ข้าจะแต่งงานแล้ว

1 ปีผ่านไป หลังจากที่หลินต่งขึ้นครองบัลลังก์เป็นองค์จักรพรรดิ ก็ได้รวมอาณาจักรเซียนกระบี่และอาณาจักรเมฆาเข้าด้วยกัน จากเดิมที่ชื่ออาณาจักรเซียนกระบี่ก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น อาณาจักรรุ่งอรุณ ที่มีความหมายอันลึกซึ้งเปรียบเสมือนแสงของพระอาทิตย์สาดส่องมาในยามเช้า ขจัดความหนาวเย็น ความหวาดกลัวให้หมดสิ้นไป อีกทั้งอาณาจักรเหมันต์ก็ยังเข้ามาขอเป็นเมืองขึ้น อยู่ใต้ร่มเงาของอาณาจักรรุ่งอรุณ ส่วนอาณาจักรทรายโลหิตนั้น มีข่าวแว่วๆมาว่าได้ผลัดเปลี่ยนจักรพรรดิองค์ใหม่เป็นชายหัวโล้นที่มีรอยสักบนใบหน้าผู้หนึ่ง มันโหดเหี้ยมยิ่งนัก วิชาที่ใช้ออกยังพิสดาร ผู้คนกล่าวขานนามว่า จักรพรรดิทวารโลหิต

ด้วยทรัพยากรจำนวนมากที่หลินฮันมอบให้ ทำให้ 1 ปีมานี้อาณาจักรพื้นฟูอย่างรวดเร็ว หลินฮันได้ใช้ความรู้จากโลกเดิมแนะนำหลินต่งหลายๆอย่างถึงการปกครองอาณาจักรรุ่งอรุณ ทำให้หลินต่งนั้นบริหารงานบ้านเมืองง่ายขึ้นเป็นอย่างมาก ส่วนขุนนางทั้งหลายนั้น ผู้ที่ทำความดีล้วนคงไว้ ส่วนผู้ที่กระทำการชั่วช้าล้วนถูกลงทัณฑ์จนหมดสิ้น

การลงทัณฑ์ในครานี้แทบจะทำให้ขุนนางในราชสำนักหมดสิ้นไป จึงได้มีการประกาศสอบคัดเลือกขุนนางทั้งหลาย ซึ่งทำให้เหล่าขุนนางเก่าแก่ที่ต้องการสืบทอดอำนาจไปยังบุตรหลานมิพอใจเป็นอย่างมาก ถึงกับรวมตัวกันถวายฎีกาคัดค้านการสอบคัดเลือก ซึ่งเป็นแนวคิดที่หลินฮันเสนอขึ้นมา

เมื่อได้อ่านฎีกาหลินต่งพิโรธอย่างมาก จึงสั่งลงทัณฑ์ขุนนางเหล่านั้นเพื่อมิให้เหิมเกริมอย่างรวดเร็ว

“กล้าตำหนินายท่านของข้าจักรพรรดิรึ เห็นทีเจ้าคงมิอยากมีหัวไว้ตั้งบนบ่าเสียแล้ว”

ณ ขุนเขาเดียวดายสำนักเทพกระบี่ ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งหลินฮันกำลังนอนหลับอย่างสบายอารมณ์บนตักของหยางจื่อ เสียงนกขับขานบทเพลงเป็นท่วงทำนองอันไพเราะ เวลาช่วงนี้ทำให้หลินฮันมีความสุขยิ่งนัก

“จื่อเอ๋อ” หลินฮันกล่าวเรียกเสียงเบา

“ว่าอย่างไรเล่า” หยางจื่อกล่าวตอบ

“คือว่า เอ่อ..คือ..” หลินฮันกล่าวติดๆขัดๆ

“มีอันใดก็กล่าวออกมาเถิด หากข้าช่วยได้ข้าก็จักช่วย” หยางจื่อกล่าวออกมาทันทีเมื่อเห็นหลินฮันกล่าวติดๆขัดๆพร้อมกับสีหน้าอันเป็นกังวล

“เจ้าแต่งงานกับข้าได้หรือไม่” หลินฮันกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว

หยางจื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าของนางแดงเป็นผลตำลึงสุขทันที นางขยับกายลุกขึ้นโดยพลันทำเอาศีรษะของหลินฮันที่นอนค้างอยู่บนตักกระทบกับพื้นอย่างรุนแรง

“โอ๊ย” หลินฮันร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับนอนแน่นิ่งไป หยางจื่อเห็นดังนั้นก็ตกใจทันที นางรู้ดีว่าหลินฮันในยามนี้มิได้มีพลังปราณเลยแม้แต่น้อย จึงรีบเร่งเข้าไปดูอาการของหลินฮันอย่างรวดเร็ว

“เจ้าเป็นอันใดหรือไม่” หยางจื่อกล่าวออกมาพร้อมกับประคองร่างของหลินฮันอย่างแผ่วเบา ทันใดนั้นเองแขนทั้งสองข้างของหลินฮันโอบรัดร่างของนางเอาไว้

“ปล่อยข้านะ เดี๋ยวผู้คนมาเห็นกันพอดี” หยางจื่อกล่าวออกมาพร้อมกับพยายามสะบัดแขนของหลินฮันออกจากร่าง แต่มิว่าจักพยายามเท่าใดก็มิเป็นผลแม้แต่น้อย

