ข้าจักอยู่ข้างๆเจ้า

หลินฮันที่มีหยางจื่อประคองด้านข้างค่อยๆก้าวเดินไปยังรอยแยกมิติที่ต้าเซิ่นสร้างขึ้นมา มันสามารถพาหลินฮันเดินทางไปยังเมืองหลวงอาณาจักรเซียนกระบี่ได้ในทันที เมื่อก่อนนั้นต้าเซิ่นสามารถเปิดรอยแยกมิติได้ระยะใกล้ๆเท่านั้น แถมการใช้แต่ละครั้งล้วนต้องสูญเสียความคงทนของดาบแห่งราชันมังกรไป

ถึงแม้ดาบแห่งราชันมังกรจักเป็นยุทธภัณฑ์ระดับตำนาน แต่หากใช้งานอย่างหนักเกินไปจนความคงทนหมดสิ้น ก็สามารถพังทลายไปได้เช่นกัน แต่ในยามนี้นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หลินฮันได้เสริมพลังดาบแห่งราชันมังกรถึง 1000% ทำให้จิตวิญญาณของต้าเซิ่นและดาบแห่งราชันมังกรแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก หลินฮันอยากไปที่ใดในแดนมนุษย์ มันมิได้เป็นปัญหาแม้แต่น้อย

เมื่อผ่านพ้นรอยแยกมิติก็ได้พบกับสถาพอันน่าอนาถใจของเมืองหลวงรวมถึงสำนักเทพกระบี่ด้วยเช่นกัน อาคารบ้านเรือนที่เคยงดงาม พังทลายมิเหลือชิ้นดี ผู้คนมากหน้าหลายตาเดินคุ้ยหาร่างที่ถูกฝังอยู่ในซากอาคารเหล่านั้น พร้อมกับส่งเสียงร้องโหยหวนออกมา

ขุนเขาทั้ง 7 ของสำนักเทพกระบี่เองก็ย่อยยับมิต่างกัน หลินฮันที่ได้เห็นดังนั้นถึงกับกำหมัดแน่น ร่างกายพลันสั่นสะท้าน หยาดน้ำตาเริ่มไหลริน หลินฮันยืนสงบสติอารมณ์อยู่นาน หยางจื่อที่อยู่ข้างๆก็ได้กล่าวขึ้นมาว่า

“ท่านลุงกับท่านป้ารอเจ้าอยู่นะ หลินฮันที่ข้ารู้จัก มิใช่คนอ่อนแอเช่นนี้” หยางจื่อกล่าวจบ หลินฮันพลันสวมกอดนางทันที มันส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด การจากไปของหลินหง หลินเสี่ยวไป๋และหมาเชี่ยทำให้จิตใจของหลินฮันในยามนี้อ่อนแอยิ่ง หยางจื่อโอบกอดหลินฮันแล้วกล่าวขึ้นมาเบาๆว่า

“ข้าจักอยู่ข้างๆเจ้า” ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด เมื่ออยู่กับคนที่เขารัก เขาจักเป็นผู้อ่อนแอที่สุดทันที คำกล่าวนี้มิได้เกินจริงเลยแม้แต่น้อย

ทางฝั่งยอดเขายุทธภัณฑ์ หลี่กวงและศิษย์จำนวนหนึ่งยืนอยู่ท่านกลางเศษซากขุนเขา หลี่กวงกล่าวว่าจาอันแปลกประหลาดกับประตูลงทัณฑ์เทพ กล่าวได้ไม่นานตัวมันก็เดินไปยังหลุมลึกที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ แล้วกระโจนลงไปอย่างรวดเร็ว มิรู้เพราะเหตุใดตัวมันในยามนี้ ได้กลายเป็นคนบ้าเสียสติไปเสียแล้ว อีกทั้งพลังฝึกตนก็ได้หายไปจนหมดสิ้น การที่มันได้กระโจนลงไปในหลุมลึกเช่นนั้นเกรงว่าหากมิตาย ก็คงพิกลพิการไปชั่วชีวิต

ศิษย์บางคนที่ได้เห็นหลี่กวงทำเช่นนั้นก็รีบเร่งกระโจนตามไปหมายจะช่วยขึ้นมา แต่เมื่อถึงก้นหลุมก็เห็นเพียงเจ้าขุนเขายุทธภัณฑ์หลี่กวง นอนแน่นิ่งมิหายใจเสียแล้ว

ไม่นานหลินฮันและหยางจื่อก็ได้กลับมายังสำนักสราณรมย์ ทุกคนที่ได้เห็นดังนั้นก็รู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก หนิงฮวาเข้าไปโอบกอดหลินฮันแล้วลูบหลังเบาๆ

