คำนับองค์จักรพรรดิ
ณ เมืองเขียวอรุณแห่งอาณาจักรเซียนกระบี่ หลินฮันและคนอื่นๆก็ได้เดินทางมาถึงเรียบร้อยแล้ว เมืองเขียวอรุณนั้นมิได้รับความเสียหายอันใดเลยแม้แต่น้อย บริเวณบ้านตระกูลหลินยังมีสภาพเป็นเช่นเดิน มิได้มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด บ่งบอกถึงความดูแลเอาใจใส่ของผู้ดูแลอย่างชัดเจน
“พวกเจ้า! ไปซื้อของที่ตลาดกับข้า” หนิงฮวากล่าวกับข้ารับใช้กลุ่มหนึ่ง
“ท่านแม่เจ้าขา ข้าขอไปด้วยนะเจ้าค่ะ” หลินปินกล่าวอย่างออดอ้อน
“ทีอย่างนี้อยากจะไปกับแม่ เมื่อก่อนตอนเจ้าหนุ่มเย่หยวนอยู่ แม่ชวนเจ้าไปทีใด มิเห็นเจ้าไปด้วยสักครา” หนิงฮวากล่าว
“ท่านแม่มิต้องเอ่ยชื่อเจ้าคนเห็นแก่ตัวนั่นได้หรือไม่ ข้าออกไปเล่นกับเสี่ยวหงน้อยของข้าก็ได้ จงออก...” หลินปินยังมิทันกล่าวจบ
“เอาละๆ อยากไปก็รีบเร่งตามมา แขกมากมายเช่นนี้ หากมิมีสุราอาหารบนโต๊ะ เกรงว่าคงขายหน้าเป็นแน่” หนิงฮวากล่าว
“พวกเจ้าจะไปที่ใดกันรึ” เสียงบุรุษผู้หนึ่งกล่าวขึ้นมา เป็นหนิงฮันที่พึ่งได้ข่าวการมาของตระกูลหลินก็ได้รีบเร่งเดินทางมาทันที เมื่อเห็หนิงอัน หลินปินก็วิ่งเข้าไปหาทันที
“ข้ากับท่านแม่กำลังจักไปตลาดเจ้าคะ” หลินปินกล่าว
“ใช่แล้วเจ้าคะท่านพ่อ แขกบ้านเรามากมายนัก อีกมินานคงจักมาเพิ่มอีกเป็นแน่ ของที่มีอยู่ในครัวคงมิพอ” หนิงฮวากล่าวกับหนิงอัน
“เจ้ามิต้องออกไปให้ลำบากดอก ข้านำสุราอาหารมามากมายนัก เจ้าช่วยให้คนขนเข้าไปหน่อยก็แล้วกัน” หนิงอันกล่าว
“ท่านตาเจ้าขา มิได้พบหน้ากันตั้งหลายวัน ข้าคิดถึงท่านตายิ่งนัก” หลินปินกล่าวขึ้นมา
“เจ้านี่ช่างน่ารักเสียจริงๆ ตาก็คิดถึงเจ้าเหมือนกัน” หนิงอันกล่าวกับหลินปิน
“เช่นนั้นท่านตามีของฝากให้ข้าใช่หรือไม่เจ้าคะ” หลินปินกล่าวอย่างรวดเร็ว ทำเอาหนิงอันถึงกับกล่าวอันใดมิออก เป็นเจ้าที่ออกไปต่างเมืองมอใช่รึที่ต้องให้ของขวัญตา หนิงอันคิดในใจ หนิงฮวาเห็นเช่นนั้นพลันหัวเราะคิกคัก
“มารดาเป็นเช่นใด บุตรก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ” หนิงอันกล่าวในลำคอพร้อมกับหยิบหินลมปราณขั้นสูงจำนวนหนึ่งออกมามอบให้หลินปิน ทันใดนั้นเองเสียงสตรีนางหนึ่งดังขึ้นมาเข้าโสตประสาทของหนิงอันอย่างรวดเร็ว
“ตาแก่ เหตุใดจึงเร่งรีบมานัก มิบอกกล่าวข้าสักคำ” สตรีชรารูปร่างบอบบางค่อยๆก้าวเดินเข้ามา เมื่อหลินปินเห็นดังนั้นก็กล่าวขึ้นมาด้วยความดีใจว่า
“ท่านยายเจ้าขา ข้าคิดถึงท่านยายยิ่งนัก เอ๊ะ! ทำไมท่านยายเดินได้แล้วละ แถมยังดูเด็กกว่าท่านแม่ซะอีก” ในความทรงจำของหลินปินนั้น ท่านยายของนาง เจิ้นซวง นอนอยู่บนเตียงตลอดเวลา มิสามารถเดินเหินได้เช่นคนทั่วไป
“เด็กคนนี้ปากหวานเสียจริง มาให้ยายหอมหน่อย” เจิ้งซวงกล่าวออกมา
“ท่านแม่ ท่านหายดีแล้วหรือเจ้าคะ” หนิงฮวากล่าวถาม
“แม่หายดีแล้วแถมยามนี้พลังของแม่ยังเข้าสู้ระดับจักรพรรดิ เม็ดยาพวกนั้นนับว่าวิเศษยิ่ง” เจิ้นซวงกล่าวออกมาด้วยความภาคภูมิใจ