“หากเจ้ามิยอมแต่งงานกับข้า ข้าจะโอบรัดเจ้าไว้เช่นนี้” หลินฮันกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้มสนุกสนาน ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมาหลินเทียนและหนิงฮวากล่าวกรอกหูหลินฮันทุกวันว่าอยากอุ้มหลาน เมื่อใดหลินฮันจักแต่งงานเสียที พวกตนทั้งสองได้ไปคุยกับเจ้าสำนักหยางหลงเอาไว้แล้วเหลือเพียงหลินฮันกับหยางจื่อเท่านั้น ทำเอาหลินฮันถึงกับพูดมิออก

หลินฮันโอบกอดหยางจื่ออยู่นานแต่ก็มิได้มีเสียงตอบรับอันใดจางนางเลยแม้แต่น้อย จึงค่อยๆคลายมือออกอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นหยางจื่อสะบัดตัวพร้อมกับตั้งท่าที่จะพุ่งทะยานหนีไปอย่างรวดเร็ว หลินฮันเห็นดังนั้นจึงออกแรงดึงร่างของนางกลับมา แต่หลินฮันนั้นใช้แรงดึงมากเกินไปทำให้ร่างของหยางจื่อกระทบกับร่างของหลินฮันอย่างรุ่นแรง ความรู้สึกอันชุ่มชื่นแผ่ซ่านไปทั่วริมฝีปากของคนทั้งคู่ ในยามนี้คนทั้งคู่โอบกอดกันพร้อมกับจุมพิตอย่างมิได้ตั้งใจ

“เจ้าแต่งงานกับข้าได้หรือไม่” หลินฮันกล่าวขึ้นมาอีกครา

“อึม เจ้าต้องไปบอกท่านพ่อกับท่านปู่ก่อน หากท่านยินยอมข้าก็จักยอมแต่งกับเจ้า” หยางจื่อกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอันอ่อนหวาน “คนบ้า จูบแรกของข้าเจ้าก็ได้ไปแล้ว ยังต้องมีอันใดต้องถามอีก” หยางจื่อคิดในใจ

หลินฮันได้ยินดังนั้นก็โห่ร้องขึ้นมายกใหญ่ “ข้าจะแต่งงานแล้ว” เสียงของหลินฮันก้องกังวานไปทั่วสำนักเทพกระบี่ ไม่นานข่าวลือต่างๆนาๆก็ได้แพร่สะพัดไปไปทั่วอาณาจักรรุ่งอรุณ รวมถึงอาณาจักรข้างเคียงด้วยเช่นกัน

“เจ้าขุนเขาเดียวดายจักแต่งงาน ข้าต้องเร่งไปแจ้งตระกูลของข้า”

“ท่านหลินฮันจักมีงานมงคล ข้าจักชักช้ามิได้ต้องแจ้งข่าวโดยเร็ว”

“งานมงคลเช่นนี้ มิแน่ว่าท่านเจ้าขุนเขาอาจรับศิษย์อีก ต้องรีบหาของขวัญแล้ว”

ร้านค้าตระกูลหลินในยามนี้เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก มีสาขาแยกย่อยออกไปยังดินแดนต่างๆมิว่าเมืองเล็กเมืองน้อยในโลกใบนี้ ย่อมต้องมีร้านค้าตระกูลหลิน ด้วยไป๋เฉียงเจ้าขุนเขาโอสถแห่งสำนักเทพกระบี่เป็นผู้ลงมือหลอมโอสถด้วยตนเอง ทางด้านยุทธภัณฑ์ทั้งหลายนั้นเป็นเจ้าขุนเขายุทธภัณฑ์คนใหม่ ถังเอ้อหลางและบุตรสาวถังอี้ซินเป็นผู้ดูแล หากผู้ใดต้องการเม็ดยาและยุทธภัณฑ์ต่างๆต้องมาที่ร้านค้าตระกูลหลินอย่างแน่นอน

เมื่อข่าวการแต่งงานของหลินฮันแพร่สะพัดมาถึงทำเอาผู้คนในร้านวุ่นวายกันยกใหญ่ หวังเทาผู้ดูแลสาขาหลักรีบเร่งแจ้งข่าวไปยังสาขาย่อยทั้งหลาย ให้ตกแต่งร้านเป็นสีแดงทั้งหมด อีกทั้งยังประกาศออกไปว่า เม็ดยาและยุทธภัณฑ์ของทางร้านค้าตระกูลหลินจักลดราคาในวันมงคล 5 ส่วน ผู้คนที่ยินประกาศนั้นถึงกับนิ่งค้างไป เพราะสิ่งของในร้านค้าตระกูลหลินนั้นเรียกได้ว่าเป็นของระดับตำนาน ถึงแม้จักเป็นเพียงสาขาย่อยที่อยู่ในเมืองเล็กๆก็ตาม

“ข้าต้องซื้อมาให้ได้”

“ใช่ข้าก็จักซื้อมาให้ได้เช่นกัน”

“พวกเจ้าจักซื้ออันใดกันรึ”

“เม็ดยานวลหยกงามยังไงเล่า ยายแก่หนังยานบ้านข้าจักได้ตึกโป๊ะเสียที” เหล่าบุรุษสูงวัยต่างพูดคุยกันเสียงดังกระฉ่อน

ตอนก่อน

จบบทที่ ข้าจะแต่งงานแล้ว

ตอนถัดไป