์รัชทายาท” หลี่กวงกล่าวหลังจากเข้ามาในห้องโถงแล้วนั้น แต่เมื่อมองไปยังใบหน้าของผู้อยู่บนบัลลัง จึงได้กล่าวขึ้นมาใหม่ว่า

“คำนับองค์จักรพรรดิ” นับว่าหลี่กวงนั้นพอได้รับรู้ข่าวสารภายในของวังหลวงอยู่บ้าง

“มาหาข้า เจ้ามีธุระอันใด” หลงเทียนหมิงกล่าว

“ข้าอยากขอให้ท่านละเว้นผู้คนตระกูลหลี่ด้วยเถิด ขอให้ยกเลิกคำสั่งล่าค่าหัวพวกมันด้วย” หลี่กวงกล่าวออกมา

“เห็นทีข้าจักทำให้มิได้กระมัง ท่านเจ้าขุนเขาหลี่ หากทำได้เกรงว่าเมื่อใดพระบิดาหายดี คงต้องกริ้วเราเป็นแน่” หลงเทียนหมิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอันเจ้าเล่

“หากข้ามีสิ่งมาแลกเปลี่ยนได้หรือไม่” หลี่กวงกัดฟันกล่าวพร้อมกับนำกระบี่ระดับจักรพรรดิขั้นสูงข้างกายตนออกมามอบให้กับหลงเทียนหมิง

หลงเทียนหมิงที่รับกระบี่มาแล้วจึงกล่าวว่า “กระบี่ดีแต่เกรงว่าเท่านี้คงจักมิพอ”

หลี่กวงได้ยินเฃ่นนั้นจึงกำหมัดแน่น ไม่นานก็ได้กล่าวบางสิ่งออกไป “หากเป็นข่าวสารของขุนเขาเดียวดาย จักพอแลกเปลี่ยนได้บ้างหรือไม่”

“ว่ามา” หลงเทียนหมิงดวงตาเป็นประกาย

“เมื่อราวๆหนึ่งเดือนก่อน ข้าขึ้นไปทำธุระที่ขุนเขาเดียวดาย ได้พบกับสตรี 3 คนที่มีเส้นผมสีขาว 1 ในนั้นคือหลงซินซิน น้องสาวของท่านและสตรีอีกคนข้ามันใจยิ่งนักว่าเป็นมารดาของนางที่มีข่าวว่าเป็นปีศาจมารร้ายเมื่อหลายปีก่อน ส่วนอีกคนนั้นข้ามิอาจรู้จักได้” หลี่กวงกล่าวออกมา

เมื่อได้ยินดั้งนั้นหลงเทียนหมิงพลันแสยะยิ้มออกมาทันใด “เจ้ามั่นใจใช่หรือไม่”

“ข้ามั่นใจ” หลี่กวงกล่าวตอบ

“เช่นนั้นข้าจักไว้ชีวิตคนตระกูลหลี่สักครา เจ้าไสหัวไปได้แล้ว” หลงเทียนหมิงกล่าวด้วยวาจาอันเปี้ยมล้นอำนาจ หลี่กวงได้ยินเช่นนั้นก็กัดฟันเดินออกไปทันที

“ท่านอาจารย์ โอกาสล้างแค้นของข้ามาถึงแล้ว” หลงเทียนหมิงกล่าวขึ้นมา

“ดี ประกาศออกไป เจ้าขุนเขาเดียวดายเก็บซ่อนมารร้ายไว้ ให้จับกุมตัวมารับโทษตายหากขัดขืนประหารล้างตระกูลเสีย” มหาอุปราชเฒ่ากล่าวออกมาด้วยวาจาเปี้ยมอำนาจยิ่งกว่าหลงเทียนหมิง

ร้านค้าตระกูลหลินที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คน บริเวณพื้นที่ด้านในได้กำลังจัดการประมูล สมบัติและเม็ดยาแต่ละชิ้นที่หลินฮันนำขึ้นมาประมูล นับว่าหาได้ยากเย็นยิ่ง โดยเฉพาะเม็ดยาทะลวงพลังขั้นกลางที่สามารถทะลวงผ่าน 1 ขั้นย่อยได้ทันทีหากมีระดับต่ำกว่าเทวะ ที่น่าสนใจรองลงมากก็คือเม็ดยาเสริมลมปราณ สามารถทำให้ผู้ที่มีระดับต่ำกว่าจักรพรรดิทะลวงผ่านได้ทันทีเช่นกัน อีกทั้งยังมียุทธภัณฑ์ระดับราชันจักรพรรดิขึ้นไปจำนวนมากที่หลินฮันนำออกมาประมูล เรียกได้ว่าการประมูลของร้านค้าตระกูลหลินครั้งนี้ ทำให้แผ่นดินต้องสั่นสะเทือน

“นี่เป็นเม็ดยาที่ทุกท่านรอคอย ในขวดหยกนี้มีเม็ดยาทะลวงพลังขั้นกลาง 1 เม็ด เชื่อว่าทุกท่านคงได้รับรู้ความสามารถของมันแล้ว ราคาเริ่มต้นคือ 1 ล้านหินลมปราณขั้นสูง เชิญทุกท่านเสนอราคา” ถังอี้ซินที่อาสารับหน้าที่จัดการประมูลในครั้งนี้กล่าวออกมา

“1 ล้าน”

“1 ล้าน 1 แสน”

“1 ล้าน 5 แสน”

“2 ล้าน”

“2 ล้าน 5 แสน”

“3 ล้าน”

เหล่าตระกูลใหญ่เสนอราคาแข่งกันอย่างบ้าคลั่ง ผู้นำของพวกมันนั้นมีพลังระดับจักรพรรดิขั้น 9 กันทั้งสิ้น หากได้เม็ดยาทะลวงพลังขั้นกลางไป อำนาจในมือจักต้องเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 เท่า

“5 ล้าน” ลั่วจวินที่กว้านของแทบจะทุกรายการที่ประมูลกล่าวออกมาเสียงดัง

“6 ล้าน” ฟงสืออี้ที่นั่งกอดอกอยู่มองมาทางลั่วจวินด้วยสายตาของผู้กระหายชัยชนะ

“10 ล้าน หากเจ้าร่ำรวยนักก็สู้ราคามา” ลั่วจวินตะโกนขึ้นอีกครั้ง

“10 ล้าน 1 ก้อน” ฟงสืออี้กล่าวขึ้นมาด้วยใบหน้าอันนิ่งเฉย

“11 ล้าน” ลั่วจวินตะโกนขึ้นทำเอาผู้ที่อยู่ในงานประมูลกลืนน้ำลายเสียงดัง คุณชายท่านนี้ร่ำรวยยิ่งนัก

“11 ล้าน 1 ก้อน” ฟงสืออี้กล่าวขึ้นมาอีกครั้ง

“นี่เอ็งจักทำแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ หยิบไม้จิ้มฟันของเอ็งมาสู้กับข้าเสียดีกว่า ใครชนะเอาเม็ดยาไป” ลั่วจวินกล่าวด้วยน้ำเสียงเจือโทสะ

“ดาบเอ็งสิไม่จิ้มฟัน ก็มาสิข้าเคยกลัวเอ็งตั้งแต่เมื่อใด” ฟงสืออี้กล่าว

ทันใดนั้นเอง เด็กรับใช้ผู้หนึ่งวิ่งหน้าตั้งเข้ามาอย่างตกใจ “นายท่านแย่แล้วขอรับ ทหารมาล้อมร้านค้าของพวกเราไว้ขอรับ”





ตอนก่อน

จบบทที่ คำสั่งจับกุม

ตอนถัดไป