ข้ามิได้ล้อเล่น!

ไอ้โล้นสุ่ยเทียนเหอที่เห็นหลินฮันใช้ออกด้วยกระบวนท่าจิ้มทะลวงบ่อทอง ดวงตาพลันเกิดประกายเจิดจ้าขึ้นมาทันใด

“ทรงพลังยิ่งนัก นายท่านได้โปรดสอนสั่งวิชานี้ให้ข้าน้อยด้วยเถิด” ไอ้โล้นกล่าวออกมา ทำเอาผู้คนที่อยู่บริเวณโดยรอยจ้องมองมายังตัวมันอย่างรวดเร็ว

“มองอันใดกัน พวกท่านมิเห็นรึว่าวิชาจิ้มทะลวงบ่อทองแข็งแกร่งเพียงใด อีกทั้งยังสวยงามอีกด้วย” ไอ้โล้นกล่าว ทำเอาผู้คนที่ได้ยินถึงกับกล่าวอันใดมิออก วิชาพิสดารเช่นนี้คงจักมีเพียงหลินฮันและศิษย์เท่านั้น ที่ใช้ออกโดยมิได้สะทกสะท้านอันใด

ทันใดนั้นเอง เสียงสตรีผู้หนึ่งดังกึงก้องไปทั่วสำนักสราณรมย์

“ผู้ใดบังอาจสังหารองค์จักรพรรดิแห่งอาณาจักรเหมันต์” ไม่นานร่างของนางพลันมาปรากฏอยู่เบื้องหน้ากลุ่มของหลินฮันอย่างรวดเร็ว

หยางเหอบรรพชนสำนักเทพกระบี่มองเห็นนางก็ได้เอ่ยวาจาออกมาทันใด “ลี่หยิน ยายแก่หนังเหี่ยวเช่น เจ้ายังมิตายอีกรึ”

เมื่อนางมองไปยังต้นเสียงก็ได้พบกับร่างของหยางเหอที่ยืนอยู่ในกลุ่มของหลินฮัน “เหอะ เจ้าสิต้องตายก่อนข้า บังอาจมาสังหารคนของข้า เจ้าคิดรึว่าจักมีชีวิตรอดออกไปได้”

“เจ้าหมูตอนนั้นมันจักบุกสำนักของข้าก็สมควรตายแล้ว หรือว่าเจ้าเป็นผู้สั่งให้มันทำเช่นนั้น” หยางเหอกล่าว

“เหอะๆ เป็นเช่นนั้นแล้วอย่างไร เจ้ามีปัญหาอันใดรึ” เสวี่ยลี่หยินกล่าวขึ้นมาอย่างจองหอง นางนั้นเป็นบรรพชนของราชวงศ์เสวี่ยแห่งอาณาจักรเหมันต์ หนำซ้ำเมื่อหลายร้อยปีก่อน หยางเหอบรรพชนสำนักเทพกระบี่ยังมาตามตื้อนาง หมายจักมัดใจนางให้ได้แต่เสวี่ยลี่หยินมิได้สนใจหยางเหอแม้แต่น้อย นางนั้นรู้นิสัยของหยางเหอดี มันจะไม่ทำอันใดนางเป็นแน่ จึงได้กล่าววาจาเช่นนั้นออกไป

“แน่นอนว่าข้ามิทำอันใดเจ้าดอก แต่หากเป็นเขาก็ไม่แน่” หยางเหอชี้ไปยังหลินฮัน

เสวี่ยลี่หยินได้ยินดังนั้นพลันจ้องมองไปที่หลินฮันพร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันระดับสู่เทวะขั้น 1 ออกมาทันใด เมื่อราวๆ 1 เดือนก่อน เสวี่ยลี่หยินพึ่งสามารถตัดผ่านจากระดับราชันจักรพรรดิขั้น 9 เข้าสู้ระดับสู่เทวะขั้น 1 ได้สำเร็จ ซึ่งทำให้นางในตอนนี้มั่นใจในพลังของตนเองยิ่งนัก นางคิดว่าในโลกใบนี้มิมีผู้ใดสามารถต่อกรับนางได้อีกแล้ว การจักยึดอาณาจักรเซียนกระบี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เป้าหมายที่แท้จริงคือโลกทั้งใบต่างหาก

ทันใดนั้นเองแรงกดดันที่นางปลดปล่อยออกมาใส่หลินฮันได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย มันถูกแทนที่ด้วยแรงกดดันอันทรงพลังยิ่งกว่า ที่พุ่งเป้ามาหานางเพียงผู้เดียว ร่างของเสวี่ยลี่หยินนอนติดพื้นโดยพลันโดยที่นางอิอาจขยับเขยื้อนได้เลยแม้แต่น้อย