“ไม่เป็นไรนะลูก” หนิงฮวากล่าว

“ข้ามิเป็นอันใดแล้วขอรับท่านแม่” หลินฮันกล่าวพร้อมกับมองไปยังผู้คนเบื้องหน้าตนเอง

จางหยูเจ้าสำนักสราณรมย์กล่าวออกมาด้วยความสงสัยว่า “เรื่องเป็นมาเช่นไรกันแน่ ถึงได้เกิดสงครามครั้งใหญ่เช่นนี้”

หลินฮันนั่งลงแล้วเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ผู้คนทั้งหลายที่อยู่ในที่นั้นฟัง เมื่อได้ฟังคำกล่าวของหลินฮันผู้คนที่ได้ฟังคำกล่าวของหลินฮันก็ตกใจเป็นอย่างมาก ที่แท้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือของเทพแห่งความตาย

จางหยูนิ่งเงียบอยู่นานพลันกล่าวขึ้นมาว่า “ทางทิศเหนือของอาณาจักรเหมันต์ก็มีสถานที่ที่เรียกว่าภูเขาศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่สถิตอยู่ของเทพแห่งวารี ไม่แน่อาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่หลินฮันบอกเล่าก็เป็นได้”

“เช่นนั้นขอท่านเจ้าสำนักจางนำทางข้าไปยังที่แห่งนั้นด้วยเถิด” หลินฮันกล่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

“เวลานี้ยังมิอาจทำเช่นนั้นได้ ต้องรออีก 10 ปี เทพแห่งวารีจึงจะปรากฎตัวเพื่อเลือกผู้คนเข้าไปเป็นผู้สืบทอด” จางหยูกล่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

“ฮีฮี 10 ปีที่แล้วเป็นข้าเองแหละที่ได้รับเลือกเข้าไปฝึกฝนในพื้นที่แห่งนั้น” ลั่วจวินกล่าวขึ้นมา

“อยู่ทางทิศเหนือใช่หรือไม่ ต้าเซิ่น” หลินฮันกล่าวพร้อมกับหายตัวไปอย่างรวดเร็ว

ภาพที่ปรากฏด้านหน้าหลินฮันเป็นภูเขาที่มีต้นไม้เขียวชอุ่ม ผิดกับภูเขาหิมะสีขาวโพลนโดยรอบ หลินฮันบอกให้ต้าเซิ่นพาตนเองเข้าไปยังเขาลูกนั้น แต่มิว่าจักทำเช่นไรก็มิอาจเข้าใกล้ได้เลยแม้แต่น้อย เหมือนมีม่านพลังบางอย่างขวางกั้นเอาไว้เอาไว้

“จงกลับไปซะ ยังมิถึงเวลาที่เจ้าจักมายังที่แห่งนี้” เสียงอันลึกลับที่แฝงด้วยพลังอำนาจกล่าวขึ้นมา พวกจางหยูที่รีบเร่งติดตามมาได้ยินเสียงนั้นพลันคุกเข่าลงทันใด

“ท่านอาจารย์ ให้ข้าเข้าไปหน่อยมิได้หรือขอรับ” ลั่วจวินตะโกนไปยังภูเขาลูกนั้น แต่มิได้มีเสียงตอบรับใดๆกลับมาแม้แต่น้อย

“พวกเรากลับกันเถิด” จางหยูกล่าวออกมา แม้แต่พลังของดาบแห่งราชันมังกรยังมิอาจทะลวงฝ่าเข้าไปได้ เห็นทีคงต้องรอต่อไป

“ที่อาณาจักรทรายโลหิตของข้าก็มีเทพแห่งปฐพีสถิตอยู่เช่นกัน แต่ก็เป็นดังเช่นภูเขาลูกนี้ 10 ปี จึงสามารถเข้าไปได้” ฟงสืออี้ที่ได้ติดตามมากล่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

หลินฮันได้ยินเช่นนั้นก็มิแปลกใจอันใดนัก เพราะตอนตรวจสอบสถานะลั่วจวินและฟงสืออี้ในคราแรก พลังของคนทั้งสองได้เริ่มตื่นขึ้นมาแล้ว คงเป็นเพราะได้รับโชควาสนาบางประการ และโชควาสนาที่ว่าก็คือ เทพแห่งวารีและเทพแห่งปฐพีนั่นเอง

ตอนก่อน

จบบทที่ ข้าจักอยู่ข้างๆเจ้า

ตอนถัดไป