เจิ้นซวงนั้นเป็นโรคแปลกประหลาด ขาของนางมิสามารถเดินเหินได้นานนับ 30 ปี แต่หลังจากที่หลินฮันได้มอบเม็ดยาคืนสภาพ เม็ดยาแก้พิษทรหดรวมถึงเม็ดยาต่างๆจำนวนมากให้แก่หนิงอัน หนิงอันก็ได้นำมาให้กับเจิ้นซวงกินดู เพียงไม่นานโรคที่นางเป็นอยู่ก็ได้หายไปจนหมดสิ้น ด้วยเม็ดยาเสริมลมปราณที่สามารถทำให้ผู้ที่มีระดับฝึกตนต่ำกว่าระดับจักรพรรดิทะลวงผ่านระดับได้ทันที พลังการฝึกตนเพิ่มพูนขึ้นจากราชันขั้น 1 สู่จักรพรรดิอย่างรวดเร็ว
“ท่านยายมีพลังระดับจักรพรรดิ เหมือนกันกับคนรับใช้ที่ยกของไปเมื่อครู่เลย” หลินปินกล่าวขึ้นมา
“เจ้าว่าอันใดนะ คนรับใช้ระดับจักรพรรดิรึ” เจิ้นซวงกล่าวถามด้วยความสงสัย
เมื่อเจิ้นซวงได้ขยายการรับรู้ไปยังคนใช้เหล่านั้น ก็ได้พบทันทีว่าพวกมันมีพลังระดับจักรพรรดิจริงๆ ทำเอานางยืนนิ่งไปพักใหญ่ หนิงอันเองก็มิต่างกันเท่าใด หลินฮันมีเม็ดยาวิเศษเหล่านั้นมากเพียงใดกันแน่ แถมพลังฝึกตนของหนิงฮวาและหลินปินนั้นนางมิอาจสัมผัสได้แม้แต่น้อย เกรงว่าคงมิใช่ระดับจักรพรรดิดั่งเช่นนางแน่นอน
“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกเราเข้าไปห้องโถงกันเถิดเจ้าคะ” หนิงฮวากล่าว ทำให้หนิงอันและเจิ้นซวงได้สติ
เมื่อเดินมาถึงห้องโถงก็ได้พบกับหลินเทียน ที่กำลังนั่งร่ำสุรากับหยางหลงอย่างออกรส ส่วนคนอื่นๆก็กำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน ทันใดนั้นเองยามเฝ้าประตูผู้หนึ่งวิ่งหน้าตั้งเข้ามา พร้อมกับกล่าวขึ้นมาว่า “นายท่าน เจ้าเมืองเขียวอรุณ เจ้ามืองแสงดารา เจ้าเมืองฟ้านิลกาฬและเจ้าเมืองอื่นๆพร้อมทั้งหัวหน้าตระกูลใหญ่ทั่วอาณาจักร รวมแล้วกว่าพันคนมาขอเข้าพบขอรับ”
ผู้คนในห้องโถงที่ได้ยินเช่นนั้นพลันตกตะลึงในทันที “พะพะพันกว่าคนเลยรึ”
หลินเทียนที่ได้ยินคำกล่าวรายงานก็ได้มองไปยังหลินฮันโดยพลัน เมื่อได้เห็นสายตาของบิดาตนเองหลินฮันทอดถอนหายใจอย่างหนักหน่วง แล้วค่อยๆก้าวเดินออกไปยังบริเวณประตูทางเข้าตระกูลหลิน ผู้คนในห้องโถงเห็นดังนั้นก็ตบฝีเท้าเดินตามไปทันทีพร้อมกับนึกสงสัยในใจว่า เหตุใดคนใหญ่คนโตของอาณาจักรนี้จึงได้เดินทางมายังตระกูลหลินที่ตั้งอยู่ในเมืองเล็กๆอย่างเมืองเขียวอรุณกัน
เมื่อหลินฮันเดินมาถึงเบื้องหน้าประตูก็ได้เห็นผู้คนมากมายนับพันคนยืนเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบจนมิอาจสัญจรได้ ด้านหน้าสุดเป็นหลงเจี้ยนและบุรุษชราไร้ลูกกระเดือกผู้หนึ่ง ในมือของบุราชราผู้นั้นถือมงกุฎอันเป็นสัญลักษณ์ขององค์จักรพรรดิแห่งอาณาจักรเซียนกระบี่เอาไว้ในมือ
เมื่อผู้คนที่ยืนเข้าแถวเรียงรายเห็นหลินฮันเดินออกมาพ้นประตูบ้านตระกูลหลินก็ได้คุกเข่าลงทันที ชายชราไร้ลูกกระเดือกผู้นั้นหมอบคลานมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของหลินฮันพร้อมกับชูมงกุฎขึ้นเหนือศีรษะของตนด้วยมืออันสั่นสะท้าน
“คำนับ องค์จักรพรรดิ”