“พลังเพียงสู่เทวะขั้น 1 เจ้าถึงกับกระทำการหยาบคายต่อหน้าท่านอาจารย์ของข้าเชียวรึ ใบไม้หนึ่งใบบดบังตา เจ้าถึงกับมองไม่เห็นเขาไท่ซานอันยิ่งใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า จงอย่าได้มีชีวิตอยู่เลย” หลงซินซินกล่าวขึ้นมาด้วยความโมโห ต้องยอมรับว่าเมื่อครู่ หลินฮันแย่งนางจัดการกับจักพรรดิหมูตอนเสวี่ยตง แต่ในยามนี้นางมีโอกาสได้ระบายโทสะแล้ว แม่ขอระเบิดร่างคนสักทีเถอะ

“ขะขะข้า โพล๊ะ” เสวี่ยลี่หยินกำลังพยายามที่จะกล่าวอันใดออกมานั้น พลังแห่งความเย็นได้เข้าสู่ร่างกายของนางจนทำให้เกิดเป็นก่อนมนุษย์น้ำแข็ง หลงซินซินเพียงสะบัดมือ ร่างของนางก็แตกกระจายออกในทันที

ผู้คนที่ได้เห็นภาพการสังหารอันโหดเหี้ยมนั้นพลันสะดุ้งทันที ดียิ่งแล้วที่มิได้เป็นศัตรูกับนาง มิเช่นนั้นมี 10 ชีวิตก็คงจักมิพอ

“จบเรื่องแล้วสินะ ท่านเจ้าสำนักจางข้าขอฝากท่านจัดการด้วยก็แล้วกันนะขอรับ”

“อ้อ!!! ข้าลืมบอกไป ตอนที่ข้ากล่าวว่าจักยึดอาณาจักรเหมันต์นั้น ข้ามิได้ล้อเล่น!!” หลินฮันกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มอันชั่วร้าย

“หึหึหึ!! สมุนไพรจ๋าพี่มาหาพวกเอ็งแล้ว”

จางหยูและผู้คนของสำนักสราณรมย์ที่ได้ยินคำกล่าวของหลินฮัน ก็ตกตะลึงมิใช่น้อย “สหายน้อยหลิน สำนักสราณรมย์ของข้า...” จางหยูกล่าวยังมิทันจบประโยค หลินฮันพลันกล่าวขึ้นมาว่า

“พวกเราจักเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน ส่วนเรื่องจักรพรรดิองค์ใหม่ให้ท่านปรึกษาซินเอ๋อก็แล้วกัน”

กล่าวจบหลินฮันก็ได้หมุนกายจากไปอย่างรวดเร็ว เหลือไว้เพียงหลงซินซิน ฟ่านปิงลี่ ฟ่านปิงปิงและเย่หยวนที่อยู่ต่อเพื่อจัดการเรื่องราว

“เจ้าสำนักหยาง เจ้าขุนเขาหลิน ถึงเวลาอันสมควรแล้ว ข้าขอตัวกลับสำนักโลหิตก่อน โปรดรักษาตัวด้วย” กล่าวจบกลุ่มของฟงสืออี้ก็ทะยานร่างไปบนหลังของเต่าดำและจากไปในทันที

“นายท่านขอรับ” สุ่ยเทียนเหอกล่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน

“มีอันใดไอ้โล้น” หลินฮันกล่าว

“ข้าอยากขออนุญาตนายท่าน เดินทางไปยังอาณาจักรทรายโลหิตสักระยะหนึ่งขอรับ” ไอ้โล้นสุ่ยเทียนเหอกล่าว

“ข้าอนุญาต” หลินฮันกล่าวตบ

“เอ่อ.... คือว่า... เอ่อ...” ไอ้โล้นพลันอ้ำอึ้งๆ

“เจ้าต้องการอันใดก็กล่าวออกมาโดยเร็ว อย่าชักช้า” หลินฮันกล่าว

“ข้าอยากให้นายท่าน ใช้ไอ้ก้งๆก้านๆมะยมอันใดนั่น ฟาดข้าสักสองสามทีก่อนไปได้หรือไม่ขอรับ” ไอ้โล้นกล่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ในยามนี้นั้นมันคิดถึงก้านมะยมพลังปราณของหลินฮันยิ่งนัก หากจากไปนานหลายเดือนหลายปี อีกนานกว่าจักได้รับความรู้สึกมีความสุขอันล้นพ้นเช่นยามนั้นอีก แค่คิดว่าจักได้โดนก้านมะยมสายนั้นฟาดอีกก็มีความสุขเอ่อล้นออกมาแล้ว

“เอ่อ ข้ายังใช้พลังปราณมิได้นะ เจ้ารออีก 10 ปีก็แล้วกัน” หลินฮันกล่าวออกมา โดยมิให้ความหวังแก่ไอ้โล้นแม้แต่น้อย

“ไม่นะ ไม่จริง ม้ายยยย” ไอ้โล้นร้องขึ้นมาด้วยความเสียใจ ทำเอาผู้คนที่อยู่โดยรอบพูดมิออก ไอ้ก้านมะยมพลังปราณอันใดนั่น มันเป็นวิชาอันใดกันแน่

ตอนก่อน

จบบทที่ ข้ามิได้ล้อเล่น!

ตอนถัดไป